ชิงทีวีดิจิทัล'เอชดี-วาไรตี้'แข่งเดือด

ชิงทีวีดิจิทัล'เอชดี-วาไรตี้'แข่งเดือด

ประมูลทีวีดิจิทัล "เอชดี-วาไรตี้" รวม 14 ช่อง โกยเงิน 39,650 ล้านบาท ช่องเอชดีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า "เท่าตัว" ช่องวาไรตี้เอสดี พุ่ง 500%

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2556 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทเอชดี จำนวน 7 ช่อง ราคาขั้นต้นเริ่มที่ช่องละ 1,510 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท มีผู้เข้าประมูล 9 ราย กำหนดเริ่มเคาะประมูลเวลา 11.00-12.00 น. หลังจากจบ 60 นาที มีผู้ชนะ 7 ราย โดยไม่ต้องขยายเวลาการประมูล

ส่วนการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทวาไรตี้ เอสดี จำนวน 7 ช่อง ราคาเริ่มขั้นต้นช่องละ 380 ล้านบาท เคาะเสนอราคาเพิ่มครั้งละ 5 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมประมูล 16 ราย เริ่มเคาะราคาประมูลเวลา 16.30-17.30 น. โดยไม่ต้องขยายเวลาการประมูล

หลังจบการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี 7 ช่อง รวมมูลค่าประมูล 23,700 ล้านบาท ราคาประมูลสูงกว่าราคาขั้นต้นเฉลี่ย 124% ส่วนช่องวาไรตี้ เอสดี 7 รวมมูลค่าประมูล 15,950 ล้านบาท ราคาประมูลสูงกว่าราคาขั้นต้นเฉลี่ย 500% รวมประมูล 2 ประเภท 14 ช่อง เป็นมูลค่าการประมูล 39,650 ล้านบาท สูงกว่าราคาขั้นต้นช่องเอชดีและวาไรตี้ ที่มูลค่ารวม 13,230 ล้านบาท

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าหลังการประมูลทีวีดิจิทัลในวันที่ 26-27 ธ.ค.2556 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลในวันที่ 6 ม.ค.2557 จากนั้นจะเสนอบอร์ด กสทช. รับรองผลในวันที่ 15 ม.ค.2557 และมอบใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ให้ผู้ชนะการประมูลทั้ง 24 ช่อง โดยกำหนดออกอากาศในเดือน ก.พ.2557

เอชดีพุ่ง"เท่าตัว"โกย 2.37 หมื่นล้าน
สำหรับผู้ชนะเคาะประมูลช่องเอชดี 7 ราย เรียงตามลำดับการเสนอราคาสูงสุด ประกอบด้วย 1.บริษัทบีอีซี -มัลติมีเดีย (ช่อง3) ราคาม 3,530 ล้านบาท 2.บริษัทบางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ปราสาททองโอสถ) ราคา 3,430 ล้านบาท 3.บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง7) ราคา 3,370 ล้านบาท 4.บริษัททริปเปิล วี บรอดคาสท์ (ไทยรัฐ) ราคา 3,360 ล้านบาท 5.บมจ.อสมท ราคา 3,340 ล้านบาท 6.บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ราคา 3,320 ล้านบาท และบริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี (แกรมมี่) ราคา 3,320 ล้านบาท

สำหรับการประมูลทีวีดิจิทัล เอชดี 7 ช่อง รวมมูลค่า 23,700 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการประมูลทั้ง 7 ราย เสนอราคาประมูลสูงกว่าราคาขั้นต้นกว่า "เท่าตัว" ทุกราย

รายงานข่าวระบุว่าบริษัทที่ไม่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี คือ เวิร์คพอยท์ ลำดับที่ 8 ราคา 3,310 ล้านบาท และพีเอ็ม กรุ๊ป (มหากิจศิริ) ลำดับที่ 9 ราคา 3,000 ล้านบาท

ราคา"เอชดี"สูงเกินคาดการณ์
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี รอบแรกช่วงเช้าไม่พบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการประมูล โดยรูปแบบการประมูลที่มีการเคาะราคาในช่วง 10 นาทีแรก และหยุดเสนอราคา โดยกลับมาเสนอราคาอีกครั้งก่อนหมดเวลาประมูลในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ถือเป็นกลยุทธ์ของผู้ประมูลที่มีการเคาะเสนอราคาตามแผนธุรกิจที่เตรียมไว้ ซึ่งราคาผู้ชนะการประมูลลำดับที่ 1-7 ไม่แตกต่างกันมาก เพราะมีลักษณะการเคาะราคาแบบรอดูจังหวะคู่แข่งและเสนอราคาเพื่อรักษาระดับราคา ที่ผู้ร่วมประมูลมีความสามารถในการประกอบกิจการ

ในการประมูลช่องเอชดี เดิมประเมินว่าผู้เข้าร่วมประมูลจะเสนอราคาเฉลี่ยที่ช่องละ 2,500-3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อว่าการเสนอราคาประมูลในอัตราสูง เนื่องจากผู้ร่วมประมูลมีความสนใจลงทุนอุตสาหกรรมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลจำนวนมาก และมองว่าเป็นสื่อที่มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต ด้วยเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ

ช่องวาไรตี้ราคาสูงสุดพุ่ง520%
สำหรับการประมูลรอบบ่าย วานนี้ สำนักงาน กสทช. จัดประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทช่องทั่วไปความคมชัดมาตรฐาน (วาไรตี้ เอสดี) จำนวน 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นช่องละ 380 ล้านบาท เคาะเสนอราคาครั้งละ 5 ล้านบาท

พ.อ.นที เปิดเผยว่าสำหรับผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทวาไรตี้ เอสดี จำนวน 7 ช่อง ประกอบด้วย 1. เวิร์คพอยท์ 2,355 ล้านบาท 2. ทรู 2,315 ล้านบาท 3. แกรมมี่ 2,290 ล้านบาท 4. ช่อง 3 ราคา 2,275 ล้านบาท 5. อาร์เอส 2,265 ล้านบาท 6. โมโน 2,250 ล้านบาท 7. เครือเนชั่น 2,200 ล้านบาท รวมมูลค่าประมูล 7 ช่อง 15,950 ล้านบาท

สำหรับราคาประมูลช่องวาไรตี้สูงสุด เวิร์คพอยท์ ที่ราคา 2,355 ล้านบาท สูงกว่าราคาขั้นต้นที่ 520%

การประมูลรอบบ่าย วันที่ 26 ธ.ค. 2556 ผู้เข้าร่วมประมูลช่องวาไรตี้ 16 ราย ประกอบด้วย วอยซ์ทีวี ,อาร์เอส, โฟร์วันวัน (มหากิจศิริ) ,ไทยรัฐ , ช่อง7 ,ทีวีพูล , อินทัช ,ช่อง3 ,เวิร์คพอยท์ , อสมท , จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ,อมรินทร์ , แบงคอก บิสสิเนส ฯ(เครือเนชั่น) , บางกอก มีเดียฯ (ปราสาททองโอสถ) ,ทรู และโมโน กรุ๊ป

"ช่อง3-แกรมมี่"คว้ารายละ 2 ช่อง
หลังประกาศผลการประมูลทีวีดิจิทัล 2 ประเภท คือเอชดี และวาไรตี้ เอสดี วานนี้ พบว่าบริษัทที่ชนะการประมูล 2 ช่อง มี 2 บริษัท คือ ช่อง3 รวมมูลค่า 5,805 ล้านบาท และจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวมมูลค่า 5,610 ล้านบาท
ขณะที่บริษัททัช ทีวี จำกัด ในกลุ่มอินทัช ซึ่งยื่นซองประมูลทีวีดิจิทัล 1 ช่อง คือช่องวาไรตี้ เอสดี พบว่าไม่ชนะการประมูลในครั้งนี้

เคาะไล่ราคา5นาทีสุดท้าย
สำหรับรูปแบบการเสนอราคาประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี ช่วงเช้าเวลา 11.00-12.00 น. เมื่อเริ่มต้นขึ้นในเวลา 11.00 น. ผู้มีสิทธิประมูลช่องเอชดี ใช้เวลาในช่วง 5 นาทีแรก พบว่าผู้ประมูลมีการเคาะไล่ระดับราคาทำให้ทุกรายเสนอราคาสูงกว่าราคาขั้นต้น ซึ่งเริ่มที่ 1,510 ล้านบาท โดยไปอยู่ที่ระดับราคา 2,000 ล้านบาททุกช่อง

จากนั้นในช่วง 15 นาทีแรกของการเคาะ อันดับแรกอยู่ที่ราคา 3,000 ล้านบาท และอันดับสุดท้ายที่จะได้รับใบอนุญาตอยู่ที่ราคา 2,700 ล้านบาท จากนั้น ผู้เข้าร่วมประมูลมีการหยุดเคาะเพื่อรอดูสถานการณ์การแข่งขัน และก่อนหมดเวลา 5 นาที มีการแข่งขันเคาะราคาอีกครั้ง โดยผู้ชนะประมูลสูงสุดอยู่ที่ราคา 3,530 ล้านบาท และอันดับสุดท้าย คือที่7 ราคา 3,320 ล้านบาท โดยอันดับที่7 ทิ้งห่างอันดับที่ 8 ที่ราคา 3,310 ล้านบาท หรือ 1 เคาะ

รูปแบบการเสนอราคาประมูล ช่องวาไรตี้ เอสดี ช่วงบ่ายเริ่มเวลา 16.30-17.30 น. ช่วง5 นาทีแรกมีการเคาะเสนอราคาในกลุ่มผู้นำเกินราคาขั้นต้น"เท่าตัว" หลังผ่านไป 10 นาทีกลุ่มผู้นำเสนอราคาทะลุ 1,000 ล้านบาท เมื่อผ่านไป 30 นาทีกลุ่มผู้นำอยู่ที่ ราคา 1,800 ล้านบาท ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายมีการแข่งขันเสนอเพื่อชิงใบอนุญาตด้วยความถี่สูงขึ้น จนราคากลุ่มผู้นำทะลุช่องละ 2,000 ล้านบาท

บิ๊กธุรกิจแห่ร่วมประมูล
สำหรับบรรยากาศการประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี จำนวน 7 ใบอนุญาต มี 9 บริษัทมีสิทธิเข้าประมูล ประกอบด้วย ช่อง7 , ช่อง 3 , อสมท , เวิร์คพอยท์ ,ไทยรัฐทีวี ,อมรินทร์ ,พีเอ็มกรุ๊ป (มหากิจศิริ) ,จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ บางกอก มีเดียฯ (ปราสาททองโอสถ)

บรรยากาศในช่วงเช้าตั้งแต่ 8.00 น. มีบริษัทเอกชน ที่มีสิทธิเข้าประมูลทะยอยเดินทางมายัง อาคาร กสท บางรัก ครบทั้ง 9 บริษัท โดยผู้บริหารที่มาถึงคนแรก คือ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตั้งแต่เวลา 7.15 น. จากนั้นเริ่มมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทที่เข้าประมูลเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เช่น นายประสาร มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 ,นางยิ่งลักษณ์ วัชรพล ผู้บริหารไทยรัฐ พร้อมด้วยนายวัชร วัชรพล ผู้บริหารไทยรัฐทีวี , นายประยุทธ มหากิจศิริ และ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ผู้บริหารพีเอ็ม กรุ๊ป , นายพลากร สมสุวรรณ ผู้บริหารช่อง 7 , นางเมตตา อุทกะพันธุ์ และนางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ ผู้บริหารกลุ่มอมรินทร์ ,นายปัญญา นิรันดร์กุล ผู้บริหารเวิร์คพอยท์ ,นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ ผู้บริหาร อสมท และผู้บริหารจากบางกอก มีเดียฯ

การประมูล ทีวีดิจิทัล รอบบ่าย ประเภทวาไรตี้ เอสดี จำนวน 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นช่องละ 380 ล้านบาท เคาะเสนอราคาครั้งละ 5 ล้านบาท ประกอบด้วย วอยซ์ทีวี ,อาร์เอส, โฟร์วันวัน (มหากิจศิริ) ,ไทยรัฐ , ช่อง7 ,ทีวีพูล , อินทัช ,ช่อง3 ,เวิร์คพอยท์ , อสมท , จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ,อมรินทร์ , แบงคอก บิสสิเนส ฯ(เครือเนชั่น) , บางกอก มีเดียฯ (ปราสาททองโอสถ) ,ทรู และโมโน กรุ๊ป

สำหรับรอบบ่าย มีผู้บริหารบริษัทที่เข้าร่วมประมูลหลายราย เช่น นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น , นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส , นายศรัณย์ วิรุตมวงศ์ กรรมการ ช่อง7 , นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ผู้บริหารทีวีพูล ,นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้อำนวยการ วอยซ์ทีวี เป็นต้น