ชอปปิงออนไลน์จุดเปลี่ยนโลกการค้ายุคดิจิทัล

ชอปปิงออนไลน์จุดเปลี่ยนโลกการค้ายุคดิจิทัล

การซื้อ-ขายผ่าน "ออนไลน์" กำลังพลิกโฉมการค้าและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคแห่งอนาคต

นอกเหนือจากการลงทุนเปิดร้านค้าใหม่แล้ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย รองรับโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งการขยายตลาดทั่วโลก

"ชอปปิงออนไลน์" กำลังเป็นเครื่องมือสำคัญของธุรกิจทุกแขนงในการขยายตลาดอย่างกว้างขวาง ไม่จำกัดเฉพาะประเทศไทยแต่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วทุกมุมโลก

ปัจจุบันไทยมีประชากรอินเทอร์เน็ตกว่า 25 ล้านคน ถูก "ต่อยอด" ด้วยเทคโนโลยี "สมาร์ทโฟน" ที่เป็นตัวเร่งชอปปิงออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย "สมาร์ทโฟน" มีอัตราส่วนผู้ใช้มากกว่า 50% ของมือถือ 18-20 ล้านเครื่อง เข้าถึงสินค้าและบริการ ทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

เลี่ยงไม่ได้ที่สมรภูมิแข่งขันธุรกิจค้าปลีกบนโลกไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ผู้ประกอบการแต่ละค่ายประกาศแนวรบชัดเจนต่อการ "ขายออนไลน์" พ่วง ช่องทาง "ออฟไลน์" เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มพอร์ตรายได้

นับเป็นการต่อยอด หรือ ใช้หน้าร้านค้าปลีกให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยิ่งมีเครือข่ายสาขาเข้าถึงลูกค้าสะดวก รวดเร็ว ยิ่ง "ได้เปรียบ" คู่แข่งในการใช้ช่องทางหน้าร้านเป็นฐานกระจายสินค้า หรือ ช่องทางรับสินค้าในทันที แทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มแต่อย่างใด ที่สำคัญขจัดอุปสรรค "ความน่าเชื่อถือ" ที่เป็นปัญหาใหญ่ของการใช้บริการออนไลน์

จะเห็นว่าบรรดาค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้งเซ็นทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส เซเว่นอีเลฟเว่น ต่างเร่งเตรียมความพร้อมสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจนับจากนี้ ด้วยฐานธุรกิจที่มีสัดส่วนต่ำเป็นตัวเลข "หลักเดียว" เทียบยอดค้าปลีกรวมทั้งระบบกว่า 1.4 ล้านล้านบาทยังมีโอกาสเติบโตสูง ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างสหรัฐปัจจุบันชอปปิงออนไลน์มีสัดส่วนยอดขาย 30% ของยอดค้าปลีกรวม

ยักษ์ใหญ่ "เซ็นทรัลรีเทล" ส่งกิจการในเครือชิมลางชอปปิงออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง เตรียมเปิดตัวธุรกิจออนไลน์ www.central.co.th สมบูรณ์แบบในเร็วๆ นี้ เป็นห้วงเวลาที่เชื่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และระบบ พร้อมแล้ว!! ด้วยโลกอินเทอร์เน็ต 3จี เฟสบุ๊ค เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า ซึ่งประสิทธิภาพของ 3 จี เต็มรูปแบบจะทำให้ตลาดออนไลน์แข่งขันสมบูรณ์มากขึ้น

รูปแบบการตลาดออนไลน์ จะทำให้ "ตลาด" ไม่จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย พึ่งพิงกำลังซื้อจากประชากร 66 ล้านคน แต่ปูทางสู่พลเมือง "เออีซี" กว่า 600 ล้านคน หรือข้ามพรมแดนเจาะตลาดได้ทั่วโลกที่มีลูกค้ากว่า 7,000 ล้านคน

นอกจากนี้ “ชอปปิงออนไลน์” ในไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสู่ยุค E-Tailing หรือ Electronic Retailing กล่าวคือ การขายสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์โดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลางหรือตลาดกลางอิเล็คทรอนิกส์ (E-Marketplace)

ข้อมูลจากผู้ประกอบการค้าปลีก ระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจชอปปิงออนไลน์ในไทยมีมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เติบโต 50-100% ต่อปี มีศักยภาพเติบโตสูงเทียบอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือจีดีพี มูลค่า 10 ล้านล้านบาท คาดการณ์ 3-5 ปีข้างหน้าตลาดจะมีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านบาท ใน 10 ปีข้างหน้า เชื่อว่าภาคการค้าปลีกโดยภาพรวมจะมีสัดส่วนการขายมาจาก "ออนไลน์" 35-40% ตามเทรนด์โลก

ไม่เฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น ของใช้ ของแห้ง แม้แต่ "ของสด" อาหารสดทั้งหลายวันนี้ผู้บริโภคชาวไทยยังสามารถสั่งซื้อและรอรับหมูสด ผักสด ได้ที่บ้าน ยิ่งสินค้าชิ้นใหญ่ ใช้ประจำ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเลือกซื้อ ในยุคที่การใช้ชีวิตต้องทำหลายสิ่งอย่างภายในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายจัดเตรียม “เพอร์ซันนัล ช็อปเปอร์” หรือพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดเสมือนลูกค้าเลือกเองก่อนจะจัดส่งถึงมือลูกค้าตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ หรือลูกค้าสามารถมารับสินค้าได้เองที่ร้าน

ขณะที่สินค้า "แฟชั่น" หลายแบรนด์วางกลยุทธ์การใช้หลากหลายช่องทาง กล่าวคือ ขายออนไลน์พ่วงไปกับออฟไลน์ไม่ว่าจะเป็น "มาร์คแอนด์สเปนเซอร์" ที่มุ่งขยายกิจการค้าปลีกข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียภายใต้ยุทธศาสตร์ “มัลติแชนแนล” ทั้งช่องทางออฟไลน์ คือ ร้านค้าปลีกมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ และธุรกิจออนไลน์

ยิ่งเอเชีย และอาเซียนเป็นตลาดที่มีช่องว่างและโอกาสทางธุรกิจสูง เครื่องมือหรือช่องทางจำหน่ายแพลตฟอร์มเดียวไม่อาจตอบโจทย์โลกการค้ายุคไร้พรมแดนได้อีกต่อไป

จะเห็นว่า ยักษ์ใหญ่แฟชั่นออนไลน์ระดับโลก อาทิ "ซาโลร่า" รุกขยายฐานธุรกิจในไทยอย่างจริงจัง เพราะมองว่าไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนไทยให้ความสำคัญกับสินค้าแฟชั่นและหันมาซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้นนับเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจชอปปิงออนไลน์

เว็บไซต์ซาโลร่า (www.zalora.co.th) รวบรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นครอบคลุมกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ ตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ความงาม กว่า 500 แบรนด์ รวมสินค้ากว่า 4 หมื่นรายการ วางโครงสร้างราคาจำหน่ายตั้งแต่ 60-9,000 บาท ต่ำกว่าคู่แข่งในท้องตลาด 10-20% มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการความรวดเร็วในการซื้อสินค้า ไม่มีเวลาเดินชอปปิงในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า

การเข้ามาของ บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย) ธุรกิจในเครือข่าย ร็อกเกต อินเทอร์เน็ต บริษัทขนาดใหญ่ของธุรกิจออนไลน์ในยุโรปและเป็นผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ชื่อดัง ทั้ง Zalando ในยุโรป, Dafiti ในบราซิล และ Lamoda ในรัสเซีย

โดยประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของการรุกตลาดเอเชีย ด้วยปัจจัยของจำนวนประชากร และพัฒนาการของวงการแฟชั่นไทยที่ล้ำหน้าประเทศอื่นๆ รวมไปถึงศักยภาพในการบริโภคแฟชั่นของคนไทยที่สูงกว่าชาติอื่นในแถบเอเชีย ที่สำคัญไทยและเอเชียยังไม่มีผู้นำตลาดชอปปิงออนไลน์ที่ชัดเจน