ปีแห่งความท้าทายของนายกฯญี่ปุ่น

ปีแห่งความท้าทายของนายกฯญี่ปุ่น

หนึ่งปีหลังชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น "นายชินโซ อาเบะ" ยังคงได้รับความนิยมในระดับสูง

ท่ามกลางเสียงชื่นชมทั้งจากในบ้านเกิด และต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกัน อาวุธที่อยู่ในมือของเขาก็เริ่มแสดงช่องโหว่ขึ้นมาให้เห็นบ้างแล้ว

นโยบายที่ออกมาแบบเหนือความคาดหมาย และได้รับสมญานามว่า "อาเบะโนมิกส์" ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี 7 ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง และญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่เกาะติดเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน

เมื่อนายอาเบะตั้งรัฐบาลขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคมปีที่แล้ว เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก จากการให้คำมั่นถึงการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ที่ไร้การเติบโต และติดอยู่ในกับดักเงินฝืดมานานร่วม 2 ทศวรรษ

ในช่วงต้นปีนี้ นายอาเบะได้ประกาศต่อตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สหรัฐว่า "ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว" พร้อมแจกแจงถึงแผนการใช้จ่ายเงิน และการผ่อนคลายนโยบายการเงินครั้งใหญ่ของรัฐบาลกรุงโตเกียว ที่จะช่วยให้ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยกล่าวถึงนโยบายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของภาครัฐ และนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกแห่งนี้ กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ผู้นำญี่ปุ่นยังได้เดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อขายแบรนด์ญี่ปุ่น รวมถึง การลงนามข้อตกลงเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในตุรกี และการพุ่งความสนใจมายังบรรดาประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายอาเบะกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก เขาได้เดินทางไปต่างประเทศมากมาย โดยนับตั้งแต่ที่เขาชนะเลือกตั้ง นายอาเบะเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ มาแล้วมากกว่า 20 ประเทศ

ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยบริหารจัดการนิอิกาตะ ของญี่ปุ่น แสดงความเห็นว่า เมื่อถึงที่สุดแล้ว "อาเบะโนมิกส์" ควรได้รับคำชื่นชม เพราะช่วยฟื้นฟูความรู้สึกของนักลงทุน และผู้บริโภคขึ้นมาอย่างมาก ซึ่งถือเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นายอาเบะเริ่มเจอกับกระแสไม่เห็นด้วยเพิ่มมากขึ้น และเริ่มที่จะเผชิญบททดสอบในคะแนนนิยมของตัวเขา จากหลายเรื่องๆ รวมถึงการออกกฎหมายรักษาความลับราชการ ที่เจอเสียงคัดค้านอย่างหนัก ความตึงเครียดที่มีต่อจีน กับเกาหลีใต้ และความกังขาที่เพิ่มมากขึ้น ในนโยบายพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อหนุนการใช้จ่ายของรัฐบาล

ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโดชิชาในเกียวโต "นางโนริโกะ ฮามะ" ชี้ว่า ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่มุมใด "อาเบะโนมิกส์" ก็เป็นความคิดที่ผิดพลาด เพราะการพิมพ์เงินใช้จะทำให้ญี่ปุ่นต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมากขึ้น

บรรดานักวิจารณ์รายอื่นๆ ยังเตือนว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจตามที่ให้คำมั่นไว้ทั้งหมด รวมถึง การสร้างตลาดแรงงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และข้อตกลงการค้าเสรี เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้แผนผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวใช้ได้ผล