จับตา22กลุ่มธุรกิจชิงทีวีดิจิทัล24ช่อง

จับตา22กลุ่มธุรกิจชิงทีวีดิจิทัล24ช่อง

การจัดประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ในวันที่26 -27 ธ.ค.2556 จำนวน 24 ช่อง ใน 4 ประเภท ประกอบด้วย ช่องเอชดี 7 ช่อง ,ช่องวาไรตี้ เอสดี 7 ช่อง ,ช่องข่าว 7 ช่อง และช่องเด็ก 3 ช่อง เพื่อรับใบอนุญาตประกอบกิจการคลื่นความถี่โทรทัศน์อายุ 15 ปี
นับเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทีวีดิจิทัลครั้งสำคัญของวงการสื่อโทรทัศน์ไทยในรอบเกือบ 60 ปี

จากจำนวนผู้มีสิทธิประมูลทีวีดิจิทัล 29 บริษัท 41 ซอง หากพิจารณา รายชื่อกลุ่มธุรกิจ ที่เข้าร่วมประมูลในวันที่ 26-27 ธ.ค.นี้ มาจาก 22 กลุ่มธุรกิจ ทั้งกิจการฟรีทีวีเดิม กิจการโทรคมนาคม กิจการสื่อสิ่งพิมพ์ และกลุ่มคอนเทนท์
โปรวายเดอร์ และกลุ่มทุนใหญ่ที่สนใจกิจการทีวี

โดยพบว่ากลุ่มทุนใหญ่ในฝั่งบรอดคาสต์เจ้าของ ฟรีทีวี อนาล็อกในปัจจุบันต่างร่วมวงประมูลและยื่นซองมากกว่า 1 ช่อง ด้วยความพร้อมด้านคลังคอนเทนท์และบุคลากร โดยช่อง3 ร่วมประมูล 3 ช่อง , อสมท 3 ช่อง และช่อง 7 รวม 2 ช่อง

ส่วนกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม "ทุนหนา" มาด้วยวัตถุประสงค์ ต้องการขยายธุรกิจด้านบรอดคาสต์ ในยุคหลอมรวมเทคโนโลยีในกิจการทีวีและการให้บริการคอนเทนท์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์มือถือในยุค 3จี และ4จี

ฟากคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ หลายรายที่ร่วมประมูลทีวีดิจิทัลในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ,อาร์เอส ,เวิร์คพอยท์ ซึ่งมีการลงทุน "ทีวีดาวเทียม" มาก่อนหน้าและนับเป็นช่องที่ประสบความสำเร็จด้านเรทติ้งผู้ชม หากกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์เจ้าของช่องทีวีดาวเทียมชนะการประมูลทีวีดิจิทัล เชื่อว่าจะใช้ "ช่องเดิม"ขยายแพลตฟอร์มการออกอากาศไปยังทีวีดิจิทัล โดยมีความได้เปรียบด้านการ"รับรู้" ในแบรนด์ช่องทีวีดาวเทียมเดิมมาต่อยอดขยายฐานผู้ชมในแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล

"สื่อสิ่งพิมพ์" เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่เข้ามาร่วมชิงทีวีดิจิทัลประเภทช่องข่าว ที่ผ่านมาผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์ ผันตัวเข้าสู่สื่อทีวี มาล่วงหน้าหลายปี ด้วยการเปิดสถานีทีวีช่องข่าว เนื่องจากเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เสพสื่อสิ่งพิมพ์ลดลง โดยเครือเนชั่น เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ในยุคก่อตั้ง"ไอทีวี" เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน จากนั้นเปิดช่องทีวีดาวเทียม"เนชั่น แชนแนล" เรียกว่าเข้าสู่ธุรกิจทีวีและนิวมีเดียก่อนสิ่งพิมพ์รายอื่นๆ

ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เริ่มเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเดลินิวส์ เปิดตัวช่องทีวีดาวเทียม ช่วงต้นปี 2555 กลุ่มมติชน ผลิตรายการข่าวป้อนให้ช่องเวิร์คพอยท์ ส่วนกลุ่มโพสต์ ผลิตรายการทีวีป้อนช่องต่างๆ และยักษ์ใหญ่สื่อสิ่งพิมพ์ไทยรัฐ ได้ก้าวสู่ธุรกิจทีวีเช่นเดียวกัน

ในจังหวะที่ กสทช. จัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทีวีดิจิทัล กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ทุกรายจึงเห็นโอกาสลงสนามแข่ง"ทีวีดิจิทัล" มุ่งขยายฐานธุรกิจทีวี แสดงให้เห็นว่าอนาคตขององค์กรไม่สามารถผูกติดกับ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเดียวได้อีกต่อไป
เชื่อว่าทุกรายเห็นว่า "ทีวีดิจิทัล" จะเป็นช่องทางใหม่ ที่จะทำให้องค์กรสื่ออยู่รอดได้ในอนาคต

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่าการประมูลทีวีดิจิทัลครั้งนี้ เป็นการจัดสรรคลื่นทีวีบริการสาธารณะที่ผู้ชมทุกคนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งเป็นการจัดสรรจำนวน "ช่องรายการ" รวม 24 ช่อง ที่มีความเหมาะสมและสร้างความหลากหลายด้านคอนเทนท์ให้ผู้ชมทุกกลุ่มได้เลือกชม

จำนวนทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่ดำเนินการจัดสรรได้ศึกษาจากช่องรายการบนแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีกว่า 700 ช่องในปัจจุบัน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีราว 25ช่อง ที่มีเรทติ้งผู้ชมเกิน 10% ของฐานผู้ชมครัวเรือนไทยทั่วประเทศ

สำหรับรูปแบบการประมูลทีวีดิจิทัลในครั้งนี้ ได้ออกแบบและกำหนดวิธีการประมูล เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มที่มี "ความพร้อม" ทั้งด้านเงินทุนและคอนเทนท์ได้มี "โอกาส" เป็นเจ้าของใบอนุญาตอายุ 15 ปี เชื่อว่าในกลุ่มผู้มีสิทธิประมูลทีวีดิจิทัลจะมีผู้ผิดหวัง "น้อยมาก" และหากพลาดการได้รับใบอนุญาต กสทช.ได้ออกแบบการบริหารทีวีดิจิทัล โดยกำหนดให้เจ้าของสถานีต้องเปิดโอกาสให้ มี"ผู้เช่า"ผลิตรายการในช่องสัดส่วน 10-40% เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้ผลิตขนาดกลางและเล็ก ได้มีโอกาสสร้างสรรค์คอนเทนท์เผยแพร่ในทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สาธารณะสำหรับผู้ชมทุกคน

หลังจบการประมูลในปลายปีนี้ จะเริ่มเห็นทีวีดิจิทัลออนแอร์ในเดือน ก.พ.นี้