ชัตดาวน์ตนเอง

ชัตดาวน์ตนเอง

พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส แนะให้เราปลีกวิเวกจากการเมืองออกมาบ้าง แต่ให้รับรู้ปฏิกริยาที่เกิดขึ้นภายในใจของเราด้วยว่าเป็นอย่างไร

พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส ประธานโครงการพัฒนาโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ 'เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง' แนะให้เราปลีกวิเวกจากการเมืองออกมาบ้าง แม้ว่ายังต้องรับรู้เรื่องราวอยู่ แต่ให้รับรู้ปฏิกริยาที่เกิดขึ้นภายในใจของเราด้วยว่าเป็นอย่างไร ขุ่นมัว โมโห เศร้า เสียใจ ฯลฯ

ท่านกล่าวติงไว้ก่อนเกิดเหตุปาระเบิดสองครั้งในการชุมนุมของ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ) ที่ผ่านมา ท่านบอกว่า ตอนนี้ต้องทำใจรับว่า มีคนจำนวนมากพร้อมที่จะให้เกิดอะไรขึ้น เพราะความเสี่ยงมันจ่อคอหอยอยู่

"อยู่ที่ว่า คนที่โยนเกมจะโยนอะไรลงมา ถึงตอนนั้น เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันแล้ว ว่าจะต้องฟื้นฟูจิตใจและเยียวยาอะไรกันบ้าง ดังนั้นอาตมาว่า ให้เหลือสูตร 1 ไม่เอาก็พอ คือไม่เอาความรุนแรง เชื่อว่า ถ้าเรายึดหลักนี้ แล้วให้เวลากันเลยจุดหนึ่งไปก่อน ค่อยกลับมาคุยกันจะดีกว่าไหม เลือกตั้งทีหลังปฏิรูป หรือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ได้หมด แต่ขอไม่รุนแรง แม้แต่เรื่องการปฏิวัติ ถ้าเรามองว่า การปฏิวัติเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือ ปฏิวัติแล้วอย่าให้เป็นปฏิวัติจริง แต่ปฏิวัติแล้วคืนอำนาจ อย่ากุมอำนาจไว้นานๆ ถ้าเราเปิดใจว่า ไม่ว่ากรอบไหนก็รับได้ สังคมไทยไปถึงจุดนั้นจะคุยกันได้

"แต่ตอนนี้ทุกคนมีทิฐิอยู่มาก ต้องอันนั้นก่อนอันนี้ ต้องอันนี้ก่อนอันนั้น ถ้าสุดท้าย เราเชื่อตรงกันว่า 'ต้องสันติ' คนไทยต้องไม่ฆ่ากันเอง นั่นคือ อะไรก็ได้ และนั่นคือ นิยามประชาธิปไตยแบบไทยๆ แล้วมันไม่เหมือนประเทศอื่น"

ท่านเห็นว่า สูตร 1 ไม่เอา จะทำให้เรามีหลักว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปฏิวัติหรือไม่ ก็ไม่สามารถที่จะนำเราไปสู่ความรุนแรงได้ เพราะเรามีธงแล้วว่า ไม่เอาคนไม่ฆ่ากันเอง ไม่เอาการนองเลือด เพราะเมื่อเกิดความรุนแรงไปแล้ว มันจะสร้างความไม่พอใจให้เกิดความรุนแรงต่อไปได้อีก

"อยากให้ยืดเวลาออกไปในการเรียกร้องการปฏิรูปประเทศ ในความรำคาญ จะทำให้เรากลับมามองตัวเองชัดขึ้น ในความเป็นไทยๆ นี้ ถ้าเรายึดหลักไม่เอาความรุนแรง จะแซวกันอย่างไรก็ได้ แต่ก็อย่าฆ่ากันเอง แล้วคุณก็ต้องเท่าทันคนกุมเกมข้างบนให้ได้ด้วยว่าเขาต้องการให้เกิดความรุนแรงนี้เพื่อนำไปสู่อะไร แล้วเราจะไม่เป็นส่วนหนึ่งให้ไปถึงจุดนั้น

"อยากให้เราจินตนาการ และจำลองสถานการณ์สักสามสี่อย่างที่อาจเกิดขึ้น จะทำให้เราเห็นถึงผลที่จะเกิดขึ้นในกรณีต่างๆ ซึ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า จะเอายังไงต่อ บางทีต้องหาวิธีใหม่ๆ ในการที่จะช่วยกันมองสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ ถ้าเราบอกว่า อย่าเลยๆ อย่าเดินต่อ คนก็จะด่าเราอีก เราไม่ได้เชียร์แต่เราต้องฝึกจินตนาการกันว่า ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ต่อไปจะเป็นอย่างไร"

ท่านให้เรามองย้อนกลับไปว่า ปัญหามาถึงวันนี้ได้อย่างไร

"ทำไมทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาไล่นักการเมืองเอง การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นมีทางอื่นอีกไหม ทำไมนักการเมืองฝ่ายค้านไม่มีในสภา ฯ ทำไมสภาเดินต่อไปไม่ได้ ทำไมเราไม่ช่วยกันปฏิรูปเล็กๆ ในองค์กร ในชุมชน ในสังคม ก่อนไปสู่การปฏิรูปประเทศในภาพใหญ่ ทำไมเราไม่หาสูตรในการปฏิรูปการเมือง โดยการหาวิธีการสร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาในอนาคต "

เพราะวันนี้ เมื่อประชาชนส่วนหนึ่งลุกขึ้นมาทำหน้าที่แทนสส.ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่แทนสื่อสารมวลชน จะเหลือใครที่ทำหน้าที่หุงข้าว ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ทำมาหากิน สอนลูกสอนหลานให้อยู่กับความเป็นจริง ทำในสิ่งที่ดีแม้ไม่มีคนเห็น ฯลฯ

เราควรมีเวทีวัฒนธรรมเล็กๆ ในหมู่บ้าน เพื่อให้เด็กๆ วัยรุ่น ได้แสดงออกมากกว่าอยู่กับมือถือ อินเทอร์เน็ต ควรปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับท้องถิ่นมากขึ้น ดังที่พระมหาพงศ์นรินทร์แนะนำสำหรับการสร้างนักการเมืองพันธุ์ใหม่ไว้อย่างน่าสนใจก็คือ ควรปูพื้นจิตอาสาให้กับเด็กๆ วัยรุ่น นักศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือคนทำงานให้มีบันทึก คู่มือการเป็นจิตอาสาสะสมแต้มไว้ หากแต้มไม่พอไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้

ดังนั้น ในระยะยาว หากจะล้างนักการเมืองพันธุ์เก่า เราต้องสร้างนักการเมืองพันธุ์ใหม่ โดยเริ่มปฏิรูปเด็กไทยและตัวเราตั้งแต่วันนี้ !