การเมืองวุ่นถล่มขายหุ้นแบงก์วูบ10%

การเมืองวุ่นถล่มขายหุ้นแบงก์วูบ10%

โบรกฯประเมินการเมืองวุ่นวาย ส่งผลให้หุ้นกลุ่มแบงก์ร่วงแรงกว่า10% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นลดลงแค่ 4% คาดราคายังผันผวนลากยาวถึงปีหน้า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ราคาหุ้นของ 9 ธนาคารศึกษาปรับลดลงเฉลี่ย 10.5% จากสิ้นปี 55 มีเพียงราคาหุ้นทหารไทย( TMB) ที่ปรับขึ้น) มากกว่าดัชนีหุ้นที่ลดลง 4.3% จากแรงกดดันของปัญหาการเมือง และ เศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งนี้ คาดว่าราคาหุ้นธนาคารอาจยัง ผันผวนต่อในไตรมาส1ถึงปีหน้า จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อกดดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย และกระทบทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารขยายตัวต่ำกว่าคาด และเฟดจะเริ่มทยอยปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ม.ค. 57 เหลือ 7.5 หมื่น ล้านดอลลาร์ และการปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรอาจเพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวแข็งแกร่ง ทำให้อาจเกิดกระแสเงินทุนไหลออกกดดันราคาหุ้นธนาคารผันผวน

"ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มเท่ากับตลาด จากเหตุผลที่คาดว่ากลุ่มแบงก์มีอัตราการเติบโตของกำไรปีหน้า ชะลอตัวที่ 11%จากงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลงจากเติบโต 22% ในปี 56 ขณะที่คาดอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นปีหน้าของกลุ่มฯ ลดลงที่ 14.9% จาก 15.4% ในปี 56 อย่างไรก็ดี กลุ่มฯ มีงบดุลแข็งแกร่งจากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูง และการตั้งสำรองหนี้ฯ ต่อหนี้เสียสูง ทำให้มีความยืดยุ่น และพร้อมรับกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ และกลุ่มฯ มีมูลค่าหุ้นไม่แพง "นักวิเคราะห์กล่าว

เขากล่าวว่าสินเชื่อเดือน พ.ย. 2556 สูงสุดรอบ 5 เดือน โดยสินเชื่อรวมเดือน พ.ย. 56 เติบโตแข็งแกร่ง 1.5%จากเดือนก่อน ทำให้สินเชื่อช่วง 11 เดือนเติบโต 9.1% จากสิ้นปีก่อน และคาดว่าสินเชื่อเดือน ธ.ค. จะเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล โดยคงเป้าหมายสินเชื่อรวมทั้งปี 56 ที่ 10.4%จากปีก่อน ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 10 แห่งรายงานสินเชื่อเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น และล้วนมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงกว่าการขยายตัวในเดือน ต.ค. ทั้งหมด

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า สินเชื่อเดือน พ.ย. ปีนี้ กลับมาเร่งตัวขึ้น ภาพรวมอุตสาหกรรม ซึ่งธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น มีสินทรัพย์คิดเป็นราว 94% และเงินฝากรวม 96% ของยอดรวม ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4ของปีนี้กลุ่มธนาคารลดลงจากค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรอง ถึงแม้ว่าทางฝ่ายจะคาดว่าสินเชื่อของกลุ่มธนาคารจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4ปีนี้ จะส่ง ผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ย

ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมก็มักจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย จากธุรกิจประกัน และธุรกิจจัดการกองทุน และในไตรมาสสุดท้ายหลายธนาคาร จะมีรายได้พิเศษจากกองทุนวายุภักษ์จากเงินปันผล รวมไปถึงเงินไถ่ถอนกองทุน หลังจากกองทุนหมดอายุลงในเดือน พ.ย. แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จะลดต่ำลงจากไตรมาส 3ปีนี้ เนื่องจากเป็นปกติที่ช่วงไตรมาส 4 กลุ่มธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายเข้ามามาก ทั้งจากค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาด และการจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน