ธปท.ชี้เดือนม.ค.เงินไหลออกการเมืองไม่นิ่ง

ธปท.ชี้เดือนม.ค.เงินไหลออกการเมืองไม่นิ่ง

ธปท.ประเมินค่าบาทเดือนม.ค.ผันผวน เหตุปัจจัยการเมืองยังไม่นิ่ง เงินต่างชาติรอดูท่าทีไม่ไหลเข้า ด้านส่งออกปี57ยังฟื้นได้

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทยังมีเงินออกต่อเนื่อง แต่เริ่มมีปริมาณน้อยลง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะใกล้ปีใหม่ ทำให้มีความชะลอตัวในการไหลออกลงใน่สวนปีหน้านั้นมองว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในประเทศเป็นหลัก

ค่าเงินบาทในปีหน้านั้นต้องรอดูความชัดเจนของหลายอย่าง อย่างในเรื่องมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)ของสหรัฐ ว่าจะลดต่อเนื่องทุกเดือนหรือไม่ หลังจากที่เริ่มทยอยปรับลดโดยจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม โดยปลับลดลง10,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ในส่วนปัจจัยในประเทศเองในเรื่องของการเมืองก็ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งต้องติดตามเพราะจะสร้างการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในเดือนมกราคมได้ค่อนข้างมาก”

โดยในช่วงสัปดาห์นี้เงินเงินทุนไหลออกจากประเทศไทยในอัตราที่ช้าลงหากเปรียบเทียบกับสัปดาห์2-3 สัปดาห์ก่อน ที่เป็นช่วงแรกที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วหนนึ่งเป็นช่วงปลายปี ทำให้ธุรกรรมเบาบางน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้บางช่วงค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วกว่าปกติ ทำให้เงินทุนต่างชาติอาจหยุดรอดูสถานการณ์ซึ่งเห็นได้จากนักลงทุนยังขายหุ้นจากต่อเนื่องแต่มีการชะลอลงไปบ้าง โดยทั้งปีขายหุ้นไทยไปแล้วกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ และตลาดพันธบัตรก็มีการชะลอตัวไปบ้างจึงต้องรอต้องดูสถานการณ์อีกทีว่าเราจะไปทางไหน ความที่ยังไม่มีอะไรแน่นอน

ปัญหาการเมืองนั้นภาคเอกชนก็อยากให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นจุดยืนที่ต่างจากรัฐบาล ที่จะเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหากไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ต้องมาดูว่าตลาดการเงินจะแปลความเป็นข่าดีหรือข่าวร้าย โดยขึ้นอยู่กับเหตุผลที่เลื่อน ถ้าเลื่อนเพราะสามารถตกลงกันได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินหน้านักลงทุนอาจเข้าใจ แต่หากเลื่อนเพราะตกลงไม่ได้ ด้วยเพราะเหตุความเห็นที่แตกต่าง ก็อาจกระทบในทางลบได้

สำหรับตัวเลขการส่งออก 11 เดือนที่ติดลบกว่า 0.49 % นั้น มองว่าตัวเลขดังกล่าวนั้นสะท้อนว่าการส่งออกยังไม่ค่อยดีและไม่ผิดคาดการณ์ แต่เท่าที่ดูในรายประเทศจะเห็นว่า การส่งออกไปยังสหรัฐจากเดิมที่ทรงตัว เริ่มทยอยปรับขึ้นบ้าง และเริ่มไปต่อ และในหลายประเทศที่เจอจุดต่ำสุดแล้วก็เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะในสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิก ส่วนในสินค้าเกษตรอย่างกุ้งและข้าวนั้นก็ต้องรอเวลา ให้ปรับตัวดีขึ้น โดยในการส่งออกภาพรวมในปี2556 นั้นมองว่าไม่น่าจะหนีเท่าไหร่ โดยทั้งปีน่าจะขยายตัวในระดับ 0 % แต่หวังในปีหน้าจะฟื้นตัวเพิ่มขึ้น จากการฟื้นตัวของสินค้าเกษตร ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นได้

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัย เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤศพฤศจิกายนที่ออกมาติดลบ 4.08 % นั้น ถือว่าต่ำกว่าที่คาดค่อนข้างมาก เพราะการส่งออกเมื่อเทียบกับปีก่อนนั้นก็ไม่ได้มีฐานที่สูงนัก แต่การส่งออกนั้นชะลอตัว