ตามรอย 'ภาวะผู้นำ'

ตามรอย 'ภาวะผู้นำ'

ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แนะนำเทคนิคกระตุ้นภาวะผู้นำในตัวบุคคลออกมาได้

เมื่อมีการกล่าวถึงผู้นำแล้ว สิ่งสำคัญที่จะกล่าวถึงคือ ภาวะผู้นำ (Leadership) หรือความเป็นผู้นำเพราะความจริงแล้ว ภาวะผู้นำมีอยู่ภายในตัวเราทุกคน หากมีการเรียนรู้ ฝึกหัด และอบรมอย่างสม่ำเสมอก็ไม่ยากที่จะกระตุ้นภาวะผู้นำในตัวบุคคลออกมาได้

ณัฐวุฒิ เกียรติไชยากร Team Leader of Targeted Solutions ของ APMGroup บอกว่าปัจจุบัน ประเทศไทยขาดผู้นำที่ดี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้นำประเทศ แต่หมายถึง "ภาวะผู้นำ" ในตัวคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนขององค์กร ภาวะการขาดภาวะผู้นำตรงนี้ ทำให้คิดไม่ไกล คิดไม่รอบ คิดไม่แตก และคุณภาพ การจัดการปัญหาที่เข้ามาหลายๆครั้ง มักจะแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

"ขณะที่พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปกล่าวคือมีการแสดงความเป็นตัวตนของตนเองมากขึ้น แต่เราไม่ได้มีวิธีการจัดการหรือบริหารอย่างเป็นรูปธรรมและนำมาสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข หนึ่งในภาวะผู้นำของคนไทยที่ขาดคือ ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนได้อย่างเป็นระบบ"

หนุ่มนักบริหาร กล่าวว่า แนวโน้มความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆอยู่ใกล้คนไทยชัดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ การเงิน เนื่องจากการคิดอย่างเป็นระบบถือเป็นกลไกลสำคัญ ที่จะมารับมือกับการบริหารจัดการความเสี่ยงหรือภัยคุกคามต่างๆได้เพราะจะทำให้การคิดครอบคลุมรอบด้าน มองเห็นภาพในอนาคต

"สิ่งที่ผมยึดเป็นหลักการและนำมาใช้กับการดำเนินชีวิตตนเองเสมอก็คือ การทำอะไรสักอย่างจะต้องมองภาพปลายทางนั้นให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ลงมือทำวันนี้ภาพปลายทางมันคืออะไร ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้เรารู้ตัวว่า ทำไปเพื่ออะไร และทำให้คนรอบข้างรู้ถึงจุดหมายปลายทางร่วมกัน"

หากระหว่างเส้นทางเดินประสบปัญหา ณัฐวุฒิ แนะนำว่า อย่าจมอยู่กับปัญหา เพราะบางครั้งเราต้องพยายามคลายปมเล็กๆน้อยๆเพื่อเดินหน้าต่อไปข้างหน้า เนื่องจากในชีวิตจริงคนเราต้องเดินไปข้างหน้า

"ไม่ใช่"รอให้ภาพทุกอย่างชัดค่อยเดินเท่านั้น เพราะบางครั้งคนเราต้องตัดสินใจไปค้นหาทางเดินข้างหน้าเหมือนกันด้วยข้อจำกัดเรื่องของ เวลาและทรัพย์กรที่มีอยู่ต้องใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด

ลงลึกระดับครัวเรือน

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับการสร้างภาวะความเป็นผู้นำให้กับเด็ก พ่อแม่ ควรสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับลูก เพราะบางครั้งเด็กจะขาดความมั่นใจในการตัดสินใจ หรือคิดอะไรบ้างอย่าง ซึ่งการฝึกตรงนี้ถือเป็นการฝึกภาวะผู้นำในระดับครัวเรือน

"จากเดิมที่พ่อแม่มักจะใช้วิธี เข้าไปจัดการทุกอย่างให้ลูก โดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้คิดหรือทำอะไรด้วยตนเอง ก็เปลี่ยนไปวิธีง่ายๆคือเปลี่ยนจากการบอกให้ลูกทำอะไรเป็นการถามว่าลูกอยากจะให้ทำอะไร คือเป็นการให้ลูกฝึกพัฒนาสมองและคิดเอง"

รูปแบบการฝึกในลักษณะนี้ เริ่มต้นจากเปลี่ยนจากการสั่ง เป็นการถาม ถือเป็นพื้นฐานในการสร้างผู้นำ ซึ่งกลไกนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาวะผู้นำในผู้ใหญ่โดยการแนะนำให้ผู้นำใช้วิธีการถามแทนการสั่งการ เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพราะพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

"การออกคำสั่งให้ทำโน่นทำนี่ดูจะไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในการดึงศักยภาพตนเองเอามาใช้งาน ถ้าเราปล่อยให้เขาทำงานให้ในสไตล์เขา ผลงานที่ออกมาก็จะสมบูรณ์แบบกว่าการออกคำสั่ง"

นอกจากนี้ การสร้างภาวะผู้นำในเด็กปัจจุบันต้องเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่เน้นการพัฒนาศักยภาพตนเอง ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพในการทำงานเป็นกลุ่มเพราะ ผู้นำคนเดียวทำงานไม่ได้

ดังนั้นผู้นำทุกวันนี้จะต้องมีทักษะในการบูรณาการทุกอย่างเพื่อสร้างกลไกในการสร้างความร่วมไม้ร่วมมือทำงานร่วมกัน

ถึงแม้บางครั้งอาจจะไม่มีอำนาจในการสั่งใคร แต่มีอำนาจในการพูดคุยร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากสภาพของปัญหาต่างๆมีความซับซ้อนมากขึ้น การสั่งการแบบเด็ดขาดจึงไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ผิดกับการใช้วิธีร่วมมือกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำในอนาคตต้องปฏิบัติ

นั่นหมายความว่า พ่อแม่ควรจะสร้างศักยภาพของลูกด้วยการผลักดันให้มีการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ถ้าใครชอบส่งลูกไปเรียนพิเศษ เช่น ดนตรี ควรสนับสนุนให้เรียนรู้ เล่นดนตรีเป็นวงเพื่อให้รู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกันกับเพื่อนๆ

" พ่อแม่ต้องปรับแนวคิดในการสอนให้ลูก จากเดิมที่เน้นพัฒนาศักยภาพให้เก่งกว่าคนอื่นเปลี่ยนเป็นการพัฒนาศักยภาพลูกให้สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้พร้อมกับการสร้างศักยภาพของตนเองได้ด้วยหลักการคือเอาความเก่งของตนเองไปพัฒนาให้กับส่วนรวมด้วย"

เริ่มต้นพัฒนาคุณลักษณะข้างต้นให้แก่ลูกของคุณ เพื่อสร้างภาวะผู้นำ ให้เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะผู้นำเต็มตัวในอนาคต