ส่องรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ส่องรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ส่องรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ "ดี-เด่น-ดัง"เหลือน้อย "เบอร์ใหญ่"เว้นวรรค

สถานการณ์อันสับสนอลหม่านและความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 ตั้งแต่กระบวนการรับสมัคร ยังคงมีอยู่ต่อไป แม้จะมีพรรคการเมือง 9 พรรคส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อถึงมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว ขณะที่อีก 25 พรรคต้องไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ที่ สน.ดินแดง ว่าไปถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. แต่เข้าไม่ได้เพราะเจอม็อบขวางก็ตาม

เพราะจนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่สามารถจัดให้มีการจับสลากหมายเลขพรรคการเมืองที่ถือว่ายื่นใบสมัครพร้อมกันได้ (ก่อน 08.30 น.ถือว่าไปถึงสถานที่สมัครก่อนเวลาทั้งหมด) ทั้งๆ ที่หมายเลขดังกล่าวจะเป็น "หมายเลขพรรค" ที่จะใช้ในการหาเสียง ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตก็จะได้ใช้หมายเลขนี้พ่วงในการหาเสียงด้วยเช่นกัน

การเมืองไทยสิบกว่าปีที่ผ่านมา ถึงการเลือกตั้งจะมีสีสันมากมาย แต่สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เมื่อปี 2544คือ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะเสมือนหนึ่งเป็นหน้าตาของพรรคการเมืองนั้นๆ ว่า บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงประเภท "ดี-เด่น-ดัง" ของสังคมไทยสนใจไปทำงานการเมืองด้วย และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ ของแต่ละพรรค ก็คือว่าที่นายกฯและรัฐมนตรีหากพรรคการเมืองนั้นชนะเลือกตั้ง หรือได้เป็นรัฐบาล

คะแนนจากการเลือกตั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ กลายเป็นคะแนนของพรรคการเมืองที่วัดกันว่าพรรคไหนที่ครองใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศมากกว่ากัน!

ทว่าบรรยากาศการเมืองวันนี้ ยังไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่าวันที่ 2 ก.พ.57 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ หรือหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นจะตั้งรัฐบาลใหม่ได้หรือเปล่า และในวันที่สภาหินอ่อนไร้เงาพรรคประชาธิปัตย์ จะมีบรรยากาศเช่นไร คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะเดินไปสู่จุดหมายได้หรือไม่ รัฐบาลของนายกฯหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะประคองตัวแก้เกมวันต่อวันอย่างไร

ความไม่ชัดเจนเหล่านี้กลายเป็นเหตุปัจจัยให้พรรคการเมืองประสบกับความยากลำบากในการทาบทามบุคคลประเภท "ดี-เด่น-ดัง" มาลงสนามเลือกตั้ง

สังเกตได้ว่าพรรคที่เปิดตัวผู้สมัครในบัญชีรายชื่อไปแล้ว เรียกเสียงฮือฮาได้น้อยมาก!

เริ่มจากพรรคเพื่อไทย แม้จะโชว์ความพร้อมสุดๆ เพราะไปยื่นใบสมัครตั้งแต่ตี 3 ซ้ำยังเปิด 125 รายชื่อออกมาก่อน แต่น่าพินิจว่าบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยคราวนี้แทบไม่มีชื่ออดีตนายทหารและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเป็นจุดขายเลย แต่กลับพบชื่อของสมาชิกบ้านเลขที่ 111-109 นักกฎหมาย นักวิชาการ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียงหน้าเข้ายึดบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ ในกลุ่มที่ได้เป็น ส.ส.ค่อนข้างแน่

ที่สำคัญการแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้มีการประเมินกันว่าบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย อาจได้เป็น ส.ส.กันถึงลำดับ 80-100 เลยทีเดียว

การไม่มีชื่อทหาร-ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จะมองว่าไม่สำคัญก็อาจมองได้ เพราะแกนนำพรรคเพื่อไทยมองภารกิจเฉพาะหน้าว่าสำคัญกว่า แต่แท้จริงแล้วจุดอ่อนของพรรคการเมืองพรรคนี้ คือ ขาดตัวเชื่อมที่ดีกับกองทัพ และขาดตัวประสานกับชนชั้นนำบางกลุ่มในสังคมไทยด้วย โดยสองแฟคเตอร์นี้ก็คือ "ตัวแปรหลังฉาก" ที่ยังทรงอิทธิพลอย่างมากในการเมืองไทย

มีข่าวมาก่อนหน้านี้ไม่นานว่า กลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 (เพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ) ซึ่งเคยเป็นขุมกำลังหลักด้านความมั่นคงของพรรคเพื่อไทยนั้น ได้ถอนสมอจากวอร์รูมของพรรคเกือบหมดแล้ว งานความมั่นคงและตัวเชื่อมกับกองทัพจึงยังเป็นจุดบอดของพรรคเพื่อไทยต่อไป

ขณะที่บางฝ่ายมองว่า การจัดบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยคราวนี้ เพื่อเอาใจใครบางคนหรือบางกลุ่มเป็นการเฉพาะ และเป็นแรงบีบปฏิเสธยาก ขณะเดียวกันผู้ที่มีความเหมาะสมบางรายกลับไม่มีชื่อในบัญชี อาจเป็นเพราะกลัวเปลืองตัวกับความวุ่นวายทางการเมืองช่วงนี้ จึงขอซุ่มไปอยู่ในบัญชีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทนน่าจะดีกว่า

แม้แกนนำพรรคเพื่อไทยจะอ้างว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดแล้วในยามนี้ แต่เอาเข้าจริงจะแก้สถานการณ์ในอนาคตได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าติดตาม...

ส่วนพรรคอื่นๆ เช่น พรรคชาติพัฒนา สร้างความฮือฮาสุดๆ เมื่อปรากฏชื่อ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ. อยู่ในลำดับที่ 1 ของบัญชีพรรค คาดว่าน่าจะหวังกวาดคะแนนในภาคอีสานเป็นหลัก เพราะ พล.อ.ธวัชชัย เป็นอดีตนายทหารที่กว้างขวางมากในดินแดนที่ราบสูง รวมทั้ง จ.นครราชสีมา

ขณะที่ นายสุุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตหัวหน้าพรรค ยังไม่ปรากฏชื่อว่าจะลงสมัคร ส.ส.คราวนี้่หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นเพราะความเชี่ยวในเกมการเมือง จึงเป็นเหตุให้นายสุวัจน์อ่านนัยบางอย่าง หรือถอดรหัสสถานการณ์ได้ จึงต้องสงวนท่าทีในการลงสนามเลือกตั้งเอาไว้ก่อน และหากมองย้อนประวัติของพรรคชาติพัฒนาจะพบว่าพรรคการเมืองนี้สามารถร่วมได้กับทุกขั้วการเมือง เคยได้รับฉายา "พรรคจอมเสียบ" มาแล้ว

ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา หรือพรรคชาติไทยเดิม นำทีมโดย นายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งมีข่าวมาตลอดว่าพร้อมลงสนามและทุ่มสุดตัวหลังโดนดองเค็มมา 5 ปี โดยมังกรเมืองสุพรรณฯจะลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เป็นครั้งเเรก หลังจากที่เป็น ส.ส.เขตมายาวนาน ทั้งยังอาสาเป็นแกนนำในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งตนเองเคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อครั้งที่เป็นนายกฯก่อนปี 2540

พรรคภูมิใจไทย นำทัพโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมี นายเนวิน ชิดชอบ กำกับบทอยู่เบื้องหลัง ล่าสุดแย้มรายชื่อผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์มาแล้ว5-6 ชื่อ ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดกันทั้งสิ้น และมีนายทุนมาร่วมงานด้วย 1 คน

พรรคพลังชลของ นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น่าจะสดใสในสนามเลือกตั้งชลบุรีและภาคตะวันออกบางส่วน

สำหรับพรรคเล็กๆ ที่พอจะมีบทบาทบ้าง เช่น พรรครักษ์สันติ ของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคมาตุภูมิที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และพรรครักประเทศไทยของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ที่น่าจับตาคือบรรดามือเก๋าที่ขอเว้นวรรค เช่น นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เป็นต้น น่าคิดว่ามีอะไรลึกๆ หรือไม่ ทั้งเขาและเธอจึงไม่ยอมร่วมสังฆกรรมการเมืองรอบปัจจุบัน

ส่องรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ "ดี-เด่น-ดัง"เหลือน้อย "เบอร์ใหญ่"เว้นวรรค