กปปส.อัดสภาปฏิรูปเป็นแค่สภาโจ๊กไร้อำนาจ

กปปส.อัดสภาปฏิรูปเป็นแค่สภาโจ๊กไร้อำนาจ

กปปส.ค้าน"ยิ่งลักษณ์"ตั้งสภาปฏิรูปประเทศ เปรียบเป็นสภาโจ๊ก ไร้อำนาจ หวังพึ่งใบบุญนักการเมือง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีเสนอตั้งสภาปฏิรูปโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เป็นเพียงการโหนกระแสเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ทั้งนี้ กปปส.มีข้อสังเกตว่า แม้จะตั้งชื่อสวยหรูว่า“สภาปฏิรูป” แต่สภาดังกล่าวไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ทำได้เพียงการเสนอแนะ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากสภาโจ๊ก เมื่อไม่มีอำนาจก็ต้องพึ่งใบบุญนักการเมือง บวกกับการที่นายกฯนำตระกูลตนเองไปอยู่ในอันดับส.ส.บัญชีรายชื่อต้นๆ ก็ชี้ให้เห็นว่าต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสภาปฏิรูป และอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะการปฏิรูปต้องแก้ไขกฎหมายลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต วันนี้จะไปพึ่งหวังกับนักการเมืองให้ออกกฎหมายลงโทษตัวเองคงไม่ได้

นายเอกนัฏกล่าวว่าตามข้อเสนอของนายกฯจะมีการปฏิรูปทั้งหมด 5หัวข้อ หนึ่งในนั้นคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางกปปส.เกรงว่าอาจมีนัยแอบแฝงเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยแก้รัฐธรรมนูญเพื่อรวบอำนาจ หรือแก้เรื่องการสรรหาตุลาการและองค์กรอิสระ นอกจากนี้เราเป็นห่วงว่าอาจบีบให้องค์กรต่างๆ เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เป็นต้น เข้ามาสมยอมรวมปฏิรูป ทั้งหมดเพื่อที่จะซักฟอกขบวนการที่ไม่ยุติธรรมและไม่เชื่อมั่นของประชาชน

"ขอย้ำว่าสภาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน วันนี้ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่ปฏิรูปควบคู่การเลือกตั้ง เราต้องการความชัดเจน ไม่ใช่ว่าตั้งองค์กรปาหี่ สภาโจ๊กที่ไม่มีอำนาจจริง และประชาชนไม่ไว้ใจให้นักการเมืองที่โกงบ้านเมืองมาปฏิรูปในครั้งนี้ เราเชื่อว่าการจัดตั้งสภาปฏิรูปของรัฐบาลไม่ได้มีความตั้งใจปฏิรูปจริง และมวลมหาประชาชนต้องการองค์กรที่ปราศจากการครอบงำของนักการเมือง" นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯแสดงความรับผิดชอบ โดยการเสียสละลาออกจากรักษาการนานกฯเพื่อปูทางไปสู่การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง พร้อมกันนายกฯยังเสพติดอำนาจ เพราะได้ต่อพ.ร.บ.มั่นคงถึงไปจนถึงวันที่ 1มี.ค. 2557 เพื่อต่อสู้กับประชาชน แสดงให้เห็นชัดว่ารัฐบาลไม่ฟังเสียประชาชนทางกปปส.ขอเป็นตัวแทนตำรวจชั้นผู้น้อยเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.2556 จนถึงขณะนี้ตำรวจที่ดูแลทำเนียบรัฐบาลยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง และมีตำรวจบางรายแสดงความไม่พอใจถึงการที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ชักหัวคิวโดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายอาหาร ซึ่งเห็นชัดว่าอาหารไม่คุ้มค่ากับเงิน200 บาท รวมไปถึงเห็นใจต่อเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอที่เอือมระอากัับพฤติกรรมของอธิบดีดีเอสไอที่กระทำการเกินกว่าเหตุในเรื่องต่างๆด้วย