โพลล์ชี้ปี57ดัชนี1,534จุดการเมืองเสี่ยงสุด

โพลล์ชี้ปี57ดัชนี1,534จุดการเมืองเสี่ยงสุด

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ หั่นเป้าดัชนีปีหน้าลง 166 จุด มาอยู่ระดับ 1,534 จุด"การเมืองเสี่ยงสุด"

นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงาน วิจัยบล.เอเซียพลัส ในฐานะอุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า จากการผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการลงทุนในปี 2557 จากสำนักวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทโกลด์ฟิวเจอร์ส 21 แห่ง พบว่าดัชนีสิ้นปีหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,534 จุด ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 56 ซึ่งอยู่ที่ 1,700 จุด โดยมองจุดสูงสุดจะอยู่ที่ 1,623 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,271 จุด ซึ่งบล.ที่คาดดัชนีสิ้นปีสูงสุดคือ บล.เออีซี ที่ระดับ1,760 จุด ส่วนบล.ที่ให้ดัชนีสิ้นปีต่ำสุดคือ บล.ซีไอเอ็มบีที่ระดับ 1,187 จุดทั้งนี้ จากการสำรวจ พบว่า ผู้ตอบ 100% ระบุว่า การเมืองไทยเป็นความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งต้องจับตาการเลือกตั้งและการชุมนุมที่ยืดเยื้อ เพราะจะส่งผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจ รองลงมาคือ การชะลอหรือเลือกมาตรการคิวอี โดยมีผู้ตอบ 95% และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมือง มีผู้ตอบ 52% ส่วนปัจจัยบวกคือการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี

ส่วนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิเพียง 1.7 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่ขายออกแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับบริษัทบริษัทหลักทรัพย์ ที่น่าจะซื้อสุทิที่ 5,571 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิที่ 5,444 ล้านบาท ดังนั้น แนะนำนักลงทุนกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีกระแสเงินสด ผลประกอบการมั่นคง รวมถึงมีอัตราเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ และได้รับประโยชน์จากโครงการภาครัฐ รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก เช่น กลุ่มส่งออกอาหาร ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เธอ กล่าวต่อว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2556 ลงเหลือเฉลี่ย 2.9% จากเดิม 4.6% และปี 2557 เติบโต 4% จากคาดการณณ์เดิม 4.8% โดยสมมุติฐานนี้ได้พิจารณาโดยตัดโครงการลงทุนโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2 ล้านล้านบาทออกไปแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาจปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยลง หากการเมืองยืดเยื้อถึงช่วงกลางปี จนทำให้การลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัวสำหรับอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น ปี 2556 จะเติบโตเฉลี่ย 11.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 20% และปี2557 เติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 13.1% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 11.6% ส่วนราคาทองคำ คาดอยู่ที่บาทละ 18,362 บาท เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนที่บาทละ 17,658 ล้านบาท

“ผลสำรวจไม่ได้ประเมินสถานการณ์การเมือง แต่โดยส่วนตัว หรือในมุมมองของเอเซียพลัส ยังประเมินได้ยากว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะจบอย่างไร แต่ที่เห็นชัดเจนคือการที่นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง จากเดิมที่ปกติเดือนก.ย. - ต.ค. แรงขายน่าจะจบลงแล้ว เป็นผลจากไม่เข้าใจภาพที่เกิดขึ้น และเมื่อมีความไม่ชัดเจนอยู่เขาจะไปดูการลงทุนประเทศอื่นในอาเซียนแทน ซึ่งการที่ต่างชาติเทขายก็ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงด้วย จากต้นปีที่แข็งค่าขึ้น จึงถือว่าปัจจัยการเมืองมีผลโดยตรงกับค่าเงินบาทและการตัดสินใจของต่างชาติ”

นอกจากนี้ มองว่า หากสถานการณ์การเมืองยังไม่ดีขึ้น ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ต่างชาติจะยังไม่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนไม่สดใสตามไปด้วย เพราะปัจจุบันต่างชาติมีสัดส่วนการลงทุนถึง 20% แต่หากการเมืองนิ่งและมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ต่างชาติจะกลับมา แต่ต้องดูว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปี 57 สถานการณ์ต่างๆ จะปรับตัวดีขึ้นหรือยัง ส่วนการเลือกตั้งในปี 57 นั้น คงไม่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์ และการมีการโนโหวตเกิดขึ้นด้วย