ย้ายหน.อุทยานกุยบุรีสังเวยกระทิงตาย16ตัว

ย้ายหน.อุทยานกุยบุรีสังเวยกระทิงตาย16ตัว

"ปลัดทส."สั่งย้ายด่วน"หน.กุยบุรี" สังเวยกระทิงตาย 16 ตัว พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปภายใน7วัน

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยกรณีปัญหากระทิงตายจำนวน16ตัวในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงนายนิพนธ์ โชติบาล รก.อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ให้ปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีคำตอบว่ากระทิงตายจากสาเหตุอะไร โดยส่วนหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของสัตว์ป่า และตัวนักท่องเที่ยวเองเพราะยังไม่ชัดเจนถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง

พร้อมกันนี้ยังเร่งให้ประสานทีมนักวิชาการด้านสัตว์ป่าจาก 3-4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบสวนอย่างปูพรมทั้งระบบเพื่อจะนำไปสู่การป้องกันปัญหา ที่สำคัญยังตั้งกรรม การสอบข้อเท็จจริงนายปรีชา วิทยาพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่ามีการละเลยหรือมีปัญหาอะไรที่ส่งผลให้เกิดกระทิงตายพร้อมกันจำนวนมาก โดยให้นายสมัคร ดอนนาปี ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เป็นประธานสอบให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน

" ถือเป็นเรื่องใหญ่มากที่ปล่อยให้มีเหตุการณ์กระทิงตายถึง 16 ตัว ซึ่งสาเหตุไม่ว่าจะเกิดจากอะไร แต่หัวหน้าและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ นอกจากนี้ยังได้รับราย งานในพื้นที่โครงการกุญชร ซึ่งมีการบริจาคเงินจากผู้ใจบุญเข้าไปในพื้นที่ ทำให้มีการปรับปรุงสร้างแหล่งน้ำ ปลูกหญ้าหลายชนิด และทำอะไรอีกหลายอย่างที่จะต้องให้ตรวจสอบด้วยว่าได้ทำถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่"นายโชติ ระบุ

ปลัดทส.ยังกล่าวถึงกรณีคนงานบริษัทปูนทีพีไอ ทำร้ายเลียงผาว่า ได้สั่งการให้นายบุญชอบ สุทธ มนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบว่าโรงงานทีพีไอ ที่ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ามวกเหล็ก-ทับกวาง ใช้พื้นที่อย่างผิดเงื่อนไขหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์จะประสานให้สั่งปิดโรงงาน รวมทั้งอาจจะต้อวทบทวนการใช้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัยของเลียงผาที่หายากใหล้สูญพันธ์ุด้วย เพราะเท่าที่มีรายงานพบการลักลอบเลียงผาที่อาศัยตามเขาหินปูน นำไปสกัดเป็นน้ำมันอยู่บ่อยครั้ง

วันเดียวกัน นายนิพนธ์ โชติบาล รก.อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้มีคำสั่งย้ายนายปรีชา วิทยาพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ออกนอกพื้นที่แล้ว เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกระทิงตาย พร้อมกันนี้ได้มีมติสั่งปิดอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพราะยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากระทิงตายโรคระบาดสัตว์หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่เข้าประชุมร่วมกับทางสำนักสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ได้ราย งานพบการระบาดของโรคคอบวมในกลุ่มวัว ควาย แพะในเขตพื้นที่ภาคใต้มาระยะหนึ่ง ซึ่งบริเวณที่กระทิงตายก็มีชาวบ้านนำวัว และแพะเข้ามาเลี้ยงจึงต้องการปิดพื้นที่เพื่อสกัดการระบาดของโรคไม่ให้แพร่กระจาย ขณะเดียวกันก็ยังไม่ตัดประเด็นกระทิงตายจากสารพิษ แม้ว่าการตรวจสอบตัวอย่างซากชิ้นเนื้อกระทิง1 ตัวจะไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักก็ตาม แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดเนื่องจากซากกระทิงที่ได้มามีลักษณะเน่าเปื่อยมาก