'มวลมหาชน'บุคคลแห่งปี 2013

'มวลมหาชน'บุคคลแห่งปี 2013

"มวลมหาประชาชน" บุคคลแห่งปี ประจำปี 2556

ตลอดปี 2556 ที่ผ่านพันไป ปรากฎการณ์กลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันออกมาแสดงออกทางการเมือง จนสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

กองบรรณาธิการ "กรุงเทพธุรกิจ"จึงได้โหวตเลือกให้ "พลังประชาชน" เป็นบุคคลแห่งปี 2556

การตื่นตัวของประชาชนจากหลากหลายวิชาชีพแสดงความไม่พอใจรัฐสภา กรณีผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงพลังครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

การแสดงออกของพลังภาคประชาชนในครั้งนี้ เป็นไปอย่างหลากหลายจากทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มนักธุรกิจ นักศึกษา นักวิชาการ และองค์กรภาคเอกชน โดยมีจุดมุ่งหมายแทบเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือ "ไม่พอใจระบบการเมืองของประเทศ" ที่นำไปสู่ปัญหามากมายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพและการทุจริตคอร์รัปชัน จนนำไปสู่ปรากฏการณ์ "วิกฤติศรัทธา" ต่อนักการเมือง

แม้ขณะนี้ การชุมนุมของประชาชนจากหลากหลายวิชาชีพ จะรวมกันจัดตั้งกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่หากติดตามตั้งแต่จุดเริ่มต้น การก่อตัวของความไม่ใจของประชาชนในครั้งเป็นไปโดยไม่มีการจัดตั้งหรือการระดมของฝ่ายการเมือง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แม้ว่าในภายหลังจะเห็นภาพนักการเมืองเข้ามาร่วมด้วยอย่างเห็นได้ชัด

การแสดงออกของ "พลัง" ในครั้งนี้ ได้ส่งผลกระเทือนอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากรัฐบาล หรือ ฝ่ายการเมือง ยอมรับถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทันที ส่งผลให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และถอนร่างกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องออกจากสภาทันที

นอกจากนี้ พลังแห่งการแสดงออกทางการเมือง ที่ปรากฏทั่วท้องถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานคร ได้กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวทางการเมืองครั้งใหญ่ของประชาชน ดั่งปรากฏให้เห็นว่าจำนวนประชาชนที่เข้ามาร่วมแสดงพลังมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งกว่านั้น ประเด็นการเรียกร้องในครั้งนี้ คือ การปฏิรูปประเทศ มีการขานรับจากทุกภาคส่วน โดยเห็นว่าจากวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ซึ่งกระแสเรียกร้องให้มีการ "ปฏิรูป" เป็นสิ่งที่คนทั้งสังคมตอบรับ ทั้งฝ่ายการเมืองและคนกลุ่มอื่นในสังคม แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องแนวทางและรูปแบบการปฏิรูปประเทศว่าจะออกมาอย่างไร

ไม่เพียงแต่ "กระแสปฏิรูป" ที่พัดกระหน่ำไปทั่วทุกซอกมุมของสังคมเท่านั้น พลังของการแสดงออกในครั้งนี้ ยังปรากฏให้เห็น "ความรักชาติ" ซึ่งอาจเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกๆ ที่พลังของการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ความเป็นชาติ ดังปรากฏให้เห็น "สัญลักษณ์ของธงชาติ"

แม้ว่า การแสดงออกทางการเมืองในอดีต จะมีการอ้าง "ชาติไทย" ในการขับเคลื่อน แต่ที่เราเห็นก็เป็นเพียงแค่ "ธงชาติ" เท่านั้น ซึ่งต่างจากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ เพราะว่าประชาชนที่เข้าร่วมได้ "ผนึก" ตัวตนของตนเองกับ "ความเป็นชาติ" ดังปรากฏให้เห็นทั่วไปจากเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายของผู้ชุมนุม

ระหว่างทางของการชุมนุมประท้วงเริ่มมีความรุนแรงและการสูญเสีย กระทั่ง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2556 ในวันนัดชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 2 ของ กปปส. และกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ. 2557

แทนที่การยุบสภาจะเป็นจุดจบของปัญหา ทว่ากลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายรอบใหม่ เมื่อฝ่าย กปปส.เดินหน้าขัดขวางการเลือกตั้งทุกรูปแบบ ตั้งแต่การรับสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ตามด้วย ส.ส.ระบบเขต ลุกลามไปในหลายพื้นที่ของประเทศ

ปี 2557 จึงอาจกลายเป็นปีแตกหักของคู่ขัดแย้งหลักในบริบทการเมืองไทย ที่ต่อสู้กันยืดเยื้อมาตลอดทศวรรษ !

แน่นอนว่า พลังของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จะขาดไม่ได้ หากปราศจากสื่อใหม่ ที่เรียกว่า "โซเชียลมีเดีย" ซึ่งกล่าวกันว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากของการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน

แต่ "โซเชียลมีเดีย" เป็นเพียงแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งเท่านั้น การชุมนุมจะเกิดพลังไม่ได้เด็ดขาด หากขาด "พลังของผู้คน" ในฐานะผู้ใช้เครื่องมือ อย่าง "โซเชียลมีเดีย"

จากพลังของการชุมนุมที่ปรากฏให้เห็น กองบรรณาธิการ "กรุงเทพธุรกิจ" จึงขอยกให้ "พลังมวลชน" เป็น "บุคคลแห่งปี" ประจำปี 2556