การเมืองป่วน!ท่องเที่ยววูบ 'ไกด์'ตกงาน

การเมืองป่วน!ท่องเที่ยววูบ 'ไกด์'ตกงาน

นายกสมาคมมัคคุเทศก์ฯ ระบุปัญหาการเมืองยืดเยื้อฉุดท่องเที่ยววูบ ต่างชาติเมินเที่ยวไทย "ไกด์" ตกงานกว่า 50% ทัวร์จีนกระทบหนักสุด

นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบต่ออาชีพมัคคุเทศก์อยู่ในสถานะตกงานมากขึ้น ประเมินว่ามีสัดส่วนมากถึง 50% จากจำนวนมัคคุเทศก์ทั้งระบบไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไทย เพราะไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยจากความไม่สงบทางการเมืองยืดเยื้อตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมากระทั่งมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

"ที่ผ่านมามีการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวในไทย ทั้งบริษัททัวร์และสายการบิน สัดส่วนเกือบ 50% ทำให้กลุ่มอาชีพมัคคุเทศก์ต้องตกงานในอัตราสูงขึ้นจาก 50% อาจะเพิ่มขึ้นถึง 70-80% หรือกว่า 7,000-8,000 คน หากปัญหาการเมืองยังคงลากยาว"

ทั้งนี้ อาชีพมัคคุเทศก์ในเมืองไทยเป็นอาชีพอิสระ(ฟรีแลนซ์) รับงานตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น และมีตัวแปรสำคัญคือสถานการณ์บ้านเมือง จึงถือเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบก่อนเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง

สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในไทยมีจำนวน 5 หมื่นคน แต่ไม่ได้เข้าสู่อาชีพนี้ทั้งหมด ในระบบมีประมาณ 1 หมื่นคน ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีน 5 ล้านคน จากปี 2555 ที่มีประมาณ 2 ล้านคน จึงต้องขยายจำนวนมัคคุเทศก์ให้เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีน โดยได้ของบประมาณภาครัฐเพื่ออบรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

"แต่เปิดมาต้นปีนี้ทัวร์จีนหายไปมาก ทำให้มัคคุเทศก์ภาษาจีนเหลืออยู่เพียง 1,000 กว่าคน และมีแนวโน้มจะหันไปประกอบการอาชีพอื่นมากขึ้น"

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า หลังการชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปิดหน่วยงานราชการด้วยนั้น ทำให้ภาคเอกชนท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อหน่วยงานรัฐ ในการขอความช่วยเหลือเพื่อเยียวยาอาชีพมัคคุเทศก์กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้

ที่ผ่านมาแนวทางช่วยเหลือผู้ร่วมวิชาชีพดำเนินการผ่านระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเริ่มก่อตั้งในปี 2554 เพื่อเป็นแหล่งระดมเงินทุนและปล่อยกู้ให้กับสมาชิกกว่า 200-300 คนในปัจจุบัน ขณะนี้เริ่มมีมัคคุเทศก์เข้ามาขอกู้เงินบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาได้ชั่วคราวเท่านั้น หากสถานการณ์ชุมนุมยังคงยืดเยื้อคงไม่สามารถดูแลมัคคุเทศก์ได้อย่างทั่วถึง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมกันยุติปัญหาโดยเร็วที่สุด พร้อมเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบวิชาชีพมัคคุเทศก์

ในอนาคตหากมีการจัดตั้ง "สภาวิชาชีพมัคคุเทศก์" จะทำให้อาชีพนี้มีองค์กรรองรับสามารถออกใบอนุญาตพัฒนาวิชาชีพกันเองได้อย่างเป็นระบบ มีรายได้และงบประมาณพัฒนาวิชาชีพ เป็นทางออกพัฒนาระบบวิชาชีพมัคคุเทศก์ให้เข้มแข็ง สนับสนุนวงการมัคคุเทศก์ไทยมีมาตรฐาน แก้ปัญหา "ไกด์เถื่อน" และ "ไกด์ไม่มีคุณภาพ" อย่างถาวร