กปปส.อัดรัฐออกแถลงการณ์ไร้หลักฐาน

กปปส.อัดรัฐออกแถลงการณ์ไร้หลักฐาน

กปปส.จวกรัฐออกแถลงการณ์ไร้หลักฐานใส่ร้ายผู้ชุมนุมขวางคนเจ็บขึ้นฮ.ที่ดินแดง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า จากกรณีที่ศอ.รส.ได้ระบุว่ามีผู้ชุมนุมขัดขวางการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นเฮลิปคอปเตอร์จากเหตุการณ์ปะทะที่หน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. การแถลงของศอ.รส.นั้นเป็นเท็จ เป็นการใส่ร้ายประชาชนอย่างน่าเกลียด โดยเมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้วเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ชุมนุมจะขัดขวางการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นเฮลิปคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่พยาบาล และตำรวจ ซึ่งจากสถานที่ที่เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่นั้น อยู่ภายในสนามกีฬาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่ทั้งหมด และผู้ชุมนุมไม่สามารถเข้าไปได้ และเหตุใดจึงมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุม และทำการซ้อมก่อนจะนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์โดยไม่มีใครขัดขวาง ซึ่งทางศอ.รส.ใช้หลักฐานอะไรในการกล่าวหาผู้ชุมนุม แถลงการณ์ของศอ.รส. ดังกล่าวนั้นเป็นการเลี่ยงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์แต่งตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบรถของอาสาสมัครพยาบาล ที่เข้าช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่หน้าสนามกีฬาฯ ทั้งนี้ตนขอประนามแถลงการณ์ดังกล่าวว่าเป็นการให้ร้ายผู้ชุมนุมโดยที่ไม่มีหลักฐาน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า กปปส.ได้รับรายงานว่าขณะนี้มีความพยายามที่จะสร้างความเกลียดชังระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ โดยหลังจากเหตุการณ์ปะทะที่ดินแดงเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นั้น ได้มีการพยายามปล่อยข่าว เพื่อใส่ร้ายผู้ชุมนุม โดยมีข้อพิรุธที่กปปส.จับได้คือหลักฐานการปรากฎตัวของชายชุดดำที่ตึกสูงของกระทรวงแรงงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ ออกมาชี้แจง ซึ่งหลังจากที่มีการชันสูตรศพของด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.นั้นยืนยันว่า ด.ต.ณรงค์ ถูกยิงด้วยกระสุนจริง ซึ่งลักษณะการถูกยิงนั้นมาจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา และหน้าไปหลัง โดยเมื่อศึกษาจากแผนที่ที่เกิดเหตุนั้นสามารถเห็นได้ชัดว่า จากวิถีกระสุน เวลา และสถานที่ สามารถฟันธงได้ว่ากระสุนปืน น่าจะถูกยิงมาจากตึกสูงในกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามอ้างว่ากระสุนปืนนั้นมาจากแฟลตดินแดง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสภาพพื้นที่นั้นเป็นฝั่งทึบไม่สามารถนำอาวุธมายิงใครได้ และชัดเจนว่าเวลาที่งด.ต.ณรงค์ ถูกยิงไม่มีผู้ชุมนุมคนไหนสามารถเข้าไปในกระทรวงแรงงานได้ โดยขอเรียกร้องให้ทางพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชาต่อเหตุการณ์ดังกล่าวชี้แจงว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่ในวันและเวลาดังกล่าวหรือไม่

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์กราดยิงการ์ดคปท. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ทำเนียบรัฐบาล เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เมื่อเวลา 03.30น. ที่ผ่านมา ตนตั้งขอสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้มีการนำอาวุธปืนเอ็ม16 เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่กทม. ซึ่งอยู่ระหว่างการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อย่างไร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่รู้เห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงต่อสังคมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อย่างนั้นสังคมจะมองว่ารัฐบาลตกจำเลยและอยู่เบื้องหลังการสร้างความแตกแยก โดยทางกปปส. นั้นจะดูแลผู้เสียชีวิตทุกรายด้วยการตั้งกองทุนช่วยเหลือรายละ 1 ล้านบาท และกปปส.จะมีมาตรการดูแลผู้ชุมนุมอย่างเข้มงวดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันสืบหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น