สุขภาพดีรับปีใหม่

สุขภาพดีรับปีใหม่

ปีใหม่นี้ คนส่วนใหญ่ตั้งเป้าว่าต้องดีกว่าปีที่แล้ว นำบทเรียนปีก่อนมาสอนตนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น แล้วคุณล่ะจะทำอย่างไรต่อไป

คอลัมน์ฉลาดสุขกับหนูดี

เข้าปีใหม่แล้วค่ะ สำหรับคนส่วนใหญ่มักตั้งเป้าหมายไว้ว่าปีใหม่ปีนี้ต้องดีกว่าปีที่แล้ว นำบทเรียนของปีที่แล้วมาสอนตัวเองและก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปทุกปีๆ

หนูดีคิดว่า ยิ่งเราโตขึ้น อายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องหลักแหลมและมีแง่มุมใหม่ๆ มาเติมให้ชีวิตได้ทุกปี คนเราฉลาดขึ้นได้ทุกปีๆ และในช่วงปีใหม่นี่ละที่จะเป็นช่วงสรุปบทเรียนของปีที่ผ่านมาและมองไปข้างหน้าว่า ปีที่จะถึงนี้เราจะรับมือกับมันอย่างไรให้ดีและเก่งกว่าปีที่เพิ่งผ่านไป

คนสมัยนี้ชอบคงความหนุ่มความสาว แต่หนูดีมองว่า เราควรจะรัก “ความแก่” ที่เพิ่มขึ้นมาในแต่ละปี เพราะถ้าเราอยากหนุ่มสาวตลอดไป เราไม่มีตัวเลือกอะไรเลยนอกจากชิงตายก่อนแก่ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่มีใครอยากได้ตัวเลือกนั้น ดังนั้น ตัวเลือกเดียวที่เหลือคือ แก่ขึ้นทุกปีๆ และมีอายุที่ยืนยาว แต่ส่วนเรื่อง “หน้าเด็ก” นั้นมันเป็นเรื่องที่สร้างได้ เพราะสมัยนี้นอกจากเทคโนโลยีจะถึงแล้ว เรายังมีข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับอาหารแอนตี้เอจจิ้งออกมามากมาย ทำให้มีโอกาสเลือกกินทั้งอาหารและวิตามินชลอความชราอย่างได้ผลชะงัด

หนูดีชอบอ่านข้อมูลประเภท “แอนตี้เอจจิ้ง”​หรือ “ชะลอชรา” เพราะว่า ทุกสิ่งที่เราทานเพื่อต้านอนุมูลอิสระนั้นดีมากๆ กับสมอง และผลพลอยได้ก็คือ “หน้าเด็ก” ดังนั้น นอกจากศัลยกรรมที่มุ่งไปแต่ที่ใบหน้าแล้ว สิ่งอื่นๆ ที่เราทำให้ร่างกายด้วยการ “ทานเข้าไป” เพื่อให้หน้าเด็กอ่อนวัยนั้น ดีกับสมองแบบสุดๆ ค่ะ เรียกว่า ได้สองเด้งคือ หน้าเด็กและสมองดี

หนูดีเองเพิ่งได้หนังสือมาใหม่ อ่านแล้วชอบมากถึงขนาดทำตามหลายสิ่ง โดยเฉพาะสูตรน้ำผักปั่นด้วยเครื่องแรงม้า 3.5 แรงม้า ซึ่งคุณแม่ซื้อเครื่องตามคุณหมอที่เขียนหนังสือมาถึงสองเครื่องเพื่อปั่นทานเองในบ้านและอีกเครื่องสำหรับคาเฟ่ออร์กานิกเล็กๆ ที่เรากำลังก่อสร้าง เตรียมเปิดให้เด็กๆ และผู้ปกครองโรงเรียนวนิษามาทาน หนูดีเพิ่งตั้งชื่อได้ว่า “บ้านผักรักเด็ก Garden Cafe” คิดตั้งนาน ก่อนหน้านี้ชื่อ “ผักหวานยิ้มแป้น” ชื่อ “คาเฟ่ฟางข้าว” บ้าง คิดเสียเหนื่อยกว่าก่อสร้างอีกค่ะ

เล่มใหม่เล่มโปรดนี้มีชื่อว่า “ธรรมชาติช่วยชีวิต” ของคุณหมอ Dr.Tom Wu ซึ่งเป็น ดร.ด้านโภชนาการและการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกา แต่ที่น่าทึ่งไปกว่าประวัติการศึกษาก็คือ ปัจจุบันคุณหมอผู้ซึ่งสุขภาพร่างกายแข็งแรง หน้าเด็กกว่าวัยนั้น เคยเป็นมะเร็งปอดระยะที่สามในวัย 30 ปี หลังจากรักษาด้วยยาแรงสุดหลายขนานไม่ได้ผล แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อตัดปอดขวาสองกลีบบนทิ้งไป แต่เมื่ออยู่บนเตียงและเปิดแผลแล้ว แพทย์พบว่ามะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่นมากแล้ว จึงต้องเย็บปิดแผลและทำเคมีบำบัดเพื่อยืดชีวิตเท่านั้น

แพทย์แจ้งว่า คุณหมอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่เดือน ตอนนั้นด้วยเทคโนโลยีรุ่นนั้น คุณหมอตัดสินใจด้วยความใจเด็ดว่า จะไม่ฆ่าเซลล์ปกติด้วยคีโมและจะปล่อยให้ตัวเองตายอย่างธรรมชาติโดยไม่เจ็บปวด จึงปฏิเสธการรักษาแผนปัจจุบันและหันมาดูแลร่างกายตามคัมภีร์ไบเบิล โดยรับประทานผักผลไม้และอาหารที่แทบไม่ปรุงแต่ง ดื่มน้ำเยอะๆ ลดความเครียดและออกกำลัง กินอาหารที่ดิบทั้ง 100% คุณหมอเริ่มขับถ่ายวันละ 3-4 รอบเพราะทานเส้นใยเยอะกว่าเดิมมากจนเริ่มตกใจตัวเอง แต่จิตใจเริ่มสดใส ผิวพรรณเริ่มมีเลือดฝาดจึงทำต่อไป

เมื่อ 9 เดือนผ่านไปและเข้าตรวจร่างกายพบว่าร่างกายเป็นปกติทุกประการ ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่เลย สร้างความอัศจรรย์ใจให้แพทย์เจ้าของเคสมาก ปัจจุบันคุณหมออายุ 70 ปีเศษ ยังคงยืนหยัดกินอาหารดิบร้อยละ 90 และกินอาหารสุกเพียง 10% เท่านั้น โดยคุณหมอยกความดีให้เครื่องปั่น 3.5 แรงม้าที่ปั่นผักผลไม้ให้ละเอียดยิบได้ โดยดื่มวันละ 4-6 แก้ว ทานสลัดผัก ถั่วต้ม ข้าวกล้อง แต่คุณหมอเองไม่ยอมเขียนหนังสือมาก่อนหน้านี้เพราะอยากรวบรวมเคสที่ได้ผลให้ได้เยอะๆ อยากให้คนอ่านเชื่อถือและได้อ่านสิ่งที่ได้ผลจริง

หนูดีเองอ่านเล่มนี้แล้ว ได้สูตรน้ำผักปั่นเยอะเลยค่ะ วันแรกที่ตัดสินใจลองทำตาม มีแอบมึนเล็กๆ ก็คุณหมอเล่นเอาจริง บอกว่า การปั่นเพื่อให้เซลล์พืชแตกแล้วร่างกายดูดซึมได้ดี ต้องมีการปั่นรอบเร็ว ปั่นรอบช้าสลับกัน งงเลย 10 วิ บ้าง สลับกับ 60 วิ สลับกลับมา 30 วิ มึนค่ะ นอกจากนี้ สูตรยังมีใส่แครอท บีตรูท มะเขือเทศ ขิง กระเทียม เครื่องเทศอินเดีย ฯลฯ ทำเป็นเล่นไป พอคิดว่า เอาล่ะ ลองกินสูตรคุณหมอดู หนูดีก็พุ่งไปซูเปอร์มาร์เก็ตและซื้อวัตถุดิบเบื้องต้นมาปั่น

ที่สำคัญคือ แม่อยากกินด้วย รอช้าไม่ได้ค่ะ ประกาศิตสวรรค์ เราต้องรีบทำตาม โดยสูตรที่หนูดีเลือกมีใส่ใบกะหล่ำปีม่วงและทับทิม คุณหมอมีสูตรฟอกเลือด สูตรบำรุงไต สูตรกระดูกแข็งแรง สูตรบำรุงปอด ฯลฯ ต้องบอกว่า อร่อยมากค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว จะมีผลไม้ให้รสหวานตามมาด้วยเสมอ เช่น บลูเบอรี่ หรือใส่น้ำผึ้ง ปั่นไว้เลยวันละ 6 แก้วและดื่มตลอดวัน

ใครอยากให้ของขวัญอะไรกับตัวเอง หนูดีคิดว่า การให้ “สุขภาพดีๆ” จะทำให้ปีใหม่นี้ของเราเริ่มต้นด้วยความสดชื่น สดใส คิดทำอะไรก็สำเร็จค่ะ ลองดูนะคะ เริ่มต้นที่การอ่านแต่ลงท้ายด้วยสุขภาพดีๆ ค่ะ