นาฬิกาสวิสพึ่งเครื่องประดับดันรายได้

นาฬิกาสวิสพึ่งเครื่องประดับดันรายได้

"ปิเกต์"หนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ดำเนินการปรับปรุงเครือข่ายค้าปลีกของตัวเองใหม่

ช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ปิเกต์ หนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ดำเนินการปรับปรุงเครือข่ายค้าปลีกของตัวเองใหม่ โดยหันไปส่งเสริมไลน์สินค้าเครื่องประดับอัญมณี ในพื้นที่ขายสำหรับลูกค้ากลุ่มตลาดบน อย่าง กรุงปารีส ฝรั่งเศส และกรุงลอนดอน ของอังกฤษ มากขึ้น รวมถึง การนำสินค้าประเทศ ต่างหู สร้อยคอ และจี้ ที่มีราคาเริ่มต้นราว 1,000 ดอลลาร์ ไปวางจำหน่ายด้วย

"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นเรื่องของการค้นหาจุดสมดุลที่เหมาะสม ระหว่างสภาพแวดล้อมที่เป็นเพศชาย หรือหญิงมากจนเกินไป" นายโลโปลด์ เมตซ์เยอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ปีเกต์ ระบุ พร้อมเสริมว่า ร้านสาขาของบริษัทมีการนำเครื่องประดับอัญมณีไปวางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมผลิตนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยบรรดาผู้ผลิตเหล่านี้ กำลังหันพุ่งความพยายามที่จะผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาอยู่ในตลาดเครื่องประดับอัญมณีสำหรับตลาดบน ในช่วงเวลาที่ธุรกิจนาฬิกากำลังชะลอตัวลง

ข้อมูลจากสมาพันธ์อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 นั้น การขยายตัวของการส่งออกนาฬิกาสวิส ลดลงมา 1.7% หรือราว 1 ใน 6 ของการส่งออกในปีก่อนหน้านี้ ในทางตรงกันข้าม ยอดขายเครื่องประดับอัญมณีกลับทะยานขึ้นมา 9.3%

ทั้งนี้ ส่วนต่างผลกำไรของเครื่องประดับอัญมณี โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ชื่อดัง อย่าง คาเทียร์ ซึ่งอยู่ในเครือริเชอมองท์ด้วยนั้น มีสัดส่วนสูงกว่านาฬิกาอย่างมาก โดยส่วนต่างผลกำไรของแบรนด์เครื่องประดับอัญมณีนั้น สามารถทะยานขึ้นไปสูงถึง 37% ดีกว่าร่วม 7% สำหรับส่วนต่างผลกำไรของนาฬิกา ที่อยู่ราว 30%

เครื่องประดับอัญมณี ยังมีความอ่อนไหวต่อการขึ้นลงของสภาพเศรษฐกิจน้อยกว่านาฬิกา เพราะแหวน และเครื่องประดับอื่นๆ มักเป็นที่ต้องการอยู่ตลอดเวลาสำหรับการแต่งงาน งานหมั้น และการครบรอบในโอกาสต่างๆ

ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีการจ้างงานราว 56,000 คน พึ่งพาการส่งออก และสถานะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั่วโลก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนี้ต้องหันไปหาตลาดจีนเป็นหลัก เพื่อชดเชยกับการชะลอตัวในยอดขายที่ตลาดยุโรป ซึ่งยังคงซบเซาอยู่ เพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของภูมิภาคนี้

แต่หลังจากที่ทางการจีนมีการกวาดล้างการให้ของขวัญหรูหราในกลุ่มเจ้าหน้าที่ ก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของผู้ผลิตนาฬิกาสวิส

เหล่าผู้ผลิตยังได้รับผลกระทบจากเงินฟรังก์สวิส ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน และดอลลาร์ ซึ่งบั่นทอนมูลค่าของยอดขายในญี่ปุ่น สหรัฐ และประเทศต่างๆ อย่างฮ่องกง ที่มีค่าเงินผูกติดกับดอลลาร์ โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงมาแล้วเกือบ 19% เมื่อเทียบกับเงินฟรังก์สวิส ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเกือบ 2.5%