คุณภาพชีวิต-สังคม

คนดังฮิตลงคอร์สธุรกิจที่ฮาวาร์ด

ถึงแม้ว่าจะมีรายได้มหาศาลอยู่แล้ว แต่นักแสดงระดับโลกอย่าง เคที โฮล์มส แชนนิง เททัมส์ หรือนักบอลระดับโลกอย่าง เจอร์ราร์ด ปิเก้ ก็ยังไปลงเรียนคอร์สธุรกิจที่ฮาวาร์ด เพื่อต่อยอดความดังของตน

เล่นเอาเพื่อนร่วมคลาสพากันตกใจไปตาม ๆ กันที่จู่ ๆ ก็มีคนดังระดับโลกเดินเข้ามานั่งเรียนกับพวกเขาด้วย

 

นี่ไม่ใช่การถ่ายทำรายการทีวี หรือโฆษณาอะไรทั้งสิ้น แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในคอร์สบริหารธุรกิจของ Harvard Business School เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยบรรดาเซเล็บที่มาลงเรียนก็มีตั้งแต่นักแสดงดังอย่าง เคที่ โฮล์มส์ นักฟุตบอลคนดังจากทีมบาร์เซโลนา เจอร์ราร์ด ปีเก้ และนักรักบี้ชาวไอริช เจมี ฮีสลิพ

 

DBOg7etUAAAZypq

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักแสดงชื่อดังอย่าง แชนนิง เททัม และแรปเปอร์ แอลแอล คูล เจ ก็เคยเป็นศิษย์เก่าของคอร์สนี้เช่นกัน

 

CkSLEhrUYAAU84o

 

“คนที่มาลงเรียนส่วนใหญ่อยากรู้ว่าจะทำเงินจากแบรนด์ของตัวเองได้ยังไง หรือไม่ก็อยากหาอาชีพเสริมจากที่มีอยู่” ศาสตราจารย์แอนิตา อัลเบิร์ตส ผู้ดูแลคอร์สนี้กล่าว

 

ไร้สิทธิพิเศษ

ปรกติแล้วคนดังต่าง ๆ จะเคยชินกับการได้รับอภิสิทธิ์มาโดยตลอด แต่คุณจะไม่ได้รับสิทธิ์นั้นที่นี่ แถมระหว่างที่ลงเรียนคอร์ส 4 วันนี้ เหล่าคนดังยังต้องกินอาหารร่วมกับเพื่อนร่วมชั้น แถมยังต้องพักอยู่ที่หอพักนักศึกษาร่วมกันด้วย โดยเวลาที่มีคนดังมาลงเรียน ศาสตราจารย์แอนิตาก็จะโทรศัพท์ไปแจ้งพวกเขาว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

Wade_Anita_Marshall

“จนถึงขณะนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมกับคลาสเยอะมาก ฉันยังไม่เคยผิดหวังเลย” ศาสตราจารย์แอนิตาบอก แถมยังเสริมด้วยว่าเวลาที่พวกคนดังพูดอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลออกไป ตัวอาจารย์หรือคนอื่นในคลาสก็จะคอยบอกว่าผิด ซึ่งนี่อาจจะเป็นสิ่งใหม่ และทำให้พวกเขารู้สึกสนุกกับคลาส เพราะปรกติแล้วคนดังพวกนี้จะมีแต่คนพะเน้าพะนอตามใจมาตลอด ไม่ค่อยมีคนกล้าขัดอะไร

 

เรียนเพื่อรู้

เหตุผลที่คนดังจากวงการกีฬา และวงการบันเทิงมาลงเรียนคอร์สนี้ก็เพื่อหาทางทำเงินจากแบรนด์ของซูเปอร์สตาร์ที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ศาสตราจารย์เอลเบิร์สเรียกว่า Blockbusters

การสร้างธุรกิจด้วยสินค้าบล็อกบัสเตอร์นี้เป็นวิธีการที่ชัวร์ที่สุดในการประสบความสำเร็จในระยะยาว อย่างทีมบาร์เซโลนากับเรียลมาริดที่ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของกีฬา และโฆษณามากขึ้นก็เนื่องมาจากการทุ่มงบกับดาราดังไม่กี่คนอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และเนย์มาร์ จูเนียร์

ปัจจุบัน โซเชียลมีเดียทำให้คนเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ง่ายขึ้น แล้วในขณะเดียวกัน เหล่าคนดังก็เข้าถึงแฟน ๆ ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่านนายหน้าอีกแล้วพวกเขาก็เลยมาเรียนวิธีที่จะขายตัวเองกันนั่นเอง

อย่าง เจมี ฮีสลิพ ที่บอกว่ากีฬารักบี้ซึ่งเล่นกันเป็นอาชีพมาได้แค่ 20 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกีฬาอื่น เขาก็เลยมาเรียนรู้ว่ากีฬาอื่น ๆ ขายตัวเองในฐานะ “ผลิตภัณฑ์ด้านความบันเทิง” กันยังไง ซึ่งเขาก็ได้มีการพูดคุยที่น่าสนใจกับนักบาสเกตบอลอย่าง ซี.เจ. แมคคอลลัม ถึงแง่มุมทางธุรกิจที่แตกต่างระหว่างกีฬารักบี้กับบาสเกตบอลเอ็นบีเอีเอ

คอร์สนี้สอนโดยเอา cast study ต่าง ๆ มาถกกันโดยนักเรียนจะได้ดูตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวล่าสุด 10 เคสในวงการกีฬา บันเทิงและดนตรี อาทิ เรื่องที่บียอนเซ่เสี่ยงออกอัลบั้มในปี 2556 โดยไม่ได้ทำแผนการตลาดหรือโปรโมทก่อนเลย หรือเรื่องที่บริษัทโปรดักชั่นตัดสินใจขายซีรีส์เรื่อง House of Cards ให้กับทาง Netflix แทนที่จะขายให้กับช่องทีวีปรกติในปี 2554

นักเรียนจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อถกเคสตัวอย่างนี้แล้วออกมาพรีเซนต์ให้ทั้งชั้นได้ฟังว่าพวกเขาคิดยังไง

“ฉันจะตั้งคำถามให้พวกเขาไปหาคำตอบมา แต่ฉันก็จะให้โมเดลไปเป็นกรอบในการคิดและสนทนาด้วย” ศาสตราจารย์แอนิตากล่าว

5751d71c130000fb073838b1

 

Cj-oCRDVEAAP48B

ด้านเจมี ฮีสลิพ ซึ่งจบปริญญาตรีด้าน medical engineering แล้วก็จบปริญญาโทด้านธุรกิจ บอกว่า วิธีการเรียนแบบศึกษา case study นี้ต่างจากที่เขาเคยเรียนมาแล้วก็เป็นวิธีที่เฉียบแหลมมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะปูมหลังของเพื่อนร่วมชั้นซึ่งมีทั้งผู้บริหารระดับสูงของสถานีโทรทัศน์หรือสตูดิโอต่าง ๆ รวมกับคนในวงการกีฬา และบันเทิง ก็เลยทำให้เขาได้รับมุมมองใหม่ ๆ จากคนเหล่านี้

 

pique-harvard

 

primary_AnitaElberse_Teaching

 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าเรียน คอร์สนี้มีราคา 10,000 ดอลลาร์ (กว่า 320,000 บาท) และไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาอะไรเลยก็ลงเรียนได้

 แม้ดูเหมือนว่าจะแพง แต่นอกจากจะได้ความรู้แล้วก็ยังสามารถเสริมโปรไฟล์ของตัวเองให้น่าดูยิ่งขึ้นด้วยการบอกว่าลงเรียนคอร์สบริหารธุรกิจของฮาร์วาร์ดมาแล้วได้อีกด้วย