ธปท.จี้แบงก์คุมชำระดุลเทรดเงิน

ธปท.จี้แบงก์คุมชำระดุลเทรดเงิน

ธปท.ร่อนหนังสือเวียนกำชับ ธนาคารพาณิชย์ คุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินต่างต่างประเทศ

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ธปท.ได้ส่งหนังสือเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเพื่อรับทราบถึงแนวนโยบาย เรื่องแนวทางการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ พร้อมกับขอให้ธนาคารพาณิชย์นำแนวนโยบายนี้มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 เป็นต้นไป

การส่งหนังสือเวียนดังกล่าว สืบเนื่องจากการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดนกับต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงในการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Settlement Risk) อันเกิดจากการได้รับเงินสกุลที่ทำการซื้อขายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันมีโอกาสเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อสถาบันการเงินและระบบการเงินโดยรวมได้

รายงานข่าวระบุว่า ธปท. มีวัตถุประสงค์ให้ธนาคารพาณิชย์ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและทราบถึงแนวทางสากลในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และนำไปประยุกต์ใช้โดยพิจารณาถึงปริมาณธุรกรรม ลักษณะ ความซับซ้อน และความเสี่ยงของการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ ธปท.จึงได้จัดทำแนวนโยบายดังกล่าวออกมา

สำหรับแนวนโยบายนี้ครอบคลุมแนวทางการจัดการความเสี่ยง 7 เรื่อง คือ 1.นโยบายและกระบวนการจัดการความเสี่ยง 2.ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาจากการส่งมอบเงินไปแล้วเต็มจำนวน 3.ความเสี่ยงจากการมีต้นทุนที่สูงขึ้นในการทำสัญญาใหม่ทดแทน 4.ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง 5.ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ 6.ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และ 7.เงินกองทุนสำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

เรื่องแรก คือ นโยบายและกระบวนการจัดการความเสี่ยงนั้น คณะกรรมการธนาคารควรมีบทบาทในการรับผิดชอบการพิจารณาอนุมัตินโยบาย กลยุทธ์ และกรอบวิธีปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของธนาคารพาณิชย์ คณะกรรมการธนาคารควรกำกับดูแลการทำงานของผู้บริหารระดับสูงหรือผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบในการนำนโยบายและกลยุทธ์ไปใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยง

นอกจากนี้ธนาคารควรกำหนดกรอบนโยบายบริหารความเสี่ยงที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และในกรณีที่มีการใช้บริการหรือเป็นสมาชิกระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน(FMI) ธนาคารพาณิชย์ควรทำการศึกษาข้อมูลโดยละเอียด และในกรณีที่มีการใช้บริการของธนาคารตัวแทน ธนาคารควรมีนโยบายที่กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่ได้รับ ขณะเดียวกันธนาคารควรพิจารณาทบทวนกรณีที่มีการใช้บริการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศผ่านสถาบันการเงินอื่น โดยควรประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากระบบที่ใช้บริการเกิดปัญหา

ส่วนเรื่องที่สอง ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาจากการส่งมอบเงินไปแล้วเต็มจำนวนนั้น ธนาคารพาณิชย์ควรกำหนดกระบวนการในการเลือกวิธีการชำระดุลที่เหมาะสมสำหรับธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศแต่ละประเภท โดยคำนึงถึงลักษณะความซับซ้อนของธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของธนาคารพาณิชย์

เรื่องที่สาม คือ ความเสี่ยงจากการมีต้นทุนที่สูงขึ้นในการทำสัญญาใหม่ทดแทน โดยธนาคารพาณิชย์ควรมีแนวทางในการลดความเสี่ยงจากการมีต้นทุนที่สูงขึ้นในการทำสัญญาใหม่ทดแทนของธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศตั้งแต่เริ่มทำรายการจนกระทั่งมีการยืนยันรายการว่าชำระดุลเสร็จสิ้นและกระทบยอดแล้ว ธนาคารควรระบุ ติดตาม และควบคุม ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเหมาะสม

สำหรับความเสี่ยงที่สี่ คือ ด้านสภาพคล่อง ธนาคารควรกำหนดกรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของธนาคาร โดยครอบคลุมความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและปริมาณสภาพคล่องที่ต้องการอย่างชัดเจนและเหมาะสม ธนาคารควรบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องแยกตามรายสกุลเงินโดยคำนึงถึงวิธีการชำระดุลและพิจารณาNetting agreement กับคู่ค้า

นอกจากนี้ธนาคารควรคำนึงถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจากการชำระดุลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศผ่านระบบ FMI โดยศึกษาหลักเกณฑ์ขั้นตอนการทำงานของ FMI เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และธนาคารที่มีความรับผิดชอบเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเป็นสมาชิก FMI ควรรวมความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นจากบทบาทต่างๆ ดังกล่าวในกรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของธนาคารด้วย

ส่วนเรื่องที่ห้า ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ธนาคารควรกำหนดกรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการอย่างชัดเจนและควรมีระบบงานที่สามารถจัดการความเสี่ยง รวมทั้งรองรับปริมาณธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับเรื่องที่หก ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ซึ่งธนาคารพาณิชย์ควรพิจารณาให้แน่ใจว่า สัญญาและข้อตกลงทางธุรกิจ และธนาคารพาณิชย์ควรสามารถระบุได้ว่าการชำระดุลรายการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อใด เพื่อให้แน่ใจว่า การชำระดุลมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย และมีแผนดำเนินการที่ชัดเจนหากไม่สามารถชำระดุลได้ตามที่ระบุไว้

ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ เงินกองทุนสำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องประเมินความต้องการเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไว้ในประกาศธปท.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกันธนาคารควรสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการชำระดุลธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ