กกต.สร้างเงื่อนไขดับฝันเลือกตั้ง2ก.พ.?

กกต.สร้างเงื่อนไขดับฝันเลือกตั้ง2ก.พ.?

กกต."ดับฝัน"รัฐบาลหมดโอกาสเลือกตั้ง 2 ก.พ. ม็อบยังได้ประกาศล่วงหน้าด้วยวันที่ 26 ธันวาคม นี้จะเดินทางมาอีก

ในที่สุดก็เป็น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ "เล่นบทนำ" ในการชี้ชะตาอนาคตการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หลังจากออกมาแถลงชัดเจนเมื่อวานนี้(26 ธ.ค.) ว่า ต้องการให้มีการ"เลื่อน"ตั้งออกไป

"หากยังมีการเลือกตั้ง(2ก.พ.) ...จะเป็นการเลือกตั้งที่เดินไปบนซากปรักหักพัง บนกองเลือด...จะเป็นการเลือกตั้งที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ" ถ้อยคำส่วนหนึ่งที่มาจากการแถลงร่วมกันของ 5 กกต.

การแถลงของ กกต.ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ คือ ประมาณ 7 โมงครึ่ง ที่แก๊สน้ำตาลูกแรกถูกยิงเข้าใส่มวลชน หลังจากมวลชนพยายามจะบุกเข้าไปในบริเวณศูนย์เยาวชน และยังคงระดมยิงออกมาไม่ขาดสายจนถึงช่วงบ่าย ไม่กี่นาทีก่อนที่ กกต.ทั้ง 5 คนจะออกมานั่งแถลงร่วมกัน

ในแถลงการณ์ของ กกต.มีทั้งหมด 5 ข้อ ใจความ คือ ขอแสดงความเสียใจ และขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง กกต.เคยบอกแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หากจะเดินหน้าเลือกตั้งต่อก็คาดได้ไม่ยากว่าในขั้นตอนต่อไปจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน และประเด็นสำคัญ คือ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จนกว่าทุกฝ่ายจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันได้ ทั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการหาข้อยุติร่วมกัน

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ ของ กกต. ยังบอกด้วย หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อให้เกิดการคลี่คลายสถานการณ์ กกต.จะขอใช้สิทธิและอำนาจหน้าที่ของกรรมการการเลือกตั้งเป็นรายบุคคล เพื่อตัดสินใจคลี่คลายสถานการณ์ตามวิจารณญาณที่เหมาะสม ซึ่งในประเด็นนี้มีการตีความกันไปแล้วว่า หมายถึง กกต. จะ "ลาออก" หรือไม่

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่กกต.ทั้ง 5 คน ออกมา "ส่งสัญญาณ" โดยตรงไปที่รัฐบาล ซึ่ง กกต.ได้อธิบายว่า ที่ต้องเรียกร้องไปที่รัฐบาลให้เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลเป็น "ผู้มีอำนาจ" ที่จะทำได้

ครั้งแรกที่ กกต. ออกมาส่งสัญญาณ คือ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ กกต.ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า หากยังมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ อาจจะไม่สามารถดำเนินการด้วยความสงบเรียบร้อยได้ จนถึงอาจมีการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

ครั้งนั้น แม้ กกต.ไม่ได้พูดออกมาตรงๆว่ารัฐบาลควรจะเลื่อนการเลือกตั้งออกมาไป แต่ข้อความที่พูดออกมาก็สามารถแปลความให้เข้าใจเช่นนั้นได้ไม่ยาก

มีการมองกันว่า การที่ กกต.ยังไม่เสนอออกมาในวันแรกว่าให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพราะกกต.ต้องการทำให้เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งจะส่งผลให้การตัดสินใจของ กกต.จะมีเหตุผล มีน้ำหนักมากขึ้น

ขั้นตอนแรก ส่งสัญญาณแสดงความห่วงใย เตือนว่าหากเดินหน้าเลือกตั้งจะมีปัญหาแน่ ขั้นตอนที่สอง คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมาจริงๆ ก็เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้ง และขั้นตอนที่สาม ที่กำลังถูกจับจ้องอยู่ คือ วันที่ 2 มกราคม ที่กกต.จะมีการประชุมเพื่อตัดสินใจในเรื่องนี้อีกครั้ง หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

กกต.เรียกร้องให้รัฐบาลและคู่ขัดแย้งมาทำความเข้าใจและสร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อความสงบสุขในสังคม โดยเสนอตัวเป็น "ตัวกลาง" ซึ่งหากวิเคราะห์โอกาสที่ฝ่ายรัฐบาลและ กปปส.จะมานั่งเจรจากัน ก็น่าจะบอกได้เลยว่า "มีน้อยมากจนถึงไม่มีเลย"

คำถามจึงกลับมาที่ว่า "แนวทาง" ในการตัดสินใจของ กกต.ในวันที่ 2 มกราคม จะเป็นอย่างไร?

มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ 1.กกต.ใช้อำนาจของตัวเองตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ให้เลื่อน "วันลงคะแนนเลือกตั้ง" ออกไปโดยอ้างเหตุ "สุดวิสัย" ในเรื่องสถานการณ์ความวุ่นวาย แต่กรณีนี้อาจมีปัญหา ว่า กกต.มีอำนาจทำได้หรือไม่ เพราะในถ้าตีความตามตัวบทกฎหมายน่าจะหมายถึงเมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้ง มิใช่ล่วงหน้าเป็นเดือน และ 2. คือ กกต. "ลาออก"

ถามว่าแนวทางไหนมีความเป็นไปได้มากกว่า ก็ต้องบอกว่า ทางที่ 2?

ความจริง แนวคิดที่จะให้ กกต.ลาออกนั้น เป็นหนึ่งในแนวทางที่ทาง กปปส.ต้องการมาตั้งแต่ต้น เพราะหาก ไม่มี กกต.การเลือกตั้งก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดภาวะ "สุญญากาศ" หรือ "เดดล็อค" ทางการเมือง

ถามว่าหาก กกต.จะลาออก จะลาออกทั้งคณะหรือไม่?

บางคนโฟกัสไปที่ กกต. "สายศาล" ซึ่งมีอยู่ 3 คน คือ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.,ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ, บุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดูจากท่าทีของ กกต.ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า กกต.มีความเป็น "เอกภาพ" ในการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างมาก การแถลงการณ์ทั้ง 2 ครั้ง กกต.ทั้ง 5 คนมานั่งแถลงพร้อมกัน และมีดูจากถ้อยคำที่แต่ละคนพูดออกมา ก็จะยิ่งเห็นความเป็นเอกภาพ ดังนั้น หาก กกต.จะลาออก การลาออกทั้งคณะจึงมีความเป็นไปได้มากกว่า

กกต.อีก 2 คน คือ "ประวิช รัตนเพียร" กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม และ "สมชัย ศรีสุทธิยากร" กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม มีบางคนตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มี "ธง" ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปตั้งแต่ต้นหรือไม่ เพราะการที่กกต.ไม่ยอมเปลี่ยนสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ทั้งที่น่าจะเล็งเห็นผลชัดเจนว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชัดเจนว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในบริเวณศูนย์เยาวชนไทยญี่ปุ่น ยังได้ประกาศล่วงหน้าด้วยว่า วันที่ 26 ธันวาคม จะเดินทางมาอีก แต่กกต.ก็ยังเดินหน้านัดหมายพรรคการเมืองมาจับสลากเบอร์ที่นั่น

วิเคราะห์แบบ "ฟันธง" ก็ต้องบอกว่าโอกาสที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หมดลงแล้ว...ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ ต้องจับตา!!