เพื่อไทยหนุนสภาปฏิรูปประเทศคู่เลือกตั้ง

เพื่อไทยหนุนสภาปฏิรูปประเทศคู่เลือกตั้ง

"พร้อมพงศ์"ระบุแนวสภาปฏิรูปประเทศของนายกฯเป็นประชาธิปไตยมากกว่า "สุเทพ"

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสนอให้มีการตั้งสภาปฏิรูปประเทศว่า พรรคเพื่อไทยขอสนับสนุนแนวทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศนั้นจะมาจากตัวแทนประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ 2,000 คน จากนั้นจึงเลือกให้เหลือ 499 คน ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าสภาประชาชนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เสนอ

นอกจากนี้ ยังสามารถทำควบคู่ไปกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 57 ได้อีกด้วย สำหรับประชาชนที่เห็นต่าง อาทิ กปปส.และฝ่ายค้าน ก็สามารถเสนอตัวแทนเพื่อเข้ามาแสดงความเห็นผ่านสภาปฏิรูปประเทศได้อีกด้วย ทั้งนี้ แนวคิดของนายกฯ ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายรองรับ ถือเป็นการหาทางออกให้กับประเทศ เป็นการแสดงวุฒิภาวะของนายกฯ ในการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกให้กับประเทศด้วยความจริงใจ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มคปท.นำมวลชนบุกเข้าไปภายในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดงนั้น ถือเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งอย่างชัดเจนและผิดกฎหมายอาญาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการไล่สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่กกต. และผู้ที่เดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.อีกด้วย ดังนั้นมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นการแบ่งกลุ่มกันเล่นกับกลุ่ม กปปส. และยังดูเหมือนว่านายสุเทพน่าจะให้ท้าย พยายามจะทำให้ประเทศไทยเป็นแดนมิคสัญญีใช่หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ผ่านเข้าสู่วันที่ 3 ของการรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อแล้ว ดังนั้นกกต.อย่าทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ต้องแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และเอาผิดแกนนำตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ไม่เช่นนั้นผู้ชุมนุมจะย่ามใจ ประชาชนขาดความเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม อยากให้กกต.พิจารณาย้ายสถานที่รับสมัครได้แล้ว โดยหาสถานที่ที่มีความปลอดภัยเพื่อให้การรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หรือจะใช้ค่ายทหารหรือใช้กรมทหารราบที่ 11 บางเขนก็ได้ เพราะทหารก็บอกแล้วว่าพร้อมสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ดูว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกล้าบุกค่ายทหารหรือไม่

นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพประกาศจะยกระดับการชุมนุมโดยปิดกรุงเทพฯ เป็นเดือนเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ด้วยว่า ถือเป็นการข่มขู่คนกรุงเทพฯ โดยไม่คำนึงถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ นอกจากนี้ การประกาศจะไล่ล่านายกฯ ในทุกพื้นที่นั้น เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายกฎหมาย แต่วันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไปอยู่ที่ไหน ขอเรียกร้องให้ประธานกสม.ที่กินเงินเดือนเกือบแสนนั้นให้ออกมาทำหน้าที่ด้วย ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ขัดขวางการเลือกตั้งแม้ว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งก็ตามนั้น นายอภิสิทธิ์อย่าดีแต่พูด ต้องแสดงความจริงใจโดยออกมาแถลงว่านายสุเทพและแกนนำกปปส.ที่เป็นอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั้น ขณะนี้ยังคงเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคควรจะห้ามปรามสมาชิกด้วย ต้องส่งเสริมประชาธิปไตยให้เหมือนกับชื่อพรรค