กฟผ.อินเตอร์ลุยเวียดนาม-พม่า-ลาว

กฟผ.อินเตอร์ลุยเวียดนาม-พม่า-ลาว

กฟผ.ผนึกบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี ลุยลงทุนในเวียดนาม-พม่า-ลาว หวังสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

นายธนา พุฒรังษี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่าบริษัท ซึ่ง กฟผ. 99.99% ได้ปรับเป้าหมายการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องธุรกิจพลังงาน โดยในส่วนของธุรกิจไฟเบอร์ออฟติกนั้น ได้หารือกับลาว และเห็นร่วมกันว่า ใช้ระบบ โครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันมาให้ก่อประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกันทั้งอาเซียนได้ในอนาคต เป็นการเสริมความมั่นคงของระบบโทรคมนาคมของลาว นอกเหนือจากที่ปัจจุบันใช้ระบบเคเบิลใต้น้ำจากฮ่องกง-สิงคโปร์เท่านั้น โดยลาวให้ความสนใจและให้ ทางบริษัทเสนอรายละเอียดไป

นอกจากนี้ การทำธุรกิจระยะยาวของบริษัท แม้เรื่องหลักจะเน้นการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าทั้งพลังงานไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทางเลือก แต่จะพิจารณาไปถึงธุรกิจค้าขายและลงทุนในก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี และถ่านหิน เพราะเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจสายส่งและบำรุงรักษา พร้อมจะร่วมทุนกับบริษัทต่าง ๆ ในส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะพิจารณาทั้งโครงการลงทุนใหม่และซื้อกิจการแล้วแต่ความเหมาะสม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เดินทางไปเวียดนามและพม่า เพื่อหารือเรื่องการลงทุน โดยในเมียนมาร์ ทางบริษัทได้ร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี เป้าหมายแล้วเสร็จปี 2562 โครงการไฟฟ้าพลังน้ำมายตง ได้หารือและเสนอให้รัฐบาลพม่า เร่งรัดการจัดทำ ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ของโครงการมายตงให้แล้วเสร็จ และจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการมายตงเดือนก.ย.นี้ เพื่อให้ทันกำหนดขายไฟฟ้าในปี 2569-2571

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าในเวียดนามเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินนำเข้ากวางจิ (Quang Tri) ในจังหวัดกวางจิอยู่ในภาคกลางประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ โดยทางเวียดนามต้องการให้ไทยโดยทางบริษัทดำเนินการทั้งหมดมีมูลค่า 69,750 ล้านบาท แต่เนื่องจากกฟผ. มีข้อจำกัดเรื่องเงินลงทุนจึงกำลังเจรจากับรัฐบาลเวียดนามเพื่อขอลดสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการลงเหลือ 40% แล้วให้บริษัทลูกในเครือ กฟผ. เข้ามาร่วมถือหุ้นกับ กฟผ.สัดส่วนรวมกันแล้วมากกว่า60% ส่วนจำนวนหุ้นที่เหลืออาจเป็นผู้ถือหุ้นที่มีความพร้อม โดยโครงการนี้คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จขายไฟฟ้าในปี 2562

ปัจจุบัน โครงการของ กฟผ.อินเตอร์ที่มีลงนามข้อตกลงทางธุรกิจนอกจาก 3 โครงการแล้ว ยังมีโครงการพลังน้ำน้ำเงี้ยบในลาวกำลังผลิต 289 เมกะวัตต์ กำหนดขายไฟฟ้า ปี 2562

เนื่องจากวงเงินลงทุนโครงการแต่ละแห่งมีมูลค่าสูง และอาจเกินกรอบวงเงินที่ ครม.เห็นชอบ ให้ กฟผ.สามารถเพิ่มทุนให้แก่ กฟผ.อินเตอร์ ในกรอบ 17,000 ล้านบาท ดังนั้นทางบริษัทจึงจะเสนอคณะกรรมการพิจารณาว่า แต่ละโครงการที่เข้าไปลงทุนจะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทในเครือ ของ กฟผ. คือ เอ็กโก้ กรุ๊ป หรือ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรี เพื่อให้การลงทุนเดินหน้า ใช้ความเชี่ยวชาญของกลุ่ม กฟผ.ทำงานร่วมกัน และเกิดประโยชน์ต่อการสร้างรายได้และความมั่นคงแก่ประเทศ