ตลาดเงินเอเชียร่วง ผวาวิกฤติการเงินรอบใหม่

ตลาดเงินเอเชียร่วง ผวาวิกฤติการเงินรอบใหม่

ค่าเงินอาร์เจนตินา ป่วนตลาดเงินเอเชียร่วงหนัก ผวาเกิดวิกฤติการเงินครั้งใหม่ ด้านแบงก์ชาติ มั่นใจพื้นฐานศก.ไทยต่างอาร์เจนตินา เงินสำรองแกร่ง

ภาวะปั่นป่วนในตลาดเงินประเทศเกิดใหม่ในละตินอเมริกา โดยอาร์เจนตินาที่ค่าเงินดิ่งลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนวิตกว่า อาจนำไปสู่วิกฤติการเงินครั้งใหญ่ ได้ลามมาถึงตลาดเกิดใหม่แถบเอเชีย รวมทั้ง ตุรกี และส่วนใหญ่วานนี้ ค่าเงินปรับตัวลดลงถ้วนหน้า ผสมกับความวิตกว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวมากขึ้น รวมไปถึงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงปรับลดโครงการซื้อพันธบัตรในสัปดาห์นี้

นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า มีแรงเทขาย สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้เงินรูเปี๊ยะห์ นำสกุลเงินในภูมิภาคร่วงลง โดยดิ่งลง 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากรูเปี๊ยะห์มีความเสี่ยงต่อการปรับลดมาตรการกระตุ้นของเฟดมากกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย เนื่องจากยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมากของอินโดนีเซีย

โดยนับตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินรูเปี๊ยะห์ร่วงลง 0.5% มากกว่าสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่วนริงกิตอ่อนค่าลง 0.4% มาที่ 3.3455 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2553 เปโซร่วง 0.3% มาที่ 45.45 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด นับตั้งแต่เดือนส.ค. 2553 วอนร่วงลงถึง 0.7% มาที่ 1,087.7 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. 2556 ขณะที่ค่าเงินบาทวานนี้อยู่ที่ 32.92 บาทอ่อนค่าเล็กน้อย

ทั้งนี้ สกุลเงินเรียลของบราซิลร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน สกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้แตะระดับต่ำสุดรอบ 5 ปี และสกุลเงินลีร์ของตุรกี ทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.36 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาก็ทรุดตัวลงหนักสุดในรอบ 12 ปี จนทำให้รัฐบาลอาร์เจนตินาตัดสินใจในวันศุกร์ที่จะผ่อนคลายมาตรการควบคุมค่าเงิน

ธปท.มั่นใจไม่ย่ำรอยอาร์เจนตินา

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยแล้วค่อนข้างแตกต่างกับทางอาร์เจนตินา ประกอบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยก็อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับขนาดของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แล้ว เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 หรืออันดับ 4 ของโลก รองจากฮ่องกงและสิงคโปร์

"ปัญหาที่เกิดกับอาร์เจนตินา ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของพื้นฐานเศรษฐกิจที่ไม่ได้มั่นคงเหมือนกับเรา และจุดเปราะบางเขาก็มีมากกว่าเรา จึงเทียบเคียงกันค่อนข้างยาก ต้องบอกว่าความเปราะบางเศรษฐกิจเรามีน้อยกว่ามาก และเงินสำรองระหว่างประเทศเทียบกับจีดีพีแล้ว เราสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกรองจากฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ใช้นโยบายการเงินที่ต่างกับไทย ส่วนที่มีใกล้เคียงกับเราก็คือมาเลเซีย"นางรุ่ง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังคงติดตามดูการเคลื่อนไหวในตลาดเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ธปท. จะพยายามดูแลให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับพื้นฐานของเศรษฐกิจ แต่หากช่วงไหนที่พบการเคลื่อนไหวซึ่งฮวบฮาบผิดไปจากภาวะปกติ ทาง ธปท. เอง ก็พร้อมเข้าดูแล เพียงแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ

กสิกรไทยเชื่อไม่ส่งผลค่าบาท

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับลดค่าเงินของอาร์เจนตินา เป็นผลจากปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และทุนสำรองที่ปรับลดลง เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีปฏิกิริยาในการเทขายหุ้นออกมา เนื่องจากมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะอาจจะไม่ดี แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเฉพาะตัว เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศอินเดียและอินโดนีเซียก่อนหน้านี้ไม่น่าจะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงไม่ได้มีผลต่อค่าเงินบาทมากนัก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดเงินที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่เป็นความหวังของโลกว่าจะฟื้นตัวได้จริง ส่วนประเด็นเรื่องการปรับลดมาตรการคิวอีนั้นตลาดได้รับรู้ไปแล้วว่าจะมีการทยอยปรับลดวงเงินต่อเนื่อง ซึ่งก็น่าจะเป็นไปตามแผนจึงยังไม่มีปัจจัยที่กระทบต่อค่าเงินบาทมากนัก

นายอิทธิพันธ์ เจียกเจิม ผู้จัดการขายผลิตภัณฑ์ตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การลดค่าเงินและเข้าแทรกแซงค่าเงินของอาร์เจนตินาและตุรกีส่งผลกดดันตลาดเงินวานนี้ แต่เป็นเพียงบรรยากาศการลงทุนเท่านั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบมาถึงไทย เนื่องจากไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันทางเศรษฐกิจมากนัก ขณะที่การลดขนาดคิวอี ทางเฟดพูดชัดว่าจะหยุดมาตรการคิวอีเมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนเท่านั้น ซึ่งหากสหรัฐฟื้นตัวจริงก็น่าจะส่งผลดีกับประเทศไทยในฐานะคู่ค้าที่จะช่วยให้การส่งออกและการบริโภคฟื้นตัวได้

"ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดในขณะนี้คือตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่สร้างความผิดหวังให้ตลาด และเกิดคำถามว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจริงหรือไม่จนเกิดแรงเทขายออกมา ขณะที่สหรัฐเองที่เป็นตัวดึงตลาดอยู่ในขณะนี้คนก็สงสัยว่าจะดึงได้แค่ไหน"

ส่วนการที่ค่าเงินบาทวานนี้ไม่ได้อ่อนค่าลงมากนักคาดว่าจะเป็นการเข้ามาดูแลของ ธปท. ที่มีความเป็นห่วงเรื่องความเปราะบางของเศรษฐกิจในขณะนี้ ซึ่งการไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือกนง.ครั้งที่ผ่านมานั้น เนื่องจากธปท.มองภาพรวม และช่วยพยุงให้เกิดเสถียรภาพของค่าเงินบาทและดอกเบี้ย ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะนี้ยังมีความผันผวนและอาจทำให้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.75-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้

เตือนไทยอยู่ในจอเรดาร์ต่างชาติ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สาเหตุการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายในแถบละตินอเมริกา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดขนาดคิวอีลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองหาประเทศที่เป็นจุดอ่อน

"ก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่ค่อนข้างดูแคลนการลดขนาดคิวอี โดยมองว่าผลกระทบไม่มากนัก ซึ่งผมมองว่าไม่จริง และภาพเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นแล้วผ่านหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออก ล่าสุด ทางละตินอเมริกา โดยเฉพาะอาร์เจนตินา ก็เพิ่งโดนผลกระทบดังกล่าวไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นฐานเศรษฐกิจที่ค่อนข้างอ่อนแออยู่แล้วด้วย"นายกอบศักดิ์ กล่าว

สถานการณ์ที่เกิดกับอาร์เจนตินา ค่อนข้างคล้ายกับไทยในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 คือ ในช่วงแรกที่เกิดปัญหาเงินทุนไหลออก ธนาคารกลางของอาร์เจนตินาเข้าไปแทรกแซงค่าเงินจนทำให้ระดับเงินสำรองระหว่างประเทศที่เคยอยู่ระดับ 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลงมาเหลือเพียง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากนั้นธนาคารกลางอาร์เจนตินาตัดสินใจเลิกการแทรกแซง ยอมปล่อยให้ค่าเงินเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด ผลที่ตามมา คือ ค่าเงินอ่อนค่าลงไปค่อนข้างมาก

"ถ้าตามดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินเปโซหลังจากที่ธนาคารกลางเขาตัดสินใจเลิกแทรกแซง จะเห็นว่าช่วงแรกตลาดเงินไม่ได้แพนิก (ตื่นตระหนก) มากนัก เพราะเมื่อมีคนเสนอขายก็จะมีแรงซื้อเข้ามาเช่นกัน แต่พอตกช่วงบ่าย เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งช่วงนั้นมีคนเสนอขาย แต่ไม่มีผู้เสนอซื้อเข้ามาเลย ทำให้ค่าเงินเปโซร่วงลงอย่างหนักราว 15% ตลาดจึงเกิดการแพนิกขึ้น"นายกอบศักดิ์ กล่าว

ส่วนไทยด้วยพื้นฐานแล้ว ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเงินสำรองที่สูงกว่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินต่างชาติที่อยู่ในตลาดพันธบัตรปัจจุบันมีอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท หรือ ราวกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ต้องถือว่าทุนสำรองฯ ของไทยมีเพียงพอรองรับแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ไทยมีความเสี่ยงอยู่ที่เรื่องการเมือง ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติจับตาดูอยู่ในขณะนี้ หากนักลงทุนต่างชาติมองว่า ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจไทย ก็มีความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ได้เช่นกัน

"ด้วยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยเองเวลานี้ไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก แต่สิ่งสำคัญ คือ เราต้องไม่ไปอยู่บนหน้าจอเรดาร์ของเขา (นักลงทุนต่างชาติ) ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะด้วยสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ทำให้เราขึ้นไปอยู่บนหน้าจอโดยปริยาย"นายกอบศักดิ์ กล่าว

มั่นใจไทยไม่เผชิญทุนไหลออกซ้ำอาร์เจนตินา

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากปัญหาการเมืองไทยไม่ยืดเยื้อจนกระทบต่อพื้นฐานเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าประเทศไทยคงไม่เผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกอย่างที่หลายประเทศในแถบละตินอเมริกา โดยเฉพาะอาร์เจนตินาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน

สำหรับประเทศที่มีโอกาสเผชิญความเสี่ยงเรื่องเงินทุนไหลออกนั้น ส่วนใหญ่จะมีปัญหา 4 ด้านหลัก คือ หนี้ต่างประเทศ และ อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ภาครัฐเผชิญปัญหาขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง และดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบจำนวนมากและยาวนาน

"ในส่วนของไทย หนี้ต่างประเทศค่อนข้างต่ำแค่ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินสำรองระหว่างสูงเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งเราไม่มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่การขาดดุลบัญชีงบประมาณของภาครัฐยังเกิดขึ้นเพียงแค่ 1-2 ปีเท่านั้น ดูภาพรวมแล้ว ยังไม่เผชิญแรงกดดันอะไรมากนัก"นายเชาว์ กล่าว