'พานทองแท้'อัด'สุเทพ'ปิดกทม.เหมือนเขมรแดง

'พานทองแท้'อัด'สุเทพ'ปิดกทม.เหมือนเขมรแดง

"พานทองแท้" โพสต์เฟซบุ๊คอัด "สุเทพ" ปิดกทม.เสมือนเขมรเเดงปิดพนมเปญ พ.ศ.2518

นายพานทองเเท้ ชินวัตร โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวบ่ายวันนี้ว่า "ยุทธการ...ปิดกรุงเทพฯ...!!" คือของขวัญปีใหม่ พุทธศักราช 2557 ที่แก๊งค์ อดีตสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจมอบให้กับพี่น้องไทยทุกคนครับ

ม็อบประชาธิปัตย์คิดแปลกครับ คิดจะนำพาประเทศย้อนยุคไปเหมือนกับเขมรแดงในปีพ.ศ.2518 ซึ่งได้กระทำการปิดกรุงพนมเปญ จนยึดอำนาจได้สำเร็จ และในที่สุดก็ปิดทั้งประเทศ โดดเดี่ยวตัวเองออกจากประเทศอื่นๆทั่วโลก และจัดตั้งระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตัวเอง ทำให้เขมรซึ่งมีความเจริญทางอารยธรรม สูงสุดในอดีตกาล กลับต้องล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน ไปอย่างน่าเสียดาย

ผ่านมาเกือบ40ปีให้หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ คิดจะกระทำซ้ำรอยเขมรแดง ด้วยการปิดกรุงเทพครับ นำม็อบป่วนไปทั่วเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก และไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าจะต้องปฏิรูปการเมืองให้เสร็จก่อน จึงจะอนุญาตให้มีการเลือกตั้งได้ ประท้วงมาจนถึงวันนี้ เศรษฐกิจไทยคิดแค่ธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างเดียว ก็เสียหายยับเยินไปนับแสนล้านบาทแล้ว ล่าสุดนายสุเทพฯยังจะประกาศ ซ้ำเติมความฉิบหายอีกว่า หลังปีใหม่นี้ คนกรุงเทพฯต้องเตรียมตัว รับชะตากรรม "คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า" กับแผนการหลุดโลกสไตล์ม็อบประชาธิปัตย์ ได้แก่ ยุทธการ...ปิดกรุงเทพฯ...!!

พานทองแท้ขอเตือนไว้เลยว่า ถ้าม็อบประชาธิปัตย์ล้มการเลือกตั้งได้สำเร็จ ประเทศไทยจะกลับมาสู่ระบบการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยได้ยากแล้วครับ ครั้งนั้นกว่าเขมรจะกลับเข้ามาสู่กระบวนการเลือกตั้งได้ ต้องใช้เวลาถึง16ปี โดยเขมรแต่ละฝ่ายต้องลงสัตยาบันกันว่า จะให้สหประชาชาติเข้ามาจัดการเลือกตั้ง และแล้วในที่สุดฝ่ายเขมรแดง ที่ได้กระทำการปิดล้อมกรุงพนมเปญเมื่อ16ปีก่อน ก็เบี้ยวสัตยาบันอีก โดยไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่สหประชาชาติเป็นผู้เข้ามาจัดการให้

ผมเชื่อว่ากติกาการเลือกตั้ง ที่ประชาธิปัตย์บอกว่าไม่ยุติธรรม ต้องแก้ไขก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เป็นเพียงข้ออ้างของคนประเภท"แพ้แล้วพาล"หรือ "ขี้แพ้ชวนตี" เท่านั้นครับ จนถึงวันนี้มีพรรคการเมืองไปสมัครรับเลือกตั้งแล้วถึง53พรรค แสดงว่าทุกพรรคฯการเมืองเขาต่างก็ยอมรับกติกากันทั้งนั้น มีพรรคประชาธิปัตย์อยู่เพียงพรรคเดียว ที่งอแงไม่ยอมลงสมัคร และออกมาป่วนบ้านเมืองอยู่ทุกวันนี้

ถ้าประชาธิปัตย์อยากจะเป็นรัฐบาลแต่แพ้เลือกตั้ง เป็นฝ่ายค้านได้ไม่เท่าไหร่ ก็งอแงป่วนบ้านป่วนเมืองแบบนี้ได้ ต่อนี้ไปนักการเมืองที่รู้ตัวว่า เลือกตั้งไปยังไงตัวก็แพ้ ก็จะใช้วิธีการซ้ำรอยม็อบประชาธิปัตย์แบบนี้อีกครับ นำม็อบออกมาป่วนเมือง สร้างสถานการณ์ให้มีคนตาย มีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากๆ ก็จะมีการเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้ง เสนอคนกลางมาเป็นนายกฯ เสนอให้แก้ไขกติกาให้ตัวเองได้เปรียบ การแข่งขันโดยกระบวนการประชาธิปไตย ด้วยวิธีหย่อนบัตรเลือกตั้ง ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้อีก..!!

คนกรุงเทพฯกำลังถูก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หลอกให้กลัวคำว่า "ระบอบทักษิณ"ครับ กลัวโดยไม่มีเหตุผล ไม่ลืมหูลืมตา กลัวจนลืมคิดไปว่า ถ้าทำสำเร็จแล้ว "ระบอบสุเทพฯ" จะเข้ามาแทนที่หรือไม่ ถ้าระบอบทักษิณฯคือ การสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชนมากมาย จนถูกขนานนามว่าเป็น "ประชานิยม" แล้วพอถึงเวลาที่กฏหมายกำหนด ประชาชนจะชอบ-ไม่ชอบอย่างไร ก็ออกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เป็นระะบอบที่อยู่ภายใต้ประชาธิปไตย แล้วระบอบสุเทพฯหละ มีจุดขายจุดแข็งอะไรบ้าง นอกจากขายความกลัวและสร้างความเกลียดชัง ในหมู่พี่น้องคนไทยด้วยกัน

ถ้านำมาเปรียบเทียบกับ "ระบอบสุเทพ" ซึ่งเริ่มมาจากคนที่เป็นนักการเมืองมา35ปี ยังไม่เคยได้ยินผลงานทางด้านบวกอะไร ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยบ้าง จะถามคนสักกี่ร้อยคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยได้ยินแม้แต่โครงการเดียว เคยแต่ได้ยินเรื่องราวฉาวโฉ่อยู่ตลอดเวลา แทนที่นายสุเทพฯจะปรับปรุงตัว หรือแม้แต่จะปฏิรูปพรรคฯตัวเองให้ดีขึ้น ประชาชนเค้าจะได้เลือกมาเป็นรัฐบาล กลับไม่คิดจะทำ เอาแต่จะป่วนบ้านป่วนเมือง ล้มเลือกตั้ง ล้มประชาธิปไตย

ตั้งแต่โบราณกาล เราเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การเลือกคนเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ จะทรงเป็นผู้เลือกด้วยพระองค์เอง จนกระทั่งในหลวงรัชกาลที่7 ทรงพระราชทานสิทธิของพระองค์ท่าน ให้กับปวงชนชาวไทยโดยรวม ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งคนเป็นพ่อ-ลูกกัน ยังไปใช้สิทธิ์แทนกันไม่ได้เลย แล้วสุเทพ เทือกสุบรรณ คิดว่าตัวเองเป็นใคร?? จึงจะมาใช้สิทธิ์พระราชทานนี้ แทนพี่น้องประชาชนได้..!!

ขออัญเชิญ พระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติ ของในหลวงรัชการที่7 อันเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้พี่น้องได้ทบทวนกันดูอีกครั้ง

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของ ข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดย สิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

อย่าลืมว่าพรรคการเมือง 53พรรค พร้อมที่จะลงเลือกตั้ง มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์พรรคฯเดียวที่งอแง แผลงฤทธิ์ฟาดงวงฟาดงาอยู่ ประเด็นที่ต้องพิจารณาจึงเหลือแค่ เสียงนกหวีดที่ "ม็อบประชาธิปัตย์"เป่าหนวกหูกันอยู่นั้น คือเสียงอันแท้จริงของราษฎรโดยทั่วไป หรือเป็นเพียงคนกลุ่มเดียวที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

แค่นี้เราก็สรุปได้แล้วครับ ว่าคนไทยส่วนใหญ่ ต้องการ.... "เลือกตั้ง" หรือ "เทือกตั้ง"...??"