กกต.ถกลับรัฐบาล-กปปส.

กกต.ถกลับรัฐบาล-กปปส.

กกต.ดอดถกลับ 3 แกนนำรัฐบาลหาทางออกปมขัดขวางการเลือกตั้ง แย้มฉายภาพให้เห็นผลกระทบหากยังเดินหน้าหย่อนบัตรต่อไป

กกต.ดอดถกลับ 3 แกนนำรัฐบาลหาทางออกปมขัดขวางการเลือกตั้ง แย้มฉายภาพให้เห็นผลกระทบหากยังเดินหน้าหย่อนบัตรต่อไป ถามกลับถ้านำไปสู่หายนะ รัฐบาลเตรียมแผนอะไรไว้ ย้ำต้องไม่ใช่แบบชนะฝ่ายเดียว เผยนำข้อสรุปเข้าหารือ กปปส.วันนี้ ด้านการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตวันที่สอง 8 จังหวัดภาคใต้ยังเหลว ว่าที่ ส.ส.สุราษฎร์จากค่ายเพื่อไทยแจ้งความเอาผิด กกต.จังหวัด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มบทบาทการเป็น "ตัวกลาง" หรือ "ผู้ประสาน" ให้เกิดการสื่อสารกันระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก คือ รัฐบาลกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แล้ว เพื่อผ่าทางตันวิกฤติการเมืองว่าด้วยการชุมนุมขัดขวางไม่ให้มีเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57

วานนี้ (29 ธ.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้พูดคุยกับแกนนำระดับสูงมากของรัฐบาลจำนวน 3 คน โดยการพูดคุยจะเป็นการคุยทีละฟากก่อน เมื่อพูดคุยกับรัฐบาลได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าในวันที่ 30 ธ.ค.จะไปพูดคุยกับ กปปส. ต่อไป แต่ตอนนี้ยังนัดไม่ได้

ส่วนประเด็นพูดคุยกันนั้น เบื้องต้นได้ชี้ให้เห็นถึงภาพที่ กกต.กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นภาพอนาคตหากเดินหน้าเลือกตั้งแล้วไม่มีความพยายามดำเนินการใดๆ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ภาพจะเป็นอย่างไร และเกิดอะไรขึ้นบ้าง รวมทั้งก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆ ทั้งต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และประเทศไทยอย่างไร เป็นการแลกเปลี่ยนกัน

"สำหรับโจทย์ต่อไปคือหากภาพนี้เป็นภาพที่ดี ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง เกิดความหายนะ รัฐบาลคิดว่าทางออกที่จะแก้ไขปัญหาคืออะไร และทางออกดังกล่าวรัฐบาลต้องไม่ได้ฝ่ายเดียว ไม่ได้ชนะฝ่ายเดียว หากพอเป็นไปได้ ก็จะนำไปพูดคุยกับ กปปส. ซึ่งอาจจะรับหรือไม่รับยังไม่รู้ แต่ต้องคุยไปคุยอย่างนี้เรื่อยๆ คิดว่าคงไม่จบในครั้งเดียว" นายสมชัยกล่าว และยอมรับว่าไปคุยกับฝ่ายรัฐบาลก่อนเพราะมีอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้ง

"อาจจะได้ข้อเสนอที่อาจจะไม่เคยเสนอต่อสังคมมาก่อน แต่ผมจะไม่เปิดเผยข้อเสนอในการพูดคุยจนกว่าจะได้ไปพูดคุยกับ กปปส.จึงไม่มีการแถลงข่าว เจาะอย่างไรก็คงไม่ได้ข่าว" นายสมชัยระบุ

กกต.ผู้นี้ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีหลายจังหวัดที่ยังคงเปิดรับสมัครไม่ได้ ว่า แรงขึ้นกว่าเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. เนื่องจากมีมวลชนมากกว่าเดิม อารมณ์แรงขึ้น อย่างน้อยตอนนี้ 4 จังหวัดที่รายงานเข้ามาสถานการณ์ก็แรง ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร

กปปส.เปิดทางถก กกต.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงกรณี กกต.จะขอเข้าหารือกับแกนนำ กปปส.ว่า ยังไม่ทราบว่ามีการประสานเข้ามาแล้วหรือไม่ แต่ยืนยันว่า กปปส.ยินดีหารือกับ กกต. และต้องขอบคุณท่าทีที่ผ่านมาของ กกต.ที่ได้เสนอแนะรัฐบาลให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน

8จังหวัดใต้สมัครวันที่สองล่มซ้ำ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า การรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต วันที่สองใน 8 จังหวัดภาคใต้ยังไม่สามารถรับสมัครได้ เนื่องจากมีมวลชนไปปิดล้อมสถานที่รับสมัคร โดย 7 จังหวัดได้ยุติการรับสมัครไปแล้ว ได้แก่ จ.กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ส่วน จ.ภูเก็ต แม้จะมีมวลชนไปปิดล้อม แต่ยังไม่ยุติการรับสมัคร โดยจะรอจนไม่ไหวจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ได้บอกไปว่าหากไม่ไหวให้ยุติการรับสมัคร

ที่ จ.ภูเก็ต ใช้ศาลาประชาคมของจังหวัดเป็นสถานที่รับสมัคร ปรากฏว่า นายทรงยศ จิรายุส อายุ 42 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 54 ได้เข้ายื่น

ใบสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 พร้อมด้วยผู้คุ้มกันจำนวนหนึ่ง โดยใช้เวลา 10 นาที และรีบเดินทางออกจากสถานที่รับสมัครทันที ท่ามกลางความงุนงงของกลุ่ม กปปส.ภูเก็ต ที่ปักหลักรวมตัวกัน เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่รู้จักหน้าตาของผู้สมัครคนดังกล่าว

ผอ.เขตภูเก็ตไขก๊อก-ปธ.โวยถูกลอยแพ

จากนั้น นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต ในฐานะผู้อำนวยการ (ผอ.) เขตเลือกตั้งที่ 1 และ นางสมจิต หลิมพัฒวงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลศรีสุนทร ในฐานะ ผอ.เขตเลือกตั้งที่ 2 ได้ยื่นหนังสือลาออก โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถปฏิบัติงานในภาวะเช่นนี้ได้

ขณะที่ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ประธาน กกต.จังหวัดภูเก็ต ได้เรียกร้องให้ กกต.กลางทั้ง 5 คนลงมาช่วยเจรจากับผู้ชุมนุมแทน กกต.จังหวัด พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาเหมือนถูกลอยแพ

ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์แห่กล่าวโทษ กกต.

ที่ จ.สุราษฎร์ธานีว่า ใช้สถานที่อาคารโรงยิมเนเซียมภายในสนามกีฬากลางของจังหวัด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำโซ่ไปปิดล็อกประตูทางเข้า-ออกตัวอาคารไว้ พร้อมนั่งปิดล้อมสถานที่รับสมัครไม่ให้เจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้

ต่อมา นายวิชัย เดชดี ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อม ผู้อำนวยการเลือกตั้งทั้ง 6 เขต ได้เข้าเจรจาต่อรองกับ นายดำรง เทือกสุบรรณ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี น้องชายของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เพื่อขอให้เปิดทาง แต่ไม่เป็นผล ทาง กกต.จังหวัดจึงประกาศยุติรับสมัคร และส่งเจ้าหน้าที่ไปลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมยังปิดล้อมสถานที่รับสมัครต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 6 เขต ได้เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เอาผิดกับ กกต.ตามมาตรา 157 โดยระบุว่า กกต.ไม่จัดเตรียมสถานที่รับสมัครในสถานที่ปลอดภัย พร้อมทั้งไม่ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอ จนทำให้ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้ ทั้งยังแจ้งความเอาผิด นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหายุยงปลุกปั่นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย

ผอ.กกต.ตรัง 4 เขตไขก๊อก

ที่ จ.ตรัง ใช้สถานที่โรงยิมเนเซียม ภายในสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง 2 ทุ่งแจ้ง ริมถนนตรัง-สิเกา ในเขตเทศบาลนครตรัง เป็นสถานที่รับสมัคร ปรากฏว่ายังมีผู้

ชุมนุมนับพันคนรวมตัวบริเวณทางเข้า-ออกและพื้นที่โดยรอบ พร้อมเปิดเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างคึกคัก

ต่อมา นายเสน่ห์ รักรงค์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า ผอ.กกต.ทั้ง 4 เขตเลือกตั้งได้พร้อมใจกันยื่นหนังสือลาออก หลังจากที่เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา มี กกต.ในหลายเขตได้ยื่นหนังสือลาออกเกือบ 10 คน สาเหตุเพราะมีกลุ่มมวลชนคัดค้านการสมัครจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ และเห็นว่าอาจมีอันตราย ทำให้ในช่วงเช้าที่ผ่านมาต้องสั่งยุติการรับสมัครเป็นการชั่วคราวเพื่อสรรหาผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน

ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช กกต.จังหวัดทั้ง 5 คน รวมทั้ง กกต.ประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 9 เขต ได้เดินทางไปประชุมหารือกันในสถานที่ปิดลับแห่งหนึ่ง ยังไม่ทราบผลว่าจะลาออกยกชุดหรือไม่

สงขลารื้อสถานที่-กระบี่จี้ไขก๊อก

เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่ จ.สงขลา แม้ กกต.จังหวัด ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติหน้าที่แทน ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตที่ได้ลาออกในการรับสมัครวันแรก แต่การรับสมัครวันที่สองก็ไม่สามารถทำได้ ยังมีกลุ่ม กปปส.สงขลาจำนวนมากปิดล้อมและเข้ายึดสนามกีฬาติณสูลานนท์ สถานที่ใช้รับสมัครเลือกตั้ง จนต้องยุติการรับสมัครชั่วคราว แม้จะมีกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนดูแล แต่ไม่สามารถสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ และเจ้าหน้าที่เลี่ยงความรุนแรง นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รื้อเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้ ออกจากสถานที่รับสมัครทั้งหมดแล้ว จากนั้นเคลื่อนขบวนไปรวมตัวที่หน้าสำนักงาน กกต.สงขลา ตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดเพื่อกดดันไม่ให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง โดยมี นายดลเดช พัฒนรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาควบคุมสถานการณ์

ด้านนายโชคชัย ผลวัฒนะ ผอ.กกต.สงขลา ระบุว่า ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปิดการรับสมัครได้อีกหรือไม่ โดยรอฟังแนวทางปฏิบัติจาก กกต.กลางและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

ส่วน จ.กระบี่ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดประตูทางเข้า-ออก สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ที่ถนนท่าเรือ ต.ปากน้ำ อ.เมือง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ กกต.ทำการรับสมัครเลือกตั้ง พร้อมปิดช่องจราจร 1 ช่องทาง ตั้งแต่สี่แยกวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ไปจนถึงหน้าสำนักงาน กกต. โดยมีกำลังตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่และชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อยคอยควบคุมสถานการณ์ แม้จะพยายามเจรจาขอเข้าไปเคลื่อนย้ายเอกสารแต่ก็ไร้ผล และเป่านกหวีดใส่ นายสมปอง ตั้งฤกษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกระบี่ จนต้องยกเลิกการเข้าสำนักงาน ทางผู้ชุมนุมปรบมือด้วยความดีใจพร้อมมอบช่อดอกไม้ให้นายสมปองเป็นกำลังใจ พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งลาออกด้วย

พัทลุงล็อกกุญแจปิดตาย

ด้านการรับสมัครวันที่สองที่ จ.พัทลุง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปักหลักค้างคืนพร้อมปิดประตูทางเข้าโรงเรียนพัทลุง สถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุงทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง โดยล็อกด้วยกุญแจและมีกลุ่มผู้ชุมนุมเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู ทำให้เจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไม่ได้ ทั้งนี้แกนนำผู้ชุมนุมยืนยันปักหลักปิดประตูจนถึงวันปิดรับสมัคร 1 ม.ค.57 เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง