โบรกเกอร์คงเป้ากำไรปตท.เติบโต5%

โบรกเกอร์คงเป้ากำไรปตท.เติบโต5%

โบรกฯคงเป้ากำไรปตท.เติบโต 5% ใน 2 ช่วงปีข้างหน้า แม้บริษัทปรับลดวงเงินลงทุน 5 ปี (2557-2561) 11% จากแผนเดิม เหลือ 3.26 แสนล้าน

บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า บริษัท ปตท. (PTT) แจ้งแผนการลงทุน 5 ปี (2557-2561) ด้วยวงเงินรวม 3.26 แสนล้านบาท งบลงทุนส่วนใหญ่ประมาณ 42% เน้นการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เงินลงทุนในบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% และธุรกิจน้ำมันมีสัดส่วนที่ 38% และ 17% ตามลำดับ นอกจากนี้ปตท.และบริษัทในเครือในกลุ่มอนุมัติการบริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้นในรูปของการกู้ยืมเงินระหว่างกัน หรือไอซีบีแอล (ICBL)

ทั้งนี้พบว่าแผนการลงทุน 5 ปีของปตท.ลดลงประมาณ 11% จากแผนที่ประกาศไว้สำหรับปี 2556-2560 พร้อมกลับมามุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจก๊าซฯ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในสัดส่วนสูงสุดที่ 42% เพิ่มจาก 30% ในแผนฉบับเดิม โดยคาดว่าการลงทุนหลักในธุรกิจก๊าซฯเป็นการลงทุนในโครงการเพิ่มความสามารถรองรับการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จาก 5 ล้านตันเป็น 10 ล้านตัน

ส่วนการลงทุนในธุรกิจน้ำมันเพิ่มเป็น 17% จาก 14% ในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนขยายคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงมาก รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นันออยล์) ที่มีส่วนช่วยสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจน้ำมันของปตท. ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ส่วนการลงทุนในบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% เพื่อขยายธุรกิจพลังงานในต่างประเทศ ลดสัดส่วนลงเป็นครั้งแรก หลังปตท. ให้น้ำหนักการลงทุนในส่วนนี้สูงสุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนถึง 53% ในแผนปีที่ผ่านมา

"การประกาศแผนลงทุน 5 ปี และความร่วมมือของบริษัทกลุ่มในการบริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้นในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อมุมมองและประมาณการของปตท. และบริษัทในกลุ่ม โดยยังคงแนะนำ ซื้อ"

ด้านบล.เคที ซีมิโก้ วิเคราะห์ว่า แม้คาดแนวโน้มกำไรสุทธิของปตท.จะเติบโตแข็งแกร่งในอัตราเฉลี่ย 5% ต่อปี ในช่วงปี 2557-2558 หนุนโดยธุรกิจก๊าซฯ ที่แข็งแกร่ง แต่คาดมูลค่าหุ้นบริษัทจะยังถูกกดดันจาก การรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) จากการอุดหนุนราคา และจากค่าสูญเสียโอกาสจากปริมาณการขายแอลพีจี ในประเทศ

รวมทั้งความไม่ชัดเจนของนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงาน ท่ามกลางภาวะการเมืองที่ยังอยู่ในช่วงสุญญากาศ คาดการอุดหนุนราคาพลังงานจะต้องมีการยกเลิกไปในที่สุด หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีปลายปี 2558 และจากมูลค่าหุ้นที่ยังถูก จึงยังคงแนะนำ ซื้อ สำหรับการลงทุนระยะยาว

สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี ที่ลดลงจากแผนเดิมประมาณ 11% เชื่อว่า ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิอยู่ที่ 0.41 เท่า ในปี 2557 และ 0.33 เท่า ในปี 2558 ต่ำกว่านโยบายบริษัทที่ 1 เท่า ทำให้บริษัทมีขีดความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้อีกมาก ประกอบกับประมาณการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ที่อยู่ประมาณ 1.9-2 แสนล้านบาทต่อปี จะรองรับแผนค่าใช้จ่ายเงินลงทุนในช่วงปีดังกล่าวได้