เจาะเทรนด์'มัลติแชนแนลทีวี'ปี57

เจาะเทรนด์'มัลติแชนแนลทีวี'ปี57

ปัจจุบันจำนวน มัลติแชนแนลทีวี ในเอเชียแปซิฟิค เข้าถึง 468 ล้านครัวเรือน

เอสเอ็นแอล เคแกน รายงานว่า 58% ของครัวเรือนที่มีมัลติแชนแนล ทีวีทั่วโลกอยู่ในเอเชีย แปซิฟิก ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

สมาคมผู้ประกอบการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิกและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งภูมิภาคเอเชีย (CASBAA) หรือคาสบา จัดทำรายงานเรื่อง Multichannel TV 2014 โดยระบุว่าข้อมูลจากทั่วทั้งภูมิภาคแสดงให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยในแต่ละเดือน 79% ของผู้ชมทั้งหมดรับชมมัลติแชนแนลทีวี และกลุ่มระดับบนมีสัดส่วนสูงถึง 86%

หากพิจารณาร่วมกับการเพิ่มขึ้นของผู้ชมใน 3 จอภาพ คือ โทรทัศน์ แทบเล็ต และสมาร์ทโฟน โดยมากกว่า 80% ของประชากรในประเทศเอเชีย แปซิฟิคที่พัฒนาแล้ว เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน โดยในฮ่องกงมีเจ้าของแทบเล็ตสูงถึง 57% ของจำนวนประชากรโดยรวม 47% ในฮ่องกง และ 42% ในมาเลเซีย

การขยายตัวของชนชั้นกลางในภูมิภาค จะทำให้ เพย์ทีวีกลายมาเป็นตัวเลือกมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคในประเทศกำลังพัฒนาอย่าง อินโดนีเซีย และเวียดนาม ปัจจัยที่เน้นถึงการขยายตัวอย่างเป็นวงกว้าง คือ เนื้อหาที่มีคุณภาพสูง ที่ปัจจุบันเปิดให้บริการแก่ผู้ชมแล้ว

ในการที่จะให้บริษัทโฆษณาเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวเรื่องโปรแกรมใหม่ผ่านมัลติแชนแนลทีวี และจัดทำโฆษณาที่ตอบโจทย์ดังกล่าว CASBAA AD และสมาคมโฆษณา ร่วมกันสำรวจผู้ชมตามเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงสิงโปร์ ฮ่องกง ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

พร้อมทั้งได้เริ่มสำรวจเอเยนซี่ต่างๆ เพื่อให้ได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับภูมิทัศน์ของการซื้อสื่อ และวิธีที่เอเยนซี่เหล่านี้ประเมินสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเพย์ทีวี

เอเชียแชมป์มัลติแชนแนลทีวี
เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการการขยายตัวในด้านการเข้าถึงวีดิโอโลกมากสุด โดยคาดว่าจะมีครัวเรือนที่รับชมมัลติแชนแนล ทีวี เพิ่มขึ้นถึง 482 ล้านครัวเรือน ภายในสิ้นปี 2556 คิดเป็นสัดส่วน 58% ของยอดรวมทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65.4% ภายในสิ้นปี 2557 โดยจะมีการขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 68.7% หรือมีจำนวน 504 ล้านครัวเรือน ภายในปี 2560 ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เข้าถึงมัลติแชนแนล ทีวีสูงสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก ยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่ามูลค่าของการใช้บริการวีดิโอในเอเชียแปซิฟิค จะอยู่ที่ราว 33,700 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรองจากอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกเท่านั้น

ปี57โฆษณาเอเชียโตสูง
จากรายงานตัวเลขการเติบโตด้านการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทั่วโลกปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.5% และคาดว่าในปี 2557 จะกลับมาฟื้นตัวมีอัตราการเติบโตราว 5.2% เป็นอย่างน้อย ภายใต้การนำของตลาดจีนที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

ที่ผ่านมาเอเชียแปซิฟิคมีตัวเลขโฆษณาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าการใช้จ่ายงบโฆษณาผ่านสื่อในเอเชียแปซิฟิค จะขยายตัวราว 7-8% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2557

ส่วนการขยายตัวของอาเซียนยังคงแข็งแกร่งเช่นกัน และอาจสูงกว่าจีนไปจนถึงปีหน้า โดยอินโดนีเซียจะกลายเป็นดาวรุ่งในตลาดนี้ สร้างการเติบโตราว 20% ไปจนถึงปี 2557

ในเกือบทุกภูมิภาคพบว่าการขยายตัวของทีวีอยู่ในภาวะชะลอตัวหรือลดลง โดยเอเชีย แปซิฟิคกำลังเผชิญกับภาวะเดียวกันนี้ และคาดว่า การเติบโตจะชะลอลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 6% ในปี 2557 แต่คาดว่าอินโดนีเซียจะเป็นตลาดเดียวที่ตลาดโฆษณาทีวีขยายตัวขึ้น อย่างน้อย 20% ต่อปี ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

เพย์ทีวีเทรนด์โตต่อเนื่อง
คาสบายังระบุว่าพัฒนาการของสื่อดิจิทัล ทำให้ความนิยมในวีดิโอมีมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความนิยมในการรับชมทีวี ซึ่งรายงานมองว่ารูปแบบที่เปลี่ยนไปและสื่อที่มีทางเลือกให้บริโภคได้หลายช่องทางมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายตลาดรวมถึง จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ และออสเตรเลีย

รายงานเชื่อว่า "เพย์ทีวี" จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเติบโตให้กับสื่อทีวี และผู้ชมพร้อมใช้จ่ายเงินเพื่อใช้บริการ

โดยเพย์ทีวี จะต้องสร้างประสบการณ์ในด้านเนื้อหาที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อตามให้ทันกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงด้านการรับชมทีวีผ่านอุปกรณ์มือถือ

ปัจจุบันเอเชียแปซิฟิคยังจะเป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวที่ค่อนข้างเร็วต่อไป แม้จะได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาของพื้นที่ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างยุโรป โดยเชื่อว่าภาวะชะลอตัวดังกล่าวจะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ยังมีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายงบโฆษณาเพิ่มขึ้นถึง 5.8% โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการโฆษณาทางโทรทัศน์ ที่ครองสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณามากถึง 54% และงบโฆษณาโดยรวมของบริษัทต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นราว 7.8%

แมกน่าโกลบอลและยูเอ็ม คาดการณ์ว่ารายได้ของเพย์ทีวี ในเอเชียแปซิฟิคจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายฐานสมาชิก โดยปัจจุบันรายได้ของเพย์ทีวีคิดเป็นสัดส่วนราว 19% ของรายได้โทรทัศน์โดยรวม แต่คาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 23% ภายในปี 2558


'ทีวี-อินเทอร์เน็ต'ยึดเค้กโฆษณา
รายงานจาก Zenith Optimedia คาดว่าโทรทัศน์ยังเป็นแหล่งโฆษณาหลักสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะยังไม่มีสื่ออื่นที่จะแข่งขันได้ในเรื่องความสามารถการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก และประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการโฆษณาทางโทรทัศน์จะขยายตัวขึ้นราว 16% ระหว่างปี 2555-2558 และโทรทัศน์จะดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกได้มากกว่า 40% ของยอดการใช้จ่ายด้านโฆษณาในช่วงเวลาดังกล่าว

จากแนวโน้มการเติบโตของสื่ออินเทอร์เน็ตในปี 2556 พบว่าการใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตขยับขึ้นสู่อันดับสองของโลกด้วยสัดส่วน 20.6% รองจากสื่อทีวี ที่ครองสัดส่วน 40.2% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มผู้บริโภคที่ต้องการมีประสบการณ์จากการหลอมรวมสื่อดั้งเดิมและสื่อออนไลน์ ซึ่งจะส่งผลด้านกลยุทธ์โฆษณาและการสื่อสาร ในแง่การใช้ลูกเล่นระหว่างเทคโนโลยีใหม่ๆ และการตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภค

ขณะที่สัดส่วนรายได้โฆษณาผ่านสื่อทีวีทั่วโลก ในปี 2561 จะอยู่ที่ 41.4% ส่วนเอเชียแปซิฟิคจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 43%

วฤตดา วรอาคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรม แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ให้มุมมองว่าด้วยพฤติกรรมเสพสื่อและคอนเทนท์หลากหลาย"จอ"ของผู้บริโภค ตามช่วงเวลาและความสนใจเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็น จอทีวี ,คอมพิวเตอร์ ,จอมือถือ ,แทบเล็ต และเกม ดังนั้นแบรนด์จะต้องสร้างสรรค์กลยุทธ์แบรนด์ คอนเทนท์ ที่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มสนใจ พร้อมผสานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อดึงความสนใจผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสื่อดั้งเดิม ในกลุ่มทีวี จำเป็นต้องนำเสนอคอนเทนท์สู่แพลตฟอร์ม ออนไลน์ และสื่อสารกับผู้ชมแบบเรียลไทม์ ขณะที่สื่อออนไลน์เองจะต้องสร้างแบรนด์คอนเทนท์ให้น่าสนใจ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภค "แชร์" คอนเทนท์ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้วยเช่นกัน

"สิ่งที่นักการตลาดต้องให้ความสำคัญในปี2557 คือการที่ผู้บริโภคมีความคาดหวังจากแบรนด์สูง ทำให้การสื่อสารของแบรนด์จะต้องมุ่งสร้างคุณค่าของแบรนด์ ด้วยการสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำในตลาด"