ผบ.ทบ.เตือนใช้กำลัง-แพ้ทั้งคู่

ผบ.ทบ.เตือนใช้กำลัง-แพ้ทั้งคู่

ผบ.ทบ.เตือนใช้กำลัง-แพ้ทั้งคู่ ยันไม่เลือกข้าง เร่งช่วยประเทศฝ่าวิกฤติ แย้มกำลังหาทางออกแบบสันติวิธีที่ทุกคนพอใจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (ผบ.นขต.ทบ.) ประจำเดือนธ.ค. 2556 โดยระบุตอนหนึ่งถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ว่า ทหารเป็นของชาติและประชาชน พร้อมดูแลปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้มีความขัดแย้งกันอยู่ ขอร้องว่าอย่านำทหารเข้าไปสู่ความขัดแย้ง เพราะตนไม่อาจไปก้าวล่วงในส่วนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และอีกส่วนหนึ่งก็ไม่อาจทอดทิ้งประชาชน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งอยู่ตรงกลาง และอีกพวกหนึ่งก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนออกมา

"เหมือนกับผมกำลังนำกองทัพเดินไปบนเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเส้นทางข้างหน้าคือประเทศชาติและความสงบสุขซึ่งยังต้องเดินไปอยู่ แล้วเหมือนเดินไปเจอทางแยก และทางตรงนี้อาจจะไกลหรือไปได้ยาก แต่ผมจะไปซ้ายหรือขวาไม่ได้ ผมจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ซ้ายและขวาหยุดไว้ให้ได้ โดยต้องเปิดไฟแดงไว้ทั้ง 2 ทาง และเราไปทางตรงก่อน เพื่อให้สถานการณ์สงบลงและผ่านชั่วโมงเร่งด่วนนี้ไป"

"อย่ามากล่าวหาว่าผมไม่รักด้านซ้ายหรือด้านขวา เราไม่มีซ้ายและขวา มีแต่ข้างหน้าและคนตามข้างหลังอีกจำนวนมาก ดังนั้นเราต้องพยายามนำพาทั้งหมดไปให้ได้ด้วยความปลอดภัย นั่นคือหลักการของผม ที่ผ่านมาผมไม่เคยนิ่งนอนใจ ตั้งแต่มีความไม่เข้าใจกันก็ไม่ได้อยู่เฉย และพยายามทำทุกอย่าง ต้องเข้าใจว่าผมพูดอะไรไม่ได้มาก หากไม่พูดก็จะหาว่าผมเป็นพวกทางนั้นทางนี้ ผมเป็นห่วงประเทศชาติ" ผบ.ทบ.ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วิธีการแก้ปัญหาเป็นเรื่องของผู้ที่เกี่ยวข้องต้องแก้ให้ได้ วันนี้หากต่างฝ่ายต่างพูดก็แก้ปัญหาไม่ได้ แต่จะให้ตนเสนออะไรก็คงทำไม่ได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่เห็นชอบร่วมกัน วันนี้จะต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย และทหารกำลังดำเนินการเพื่อไปสู่กระบวนการการแก้ปัญหาแบบสันติวิธีเพื่อให้ทุกคนมีความพึงพอใจทั้งหมด โดยไม่ใช้กำลังเข้าไปปราบ

ชี้สองฝ่ายไม่พอใจก็เลือกตั้งลำบาก

ส่วนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 หรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นตรงนี้ เป็นเรื่องของกระบวนการเลือกตั้ง ทำได้ก็ทำไป เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้ามีเลือกตั้งก็จะไปเลือกตั้ง ขณะที่แนวทางการปฏิรูปประเทศกับแนวทางการเลือกตั้งจะเดินไปร่วมกันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายว่าจะยินยอมกันหรือไม่ ถ้าข้อตกลงพอใจกันทั้งสองฝ่ายก็เลือกตั้งได้ ถ้าไม่พอใจก็เลือกตั้งกันลำบาก มันก็จะต้องตีกันแล้วใครจะไปเลือกตั้ง

"ผมคิดว่าประเทศไทยจะต้องปฏิรูปกันทุกเรื่อง ทุกด้าน ทั้งกระบวนการการเมืองเพื่อนำไปสู่ความทันสมัยแบบสากล หากเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ คงไปกันลำบาก อยากให้ประชาชนไปพักผ่อน สวดมนต์ปีใหม่ให้ใจเย็นๆ ลง และไปกราบพ่อแม่ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ให้ไปกราบพ่อแม่เสียก่อน กฎหมายใช้มากก็อันตราย ใช้น้อยก็อันตราย ทำให้คนไม่นับถือไม่เคารพกฎหมาย" ผบ.ทบ.กล่าว

ย้ำยังมีทางออก-ไม่ใช้อำนาจนอกระบบ

เมื่อถามว่า ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกฯ ส่วนรัฐบาลถึงทางตันหรือไม่นั้น ตอนนี้รัฐบาลอยู่แยกขวา แต่มีอีกหลายแยกที่สามารถไปได้

เมื่อถามอีกว่า โอกาสที่ทหารจะออกมาปฏิวัติรัฐประหารยังมีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า "ถ้าปฏิวัติแล้วเขาจะฟังหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยไม่ว่าจะพวกไหนก็คนไทยทั้งไหน" เมื่อถามย้ำว่า จะปิดประตูเรื่องปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่มีปิด ไม่มีเปิด สถานการณ์ทุกสถานการณ์เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น สถานการณ์เป็นตัวกำหนด แต่วันนี้ต้องให้กำลังใจกองทัพ เพราะทุกคนอยากอยู่ในบทบาทที่เหมาะสม พยายามที่ไม่ใช้อำนาจนอกระบบ ไม่ใช้กำลัง เวลาจะเป็นตัวกำหนด"

ผบ.ทบ.กล่าวด้วยว่า ถ้าสถานการณ์ยังคงประท้วงกันรุนแรง ท้ายที่สุดแล้วก็จะต้องใช้กำลังต่อกัน ใช้อาวุธต่อกัน แล้วแบบนี้ใครจะชนะ ถ้าใช้กำลังต่อสู้กันจะไม่มีที่ยืน ดังนั้นจะต้องปราบทั้งสองฝ่าย พร้อมยืนยันว่าไม่เคยขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากรักษาการ

"สมชัย"แย้มได้คุยผู้ใหญ่ 2 ฝ่ายแล้ว

ด้านท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเป็นตัวกลางประสานทุกฝ่ายเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งว่า ไม่ได้เป็นการประสานเพื่อให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่เพื่อให้ทำข้อเจรจาตกลงร่วมกันว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ หรือจะให้ กกต.สามารถกำหนดข้อตกลงเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ซึ่งได้ประสานแกนนำระดับสูงมากของแต่ละฝ่ายแล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย ต้องขอให้เจรจากันก่อน คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนช่วงปีใหม่แน่นอน อย่างไรก็ดี เป็นการไปขอเจรจาทีละฝ่าย ไม่ได้ให้มาเผชิญหน้ากัน

"ตอนนี้ได้เริ่มคุยกับผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ซึ่งได้รับเกียรติจากตัวแทนแต่ละฝ่ายระดับสูงมากรับสายโทรศัพท์พูดคุยกับเราเป็นเวลานานพอสมควร นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ให้เกียรติพูดคุยกับ กกต. สำหรับการพูดคุยตอนนี้ยังไม่คืบหน้า แค่รับโทรศัพท์ และโทรศัพท์กลับมาหาเราก็ดีใจแล้ว"

นายสมชัย กล่าวต่อว่า วันที่ 2 ม.ค. 2557 ที่ระบุว่าน่าจะเห็นการคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งนั้น ไม่ได้เป็นการขีดเส้นตายอะไร แต่เนื่องด้วยในวันดังกล่าวมีการประชุมครั้งแรกของ กกต.ภายหลังจากหยุดช่วงปีใหม่ และหลังรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ก็น่าจะมีการพิจารณาสถานการณ์ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธเรื่องเลื่อนเลือกตั้งนั้น ขอให้อย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียดของแถลงการณ์

ไฟเขียว กกต.จังหวัดยุติรับสมัคร

ส่วนการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. ถึง 1 ม.ค. นั้น นายสมชัย กล่าวว่า กกต.กลางให้อิสระกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กกต.จังหวัด) ในการตัดสินใจเรื่องเปลี่ยนสถานที่หรือยุติการรับสมัครหากเกิดเหตุความวุ่นวาย แต่ไม่ใช่การเลื่อนเลือกตั้ง โดยได้พูดคุยกับ กกต.จังหวัดในการประชุมเพื่อรับทราบและเตรียมความพร้อมแล้ว โดยเฉพาะในส่วนจังหวัดภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

แย้ม "ลาออก" แนวทางสุดท้ายที่จะทำ

ต่อข้อถามว่า การใช้สิทธิส่วนบุคคลของ กกต.เพื่อตัดสินใจคลี่คลายสถานการณ์ หมายถึงอะไร นายสมชัย กล่าวว่า สิทธิส่วนบุคคล หมายความได้หลายอย่าง เช่น สิทธิที่จะเดินไปคุยกับใครต่อใคร ไม่ใช่ในนาม กกต. จากวันนี้เป็นต้นไปจะใช้สิทธิส่วนบุคคลเดินทางไปพบฝ่ายการเมือง หากไม่พูดประโยคนี้ขึ้นมาหลายคนจะบอกว่า กกต.ทำเกินขอบเขตหน้าที่ว่าทำไมไปคุยกับฝ่ายการเมืองหรือผู้ชุมนุม ส่วนการใช้สิทธิลาออกนั้นเป็น 1 ใน 10 แนวทางการใช้สิทธิส่วนบุคคล ซึ่งการลาออกอาจจะเป็นแนวทางสุดท้ายที่จะทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อวันสุดท้ายวานนี้ (27 ธ.ค.) มีพรรคการเมืองเดินทางไปสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ได้แก่ พรรคเพื่อประชาชนไทย พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต พรรคพลังชล พรรคเพื่อประชาธิปไตยไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคชาติไทยสามัคคี พรรคประชาราษฎร์ พรรคธรรมาภิบาล พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคคนกีฬา และพรรคเงินเดือนประชาชน โดยพรรคพลังชลได้หมายเลข 41 และการรับสมัครไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่แต่อย่างใด