Market Focus

Market Focus

ต่ำกว่า 1,355 จุด ยังเน้น “ถือเงินสด” ลดความเสี่ยงกรณี SET หมุนต่ำกว่า 1,300 จุด

SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ประเมินว่าการ Rebound ระหว่างวันของ SET สามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นวานนี้ แต่ตราบใดที่ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,355 จุดได้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท/วัน เรามองว่าเป็นแค่การดีดขึ้นเพื่อลงต่อ โดยมีแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยกดดันหลัก ทั้งนี้การที่ในทางเทคนิคล่าสุด Indicator อย่าง MACD ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow ยังคงเกิดสัญญาณ Bearish Convergence อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจัยการเมืองในประเทศ ทำให้เราประเมินว่านักลงทุนต่างชาติจะยังขายสุทธิตลาดหุ้นไทยต่อไปอย่างน้อยจนกว่าจะผ่านการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ไปแล้ว

- เมื่อพิจารณาจากสถิติของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ 29 มิ.ย.2554 พบว่าก่อนหน้าที่จะมาถึงรอบปัจจุบัน (16 พ.ย.55-23 ธ.ค.56) SET มีการปรับตัวขึ้น และลงรอบใหญ่ทั้งหมด 3 รอบ โดยที่ราคาขายเฉลี่ยในกรอบขาลงของนักลงทุนต่างชาติจะต่ำกว่าต้นทุนซื้อเฉลี่ยในกรอบขาขึ้นก่อนหน้าเฉลี่ยราว 2.63% ดังนั้นเมื่อเทียบกับต้นทุนซื้อเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติในรอบขาขึ้นล่าสุด (16 พ.ย.55-21 พ.ค.2556) ที่ 1,304 จุด มีความเป็นไปได้ที่ต่างชาติจะขายสุทธิต่อเนื่องไปจนกว่า SET จะลงไปที่ 1,274 จุดในกรณีปกติ ขณะที่ในกรณีเลวร้าย เราพบว่าในช่วง 7 มิ.ย.-15 พ.ย.55 ถือเป็นรอบที่ราคาขายเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติต่ำกว่าต้นทุนซื้อเฉลี่ยมากที่สุดราว 6.30% ดังนั้นในกรณีเลวร้ายนักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิต่อเนื่องไปจนกว่า SET จะลงไปที่ 1,220 จุด หรือ 6.30% จากต้นทุนเฉลี่ยที่ 1,304 จุด

- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,355 จุดได้ ยังเน้น “ถือเงินสด 100%” เพื่อลดความเสี่ยงกรณี SET หมุนต่ำกว่า 1,300 จุดต่อไป ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” เหลือ 50% ของพอร์ต โดยเน้นไปที่หุ้น Top Picks ไตรมาสที่ 1 ของเราเป็นหลัก ได้แก่ SAMART, GLOBAL, VGI, HEMRAJ, SPALI, PTTEP และ GLOW