ทีวีดิจิทัลกระตุ้นธุรกิจสื่อลงทุน'แสนล้าน'

ทีวีดิจิทัลกระตุ้นธุรกิจสื่อลงทุน'แสนล้าน'

จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมสื่อปี57"ทีวีดิจิทัล"กระตุ้นลงทุนแสนล้าน หลังโกยมูลค่าเงินประมูล 5หมื่นล้าน จับตาลงทุนคอนเทนท์ ดึงบุคลากรดันต้นทุนพุ่ง

ในไตรมาสแรก ปี 2557 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในประเทศไทยครั้งสำคัญในรอบเกือบ 60 ปี จากการเริ่มต้นส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) เริ่มจากประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่กิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ประกอบไปด้วยช่องเอชดี 7 ช่อง วาไรตี้ 7 ช่อง ข่าว 7 ช่อง และช่องเด็ก 7 ช่อง อายุใบอนุญาต 15 ปี ซึ่งเปิดประมูลไปเมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค.2556 มีผู้ร่วมประมูล 29 บริษัท จาก 22 กลุ่มธุรกิจ

ผลการประมูลทั้ง 2 วัน มี 17 กลุ่มธุรกิจชนะการประมูล ที่มีวงเงินรวมมูลค่าการเสนอราคาทั้งหมด 50,862 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 234% จากมูลค่าราคาประมูลขั้นต้น ประกอบไปด้วย เอชดี 7ช่อง รวมมูลค่า 23,700 เพิ่มขึ้น 124% ช่องวาไรตี้ 7ช่อง รวมมูลค่า 15,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 500% ช่องข่าว 7 ช่อง รวมมูลค่า 9,238 เพิ่มขึ้น 500% และช่องเด็ก 3 ช่อง รวมมูลค่า 1,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370%

มั่นใจผู้ชนะประมูลพร้อมลงทุน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี เนื่องจากผู้เข้าประมูลในแต่ละประเภทล้วนเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ระบบการแข่งขันเสรีตามกลไกตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ซึ่งจะมีช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นจาก 6 ช่อง เป็น 24 ช่อง ซึ่งครัวเรือนไทยทั่วประเทศสามารถรับชมได้ฟรี

"การประมูลครั้งนี้นับว่าได้ผู้ที่ความพร้อมและมีความต้องการอย่างแท้จริง ในการเป็นผู้ดำเนินกิจการโทรทัศน์ ด้วยต้นทุนราคาที่ผู้ชนะประมูลมั่นใจว่าสามารถประกอบกิจการอยู่รอดได้ตลอดอายุ 15 ปี ผลการประมูลครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐานในการจัดประมูล ที่เห็นการแข่งขันของผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและอยู่บนพื้นฐานการลงทุน ที่มีการวางแผนเพื่อสร้างธุรกิจทีวีดิจิทัล" พ.อ.นที กล่าว

หลังจากจบกระบวนการประมูลในช่วงส่งท้ายปี บอร์ดกสท.จะพิจารณารับรองรายชื่อผู้ชนะการประมูลภายใน 15 วัน นับจากวันสิ้นสุดการประมูล จากนั้นได้รับหนังสือแจ้งการเป็นผู้ชนะการประมูล ผู้ชนะประมูลจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขก่อนรับใบอนุญาตภายใน 45 วัน คือการชำระค่าธรรมเนียมในอนุญาตงวดที่1 สัดส่วน 50% ของราคาขั้นต้นประมูลรายประเภทช่องรายการ และอีก 10% ของมูลค่าส่วนเกินการประมูล พร้อมวางหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินสำหรับค่าธรรมเนียมงวดที่สอง ภายใน 30 วัน คาดว่าผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะเริ่มออกอากาศได้ภายในเดือน ก.พ.2557

ลงทุนคอนเทนท์5หมื่นล้าน
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด เปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อในปี 2557 ที่จะเริ่มออกอากาศทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง จะทำให้เกิดการลงทุนมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเฉพาะต้นทุนการบริหารและผลิตคอนเทนท์ ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง แม้ผู้ชนะบางรายจะมีช่องรายการบนแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมอยู่แล้ว แต่จะมีการลงทุนอุปกรณ์ สตูดิโอ และการผลิตคอนเทนท์เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ประเมินว่าทีวีดาวเทียมช่องเอชดี จะต้องลงทุนด้านค่าบริหาร บุคลากร และการผลิตคอนเทนท์ปีละ 3,000 ล้านบาท/ช่อง ขณะที่ช่องวาไรตี้ เอสดี ปีละ 2,000 ล้านบาท/ช่อง ส่วนช่องข่าวและเด็ก ปีละ 1,500 ล้านบาท/ช่อง รวม 24 ช่องมูลค่าลงทุนอยู่ที่ 50,000 บาทต่อปี

ดังนั้นหากรวมต้นทุนค่าใบอนุญาตโครงข่ายที่ผู้ชนะการประมูลต้องจ่ายให้กับ กสทช. ตลอดในช่วง 6 ปีของเงื่อนไขการจ่ายรวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้าน และการลงทุนของฝั่งโครงข่ายจะมีมูลค่ากว่า "แสนล้านบาท"

หวั่นต้นทุนธุรกิจสื่อพุ่ง
นายเขมทัตต์ กล่าวอีกว่าการเพิ่มขึ้นของทีวีดิจิทัลรวม 24 ช่องในปีหน้า ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรง และอาจต้องเผชิญสภาวะการแย่งซื้อคอนเทนท์จากต่างประเทศเพื่อมาออกอากาศ รวมทั้งต้นทุนด้านบุคลากรที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่องรายการข่าวที่ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก ช่องละ 200 คน

นอกจากค่าใบอนุญาตตามราคาที่ผู้ประกอบการชนะประมูลแล้ว ผู้ได้รับใบอนุญาตยังมีต้นทุนเพิ่มอีก 4% ของรายได้ เป็นค่าธรรมเนียมจ่ายรายปีให้กับสำนักงาน กสทช. 2% และอีก2 % นำเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าในช่วง 1-4 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ กลุ่มผู้ประกอบการให้บริการช่องรายการทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ อาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการบริหารด้านการเงิน เนื่องจากในช่วงแรกของการดำเนินงาน จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง เช่น เงินลงทุนด้านการผลิตและจัดหารายการโทรทัศน์ การประมูลใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการรายปี ค่าเช่าโครงข่ายทั้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินและทีวีดาวเทียมรายปี เป็นต้น

ในขณะที่รายได้หลักจากค่าโฆษณาอาจยังไม่ได้มาอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ค่อนข้างสูงดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือเอเยนซี่โฆษณายังไม่มั่นใจในความนิยมหรือเรทติ้งในการรับชมรายการโทรทัศน์ในช่องรายการนั้นๆ เพราะเป็นรายการใหม่ ประกอบกับในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิทัลนั้น การขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินยังไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้กลุ่มคนดูส่วนใหญ่อาจจะยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ช่องรายการฟรีทีวีเดิม

คนข่าวย้ายค่ายค่าแรงพุ่ง
นายสมชาย รังษีธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่าการขยายตัวของช่องทีวีดาวเทียม กลุ่มสถานีข่าวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความต้องการบุคลากรด้านข่าวจำนวนมาก เนื่องจากการบริหารสถานีข่าวจะต้องใช้บุคลากร 200-250 คน หลังจากประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องเสร็จเรียบร้อย กลุ่มผู้ชนะประมูล ทุกประเภทช่องรายการ จะต้องเตรียมความพร้อมในการรับบุคลากรเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้าการประมูลกลุ่มที่เข้าร่วมประมูลได้เตรียมความพร้อมในการรับบุคลากรไปแล้วจำนวนหนึ่ง

ขณะนี้พบว่ามีการย้ายงานของกลุ่มบุคลากรข่าวในหลายช่อง อีกทั้งการรับบุคลากรในกลุ่มที่มีประสบการณ์ มีการเรียกเงินเดือนเพิ่มในอัตรา 20-50% จากระดับเงินเดือนปกติ ปัจจุบันบริษัทมีบุคลากรประมาณ 80-90 คน หลังจากเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัล เตรียมรับบุคลากรเพิ่มเติมอีกประมาณ 50 คน

โครงข่ายลงทุน1.4หมื่นล.
นายอนุพนธ์ เตจ๊ะวันโน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทีวี บริษัทซิสโก้ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่ากำหนดการออกอากาศทีวีดิจิทัลในเดือน ก.พ. 2557 ของ กสทช. ทำให้ผู้ประกอบการโครงข่าย (Mux) ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. 4 ราย รวม 5 โครงข่าย ประกอบด้วย ไทยพีบีเอส , อสมท และกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับใบอนุญาตรายละ 1 โครงข่าย และกองทัพบก (ช่อง5) จำนวน 2 โครงข่าย ต่างเตรียมแผนลงทุนขยายสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ภาคพื้นดิน ใน 39 สถานีหลักและ 114 สถานีส่งสัญญาณเสริม ตามประกาศ กสทช.ที่กำหนดให้ขยายสถานีส่งสัญญาณครอบคลุมครัวเรือนไทยทั่วประเทศภายใน 4 ปี

แต่คาดว่าแผนการลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อยภายใน 2 ปี เท่านั้น เนื่องจากโครงข่ายต้องการเก็บค่าบริการที่เพดานสูงสุด สำหรับการขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับแผนการลงทุนด้านการวางระบบและอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลทั่วประเทศของแต่ละโครงข่ายจะใช้งบลงทุนรวมโครงข่ายละ 3,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุน2 โครงข่ายของช่อง5 จะมีต้นทุนต่ำกว่าคืออยู่ที่ 4,500 ล้านบาท เพราะสามารถใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณร่วมกัน ดังนั้นคาดว่าการลงทุนรวมใน 5 โครงข่าย จะอยู่ที่ 13,500-14,000 ล้านบาท

ดูดงบโฆษณาฟรีทีวี-ดาวเทียม
นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปี 2556 อุตสาหกรรมซื้อสื่อโฆษณาคาดอยู่ที่ 3% หรือมีมูลค่ารวมที่ 135,300 ล้านบาท ซึ่งร่วมมูลค่าโฆษณาทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ส่วนแนวโน้มปี 2557 หลังทีวีดิจิทัลเริ่มออกอากาศ จะทำให้ภาพสื่อโทรทัศน์เปลี่ยนไป โดยเม็ดเงินโฆษณาจะไหลจากสื่อย่อยมาเพิ่มในสื่อโทรทัศน์ แต่ความสำเร็จของทีวีดิจิทัลขึ้นอยู่กับผังรายการและการตลาดของแต่ละผู้ประกอบการในการสร้างเรทติ้งผู้ชมให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามการที่ กสทช. กำหนดให้ช่องทีวีดิจิทัล จะต้องแพร่ภาพในทุกแพลตฟอร์มตาม หลักเกณฑ์ Must Carry ถือเป็นข้อดีที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอนาล็อกสู่ดิจิทัล ในปีแรกจะเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศทันทีกว่า 60% ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้สินค้าและเอเยนซีใช้งบโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัล

ขณะที่นายเขมทัตต์ มองว่าการออกอากาศของทีวีดิจิทัลในปี 2557 ที่มีฐานผู้ชมจากระบบเคเบิลและจานดาวเทียม และโครงข่ายภาคพื้นดิน อีกทั้งราคาขายแพ็คเกจโฆษณาที่อยู่ในอัตราต่ำกว่าฟรีทีวี เชื่อว่าช่วงแรกช่องทีวีดิจิทัล จะกำหนดอัตราค่าโฆษณาที่นาทีละ 1-2 แสนบาทในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งถือเป็นราคาที่จูงใจกลุ่มผู้ซื้อโฆษณาทางช่องฟรีทีวี ในช่วงไพรม์ไทม์ รวมทั้งช่องทีวีดาวเทียมและเคเบิล ที่จะโยกงบโฆษณาจากสื่อกลุ่มดังกล่าวมาใช้ในช่องทีวีดิจิทัล

รวมทั้งอัตราค่าโฆษณาทีวีดิจิทัล ในระดับหมื่นบาทถึงแสนบาทต่อนาที จะช่วยขยายฐานผู้ลงโฆษณาได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่ไม่มีโอกาสใช้พื้นที่โฆษณาทางฟรีทีวีมาก่อน