สธ.ประณามผู้ก่อเหตุขวางลำเลียงผู้บาดเจ็บ

สธ.ประณามผู้ก่อเหตุขวางลำเลียงผู้บาดเจ็บ

สธ.กับปชส.กลาโหมประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุขัดขวางการลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

นายแพทย์ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลตรีสุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกลาโหม ร่วมแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจว่า กระทรวงสาธารณสุขขอยืนยันว่าจะดูแลผู้บาดเจ็บทุกฝ่ายเท่าๆกันตามหลักมนุษยธรรมและไม่เลือปฎิบัติ แต่ต้องเน้น ถึงความปลอดภัยของบุคลากรและเจ้าหน้าที่อาสาฯ โดยกระทรวงฯได้จัดทีมแพทย์อาสาตั้งเต้นท์พยาบาลสนาม เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองโดยล่าสุดมีผู้บาด เจ็บรวม157 ราย เป็นประชาชน 119 รายและมีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากแก๊สน้ำตา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 38 นาย เสียชีวิต 1 นาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข ขอร้องให้ผู้ชุมนุมและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่พยาบาล เพราะเมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา

" ตอนที่ ดต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ถูกยิง เจ้าหน้าที่พยายามช่วยชีวิตและลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่เพื่อนำมารักษา แต่ถูกขัดขวางมีการยิงปืนเข้าใส่ แม้กระทั้งระหว่างลำเลียงขึ้น เฮลิคอปเตอร์ ก็ยังมีการยิงใส่โชคดีที่ไม่ถูกห้องเครื่อง เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องพูดถึง หลักกฎหมายสากลให้นึกถึงแค่หลักมนุษยธรรมก็พอ เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย ไม่ควรใช้ความรุนแรงแม้กระทั้งกับคนที่เข้าไปช่วยชีวิตคนที่ได้รับบาดเจ็บ " นพ. ประดิษฐ์ กล่าว

ด้าน พล.ต. สุรชาติ กล่าวว่า ในส่วนของทหารนั้นแม้ในสงคราม ก็มีหลักสากลที่ยึดถือปฎิบัติซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดูแลรักษาทหารผู้บาดเจ็บและผู้เจ็บป่วยในสนามรบ คือต้องให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกจากการรบ เนื่องจากความ เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับบุคคลากรทางการแพทย์หรือบุคคลทางศาสนาและพลเรือนในพื้นที่การรบ แม้ว่าเหตุการณ์ดัง กล่าวจะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงได้ ดังนั้นการขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงขนส่งผู้บาดเจ็บโดยเฮลิคอปเตอร์ ด้วยการยิงปืนเข้าใส่จึงเป็นการปฎิบัติที่ไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง