ท่องเที่ยวงัด'โซเชียลมีเดีย'เชื่อมนักเดินทางทั่วโลก

ท่องเที่ยวงัด'โซเชียลมีเดีย'เชื่อมนักเดินทางทั่วโลก

การตลาดออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทเต็มตัวสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

หน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับตัวในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้เวลาอยู่กับโลก "อินเทอร์เน็ต" มากขึ้น เพื่อไม่ให้ตกยุค การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแนวทางการทำตลาดอิงไปกับโลกไซเบอร์

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด ททท. กล่าวว่า ในรอบปี 2556 ที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้สื่อออนไลน์ในฐานะ "เครื่องมือด้านการท่องเที่ยว" เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยแหล่งข้อมูลหลักซึ่งมีมาดั้งเดิมอย่างเว็บไซต์ www.tourismthailand.org มีจำนวนยอดผู้เข้าชมแยกตามไอพี 23 ล้านคนตลอดปี เติบโตสูงถึง 40% หรือมีค่าเฉลี่ยการเข้าชมอยู่ที่ 2 ล้านไอพีต่อเดือน แต่หากคิดเป็นเพจวิวนับรวมได้ถึง 150 ล้านเพจวิว เพิ่มขึ้น 10%

"ททท.ถือว่าจำนวนไอพีที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นค่าบ่งชี้ความนิยมจากการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานและนักท่องเที่ยวเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น ไม่วนอยู่เฉพาะผู้ใช้งานรายเดิมๆ เท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม เทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจอยู่ที่แพลตฟอร์ม “สังคมออนไลน์” หรือ โซเชียลมีเดีย ที่มีการใช้งานเติบโตถึง 20% โดยหากพูดถึง “เฟซบุ๊ก” โซเชียลมีเดียยอดนิยมแล้ว พบว่าหน้าเพจหลักของ ททท.มียอดแฟนคลิกไลค์รวมแล้วกว่า 4.8 แสนคน เติบโตกว่า 50% สูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 4.7 แสนคน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสร้างสรรค์กิจกรรมกระตุ้นการมีส่วนร่วมโดยโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อมีการลิงค์ข้อมูลมายังเว็บท่า (Portal Site) ส่งผลให้ผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยเพิ่มทราฟฟิคของเว็บไซต์หลักของ ททท.เพิ่มได้จำนวนมาก เป็นการทำให้ตัวเว็บไซต์กลับมาคึกคัก แม้ว่าเทรนด์การใช้งานผ่านเว็บไซต์ในปัจจุบันเริ่มลดน้อยถอยลง เพราะการเข้ามาของแพลตฟอร์มอื่นๆ อาทิ แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ มีบทบาทมากขึ้น

“โซเชียลมีเดียยังมีผลต่อแผนลูกค้าสัมพันธ์ (ซีอาร์เอ็ม) อย่างมาก เพราะสามารถตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายได้ตรงจุด และยังสร้างให้เกิดกระแสการส่งต่อข้อมูลถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหากเกิดความประทับใจแล้ว จะนำมาซึ่งการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย บอกต่อกับเพื่อนฝูง เป็นการช่วยส่งต่อภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยที่ดีได้อีกทาง”

ทว่าด้วยสถานการณ์การเมืองที่คุกรุ่นในช่วงส่งท้ายปี 2556 ที่ผ่านมา ทำให้แนวทางการสื่อสารการตลาดออนไลน์ ต้องปรับตัวจากเดิมที่วางแผนสร้างกิจกรรมให้คนมีส่วนร่วมในเฟซบุ๊ก กลายมาเป็นการรุกหนักด้วยการมุ่งสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีหักล้างภาพความขัดแย้งด้านการเมืองของไทยที่ตีแผ่จากสำนักข่าวต่างประเทศไปทั่วโลก โดยเลื่อนแผนการทำกิจกรรมกับแฟนเพจไปอยู่ในช่วงไตรมาส 2-4 ของปี 2557 แทน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเผยแพร่และสื่อสารการท่องเที่ยวไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามท่ามกลางปัญหาขัดแย้ง ในช่วงต้นปี 2557 นี้ ททท. เตรียมกิจกรรมผ่านเครื่องมือ"ออนไลน์" โดยร่วมมือกับ “กูเกิลพลัส” สร้างสถิติโลกของกินเนสบุ้ค จัดทำอัลบัมภาพถ่ายท่องเที่ยวแบบออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก “1 แสนภาพ” โดย “ธวัชชัย อรัญญิก” ผู้ว่าการ ททท.คนใหม่เตรียมแถลงข่าวในเร็วๆ นี้

โครงการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-10 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่อุณหภูมิการเมืองในประเทศกำลังร้อนระอุ แต่ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการรวบรวมภาพถ่ายมากสุดเป็นสถิติโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับประชากรในโลกไซเบอร์ได้อีกทางว่า เมืองไทยยังคงมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอ

การผนึกความร่วมมือกับ กูเกิ้ลพลัส เป็นการเริ่มต้นสร้างฐานนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางแห่งอนาคต ซึ่งช่วงที่ผ่านมากูเกิ้ลได้ลงทุนปรับระบบแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ขนานใหญ่ เพื่อช่วงชิงตลาดกับคู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาดในปัจจุบัน

ที่สำคัญกว่า คือ การทำงานร่วมกับ กูเกิ้ล ยังมีผลต่อการเสิร์ชข้อมูลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ที่จะค้นพบสิ่งที่ ททท.ต้องการนำเสนอมาเป็นอันดับต้นๆ สมตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลในฐานะเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วย