ยันแค่ไฟไหม้กระเป๋าที่สุวรรณภูมิไม่ได้ระเบิด

ยันแค่ไฟไหม้กระเป๋าที่สุวรรณภูมิไม่ได้ระเบิด

"ชัชชาติ" ยืนยันไฟไหม้กระเป๋าเดินทางบนสายพานลำเลียงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ได้เกิดระเบิด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุถึงเหตุเพลิงไหม้กระเป๋าเดินทางบนสายพานลำเลียงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เหตุเกิดระหว่างผู้โดยสารเช็กอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า ในกระเป๋าบรรจุสารฟอสฟอรัสที่จะนำไปแสดงที่ประเทศกัมพูชา โดยยังไม่ได้ผ่านเครื่องซีทีเอ็กซ์ เนื่องจากจุดสแกนอยู่ชั้นในก่อนนำสัมภาระขึ้นเครื่อง และระหว่างขนถ่ายเกิดการทำปฏิกิริยาในกระเป๋าจนเกิดไฟไหม้ขึ้น

สำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้กระเป๋าผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ 07.00 น. นายพงศ์กานต์ โฆษิตธรรมนันท์ เจ้าของธุรกิจอาหารเสริม บริษัท พงศ์กานต์ อลิอันซ์ จำกัด ได้เดินทางไปกรุงพนมเปญ ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบิน PG 931 กำหนดออก 07.55 น. ได้เช็กอินกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งภายในมีตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์มิกซ์เน็ต ซึ่งคาดว่ามีส่วนผสมของ explosive mat (สารตั้งต้นระเบิด) ที่รับฝากมาจากนายเสริมยศ นิติเสถียร เป็นชนิดซอง ซองละ 20 กรัม 2 ซอง และชนิดกระปุก กระปุกละ 100 กรัม 4 กระปุก เมื่อเจ้าหน้าที่สายการบินรับกระเป๋าเข้าสู่สายพาน ปรากฏว่ากระเป๋าดังกล่าวเกิดเพลิงลุกไหม้ แต่สามารถดับได้ ไม่ได้มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นแต่อย่างใด

นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.17 น. ได้เกิดเหตุการณ์กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเกิดไฟลุกไหม้ที่บริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร (Check-in) Row F12 ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของสายการบินพบเห็นเหตุการณ์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ.เข้ามาระงับเหตุได้ในทันที และขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวสามารถกลับมาให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติแล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า กระเป๋าสัมภาระเป็นของผู้โดยสารชื่อว่า นายพงศ์กานต์ โฆษิตธรรมนันท์ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจบัตรโดยสาร เพื่อเดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 931 ซึ่งจะเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยภายในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารบรรจุสารเคมีชนิดน้ำและผง ซึ่งเป็นปุ๋ยหัวเชื้อตัวอย่าง โดยสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า อาจทำปฏิกิริยากันจนเกิดประกายไฟขึ้นได้ ซึ่งจากเหตุดังกล่าวสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยกับสายพานเครื่องชั่งกระเป๋าสัมภาระและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ณ เคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสารดังกล่าว ซึ่ง ทสภ.ได้ดำเนินการเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วภายในเวลา 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ทสภ.อยู่ระหว่างการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป