เหตุผลที่คนไม่ควรเกษียณ

เหตุผลที่คนไม่ควรเกษียณ

หนูดี-วนิษา ถ่ายทอดเรื่อวราวของคนกลุ่ม หัวใจไร้ตัวเลข ที่ใช้ชีวิตสร้างความเยาว์วัยให้กับตัวเองตลอดเวลา โดยไม่เปิดโอกาสให้กับคำว่า เกษียณ

ในขณะที่เด็กรุ่นใหม่วาดฝันว่าอยากเกษียณก่อนอายุสี่สิบ ไปนอนเปลชายทะเลชิลๆ ไม่ต้องทำอะไร มี Financial Freedom อิสรภาพทางการเงินชนิดที่ “ฉันไม่ต้องตื่นเช้าไปเผชิญรถติดอีกแล้ว”

แต่ในโลกอีกใบหนึ่ง เทรนด์ที่กำลังมาแรงมากสำหรับคนวัย “เกษียณจริงๆ” คือ การ “ไม่เกษียณ” นั่นคือคนรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ตามหลักการเดิมๆ ก็คือ แก่แล้ว สมองไม่ไหวแล้ว ควรหยุดพักเลี้ยงหลานแล้ว ฯลฯ

แต่ด้วยไลฟ์สไตล์สมัยใหม่และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มหัศจรรย์ รวมถึงการดูแลร่างกายด้วยอาหารสุขภาพ และทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคำว่า “แก่” ส่งผลให้ หนุ่มๆ สาวๆ วัย 60 อัพ ต่างรู้สึกว่า “ฉันยังไม่แก่ สมองฉันยังสดใส ฉันยังทำงานได้อีกหลายสิบปี”

และที่สำคัญที่สุดก็คือ คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต่างไม่ได้มีภาพตัวเองเป็นปู่ย่าตายาย หลายๆ คนประกาศศักดาชัดเจนกับลูกๆ ทุกคนว่า “ไม่เลี้ยงหลานนะ เล่นอย่างเดียว ฉันเลี้ยงพวกเธอมาก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องให้มาเลี้ยงลูกพวกเธออีกเหรอ ไม่เลี้ยงให้จ้า”

คำว่า “แก่” ไปพูดให้เข้าหูไม่ได้นะคะ มีโกรธกันเลย ยิ่งคนกลุ่ม “หัวใจไร้ตัวเลข” แบบนี้ ห้ามไปเรียก “ป้า” เรียก “ยาย” เรียก “ลุง” ไม่ได้เลย เพราะมันเป็นคำที่ไปประทับตราเรื่องอายุ ที่เจ้าตัวรู้สึกว่า ในเมื่อหัวใจฉันไม่ได้แก่ ก็ห้ามมาเรียกตัวฉันแก่ไปด้วย

เป็นคนที่วัยสูง แต่ภายในอ่อนเยาว์ ว่าไปแล้ว ก็ออกจะคล้ายฝรั่งมากกว่าคนไทย ที่มองว่า อายุเท่าไหร่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือ ไลฟ์สไตล์แบบที่เราชอบ ที่ไม่ขึ้นกับอายุ ถ้าสมัยสาวๆ เป็นคนแอคทีฟแค่ไหน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องหยุดแล้วมาใส่ชุดคอกระเช้า ทำตัวช้าๆ เมื่ออายุถึงตามที่สังคมกำหนดว่า “ต้องแก่” แล้ว

ในเมื่อใจยังคงอ่อนเยาว์ตลอดกาล คนกลุ่มนี้จึงเป็น “นิวเจน” ที่ทำให้หนูดีมองด้วยความประทับใจและทึ่งอยู่เสมอๆ ด้วยพลังสดใส และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทุกๆ ปี ใครว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุสี่สิบ มาเจอหนุ่มสาวเหล่านี้แล้วจะตะลึง อึ้ง ทึ่ง เสียว เพราะพวกเขาบอกว่า “ชีิวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 70 จ้า” และจะเริ่มต้นอีกที่เมื่ออายุ 80!

มีแพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งเคยพูดไว้และหนูดีประทับใจมากว่า “หากต้องการมีอายุถึง 100 ปีละก็ ขอให้เริ่มต้นกิจการใหม่อันหนึ่งเมื่ออายุ 70 และเริ่มต้นกิจการใหม่อีกอันเมื่ออายุ 80” ฟังแล้วพวกเราอาจจะรู้สึกว่า เว่อไปแล้ว ...แล้วถ้าตายเสียก่อนล่ะ อายุเท่านี้คนรุ่นก่อนเขาห้ามซื้อแม้กระทั่งกล้วยดิบนะคะ เพราะเสี่ยงว่าจะไม่ได้อยู่กิน แล้วนี่จะให้ถึงขั้นสร้างกิจการใหม่กันเลยหรือ เด็กที่เพิ่งเรียนจบ มีเวลาในชีวิตตั้งเยอะแยะเขายังไม่ค่อยกล้ากันเลย

ทำเป็นเล่นไป หนูดีได้พบ “หนุ่มสาวรุ่นใหม่” แบบนี้นับไม่ถ้วนท่าน อาจเพราะชีวิตที่ต้องเดินทางไปมาระหว่างหลายประเทศเลยทำให้เจอคนหลายชาติ หลายความคิดในเรื่อง “อายุ” รวมถึงเพื่อนๆ ของคุณแม่หนูดีเองที่ก็เป็นคนไทยแต่มีความเป็นสากล ประเภท “หัวใจไร้ตัวเลข” เช่นเดียวกัน

บอกเลยค่ะ เด็กอย่างหนูดี มองชีวิต ไลฟ์สไตล์พวกเขาอย่างอ้าปากค้าง ทึ่งในพลังและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนหญิงของคุณแม่คนหนึ่ง เกษียณจากบริษัทน้ำมัน แทนที่จะได้หยุดพักอยู่เฉยๆ กลับตัดสินใจ ลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมบนเนื้อที่ประมาณ 45 ไร่ในภาคใต้ มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและการขุดเจาะมาเป็นลูกค้าในนิคมขนาดย่อมนี้จนเต็มพื้นที่

นอกจากนี้ยังปลูกนาข้าวและแก้วมังกร รวมถึงเพิ่งเปิดร้านอาหารรสดั้งเดิมแต่เน้นรูปแบบทันสมัย วันๆ หนึ่งเวลาหมดไปกับการสร้างสรรค์กิจการเหล่านี้ที่เป็นกิจการที่มีผลประกอบการดี สร้างงานให้คนจำนวนมาก รวมถึงเป็นรากฐานที่ดีสำหรับลูกๆ ทุกคนที่จะมารับช่วงต่อ

อีกท่านหนึ่งคือโปรเฟสเซอร์ชาวอิตาลีที่สอนด้านอนุบาล เมื่อท่านเกษียณอายุก็ได้รับเชิญไปบรรยายทั่วโลก หนูดีมาเจอท่านอีกทีในห้องเรียนของหนูดีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมสามีใหม่ของท่านที่อายุน้อยกว่าเกือบครึ่ง ทุกคนแซวท่านว่า “นี่คือสาวรุ่นใหม่ที่พอเกษียณแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ งานยุ่งกว่าเดิม”

ชีวิตเริ่มต้นเมื่อวัยเกษียณจริงๆ ค่ะ

มองไปที่คุณแม่แท้ๆ ของหนูดีเองก็ไม่ใช่ย่อย ปัจจุบันนี้คุณแม่ที่ลูกๆ สองคนคิดว่า เมื่อเราเรียนจบกลับมาแล้วคุณแม่อยากจะเกษียณ นั่งเล่นนอนเล่นสบายๆ หรือไปเที่ยวพักผ่อนตามที่ต่างประเทศก็สามารถทำได้ เพราะเราสามารถทำงานหาเลี้ยงแม่ได้แล้ว

แต่เส้นทางที่คุณแม่เลือกทำให้ลูกๆ สองคนมองด้วยความทึ่ง เพราะคำว่า “เกษียณ” ไม่มีอยู่ในหัว เวลานี้ นอกจากเริ่มต้นสร้างโรงเรียนแห่งใหม่อีกโรงเรียนหนึ่ง ดูแลควบคุมงานก่อสร้างเหมือนผู้ชายคนหนึ่งแล้ว คุณแม่ยังคิดจะเริ่มกิจการร้านอาหารมังสวิรัติกับหุ้นส่วนหนุ่ม ซึ่งหุ้นส่วนคนนี้ก็คือเพื่อนของหนูดีเอง อายุห่างกับคุณแม่หลายรอบ แต่ไม่เคยเป็นปัญหาเพราะ “คนหัวใจไม่มีตัวเลข” คุยกับเด็กอายุเท่าไหร่ก็ได้ไม่เคยเป็นปัญหา

เพื่อนๆ หนูดีหลายคนพูดว่า “แฮงเอาต์กับคุณแม่หนูดีสนุกกว่าอยู่กับหนูดีอีก คุณแม่เป็นคนสนุกมาก” ฟังแล้วเพลีย เพราะมีแม่สาวกว่าตัวเอง

การเกษียณเมื่อถึงวัยอาจไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป เพราะการทำงานจะทำให้ร่างกายของเรากระปรี้กระเปร่าไม่จับเจ่าไปวันๆ หนูดีเองก็คิดว่า สำหรับชีวิตตัวเองแล้ว แม้จะมีอิสรภาพทางการเงินแต่ก็จะไม่เลิกทำงาน เพราะอยากเป็นสาวรุ่น “หัวใจไร้ตัวเลข” เหมือนสาวๆ รุ่นนี้ที่ 70 แล้วยังเริ่มกิจการใหม่ๆ กันอย่างไม่เกรงใจรุ่นเล็กอย่างพวกเราเลย ...

หนูดีแซวเสมอว่า แล้วรุ่นหนูดีจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ ประสบการณ์รุ่นนั้นเพียบ ไม่ยอมเกษียณแล้วกระโดดมาแข่งกันในเกมธุรกิจ แบบนี้ รุ่นเล็กเหนื่อยเลย

*หนูดี-วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและการเรียนรู้ และได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า "อัจฉริยะสร้างได้" เป็น คอลัมนิสต์คอลัมน์ฉลาดสุขกับหนูดี นสพ.กรุงเทพธุรกิจกายใจ