คุณภาพชีวิต-สังคม

เดินป่าอ่างกา ป่าโบราณ ณ ดอยสูงสุดของไทย

ดั้นด้นไปเดินป่าไกลๆ แต่กลับไม่รู้ว่า ณ จุดสูงสุดของไทย มีป่าโบราณงดงามล้ำค่า ที่เพียงได้เดินระยะสั้นก็รับพลังงานบริสุทธิ์เข้าไปเต็มเปี่ยม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา

ดอยอินทนนท์ ดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูง 2,565 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แต่เดิมคนในพื้นที่เรียกชื่อดอยหลวง ซึ่งแปลว่าดอยใหญ่ หรือดอยอ่างกา ซึ่งห่างจากจุดที่เป็นยอดดอยอินทนนท์ไปเล็กน้อย ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็นดอยอินทนนท์ ตามการเป็นที่ประดิษฐานกู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ซึ่งบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงองค์ที่ 7 ของเมืองเชียงใหม่ พระราชบิดาของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

P9070406

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกานี้จะเริ่มจากบริเวณกู่หรือสถูปพระเจ้าอินทวิชยานนท์ก่อน ให้เราเข้าไปสักการะขอพรได้ ฉับพลันที่เดินคล้อยหลังจากสถูปแล้วก็เข้าสู่บรรยากาศป่าที่มีไม้ยืนต้นเหยียดตัวสูงเสียด บริเวณนี้ไม่ใช่ป่าทึบ แต่ครึ้มและเขียวขจีไปหมดด้วยร่มเงาที่แผ่กว้าง ไม้พุ่มคลุมดินแน่นหนา บรรดามอสและเฟิร์นขึ้นเคลือบเกือบทุกอณูผิวไม้ อีกทั้งไอหมอกที่ลอยล่องท่ามกลางฝนพรมพร่างไม่ขาดสาย ภาพตรงหน้าเหมือนกับอยู่ในดินแดนลี้ลับในนิทาน หากไม่หันไปเห็นเสื้อกันหนาวสีสดของเพื่อร่วมทริปเสียก่อน

P9070420

เดินทะลุต่อเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างการะยะทาง 340 เมตร ซึ่งเดินเป็นวงกลับมาจุดเดิม ป่าโบราณที่ถูกอนุรักษ์ไว้มาเนิ่นนาน และไม่เคยต้องมลภาวะด้วยความที่อยู่สูงและเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ จึงมีความบอบบางที่ต้องรักษาสภาพไว้ให้คงเดิมมากที่สุด นักท่องเที่ยวควรเข้าชมแต่ตา ไม่นำอาหารเครื่องดื่มเข้าไปในบริเวณนั้น ไม่ทิ้งขยะ ไม่หยิบ ไม่เด็ด ไม่เอาอะไรเข้าไปทิ้ง และไม่นำอะไรออกมา ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติเท่านั้น แต่ทั้งดอยอินทนนท์ และพื้นที่อ่างกานี้ถือเป็นต้นน้ำระดับ A1 คือต้นสายแรกแห่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงประเทศเลยทีเดียว

P9070422

พื้นที่อ่างกากินบริเวณราว 100 ไร่ สามารถดูดซึมซับน้ำไว้ให้มวลชนพื้นราบได้มีน้ำใช้ตลอดปี จึงเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของไทย น้ำจากยอดดอยไหลลงรวมกันเป็นสายน้ำปิง ต้นแม่น้ำสายหลักที่ไหลรวมกับสายน้ำต่างๆลงมาถึงเจ้าพระยา การดูแลรักษาพื้นที่ยอดดอยจึงสำคัญยิ่ง

ธรรมชาติที่ไม่มีใครเหมือน

บริเวณอ่างกาเป็นป่าพรุแห่งเดียวในประเทศไทยในที่สูงและอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ป่าโบราณซึ่งมีซากพืชซากสัตว์เกิดขึ้นแตกดับทับถมกันจนเป็นอินทรียสารชุ่มชื้นดุจฟองน้ำ ป่าในเส้นทางที่เปิดให้เดินนี้มีลักษณะเป็นป่าดิบชื้น เรียกสายฝนให้ตกได้ตลอดปี ทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ยกตัวขึ้นจากผืนป่า เพื่อให้มนุษย์รบกวนป่าน้อยที่สุด ต้นไม้ใหญ่หนาแน่นบริเวณนี้ มีป้ายบอกชื่อและคุณลักษณะที่ทำให้เราเห็นระบบนิเวศของป่า ทั้งสะท้อนลักษณะภูมิประเทศ การพึ่งพา การซ่อมแซมตัวเองหมุนเวียนเกื้อกูลกันระหว่างไม้ใหญ่น้อย สัตว์ป่า และแมลง ที่ช่วยให้ชีวิตในป่าดำเนินไปอย่างสมบูรณ์

P9070435

ข้าวตอกฤาษีขึ้นเหมือนพรมอยู่โคนต้นไม้

เราได้พบพืชที่ขึ้นเฉพาะบริเวณนี้ เช่น กุหลาบพันปี ที่ปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง หรือข้าวตอกฤาษี พืชคลุมดินขึ้นเป็นช่อสั้นๆ ฟูฟ่องอัดแน่นแผ่เป็นพรมเขียว ข้าวตอกฤาษีเป็นพืชที่ขึ้นเฉพาะในพื้นที่ความสูงมากกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีความเย็นเหมาะสมเท่านั้น ซากของข้าวตอกฤาษีก็เป็นหนึ่งในอินทรียวัตถุชุ่มน้ำที่ช่วยดูดซับน้ำฝนลงสู่ผิวดิน อุ้มน้ำให้ยอดดอยส่งต่อสายน้ำไปยังเบื้องล่างได้

P9070444

นอกจากความเขียวขจี ที่นี่ยังมีนกหลายร้อยสายพันธุ์ รวมทั้งนกที่อพยพมาจากเทือกเขาหิมาลัย เพราะดอยอินทนนท์ถือเป็นตอนปลายของเทือกเขาหิมาลัยที่ทอดตัวยาวมาจนถึงที่นี่ จึงเป็นสวรรค์อีกแห่งของนักดูนก เราได้ยินเสียงนกตลอดทาง แต่สายตาไม่ไวพอที่จะจับทิศได้ทัน ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่อุทยานมาชี้ชวนให้ชม

P9070453

อากาศเบาบางบนความสูงอาจทำให้คนไม่เคยชินรู้สึกเหนื่อยแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แนะนำให้ค่อยๆ เดินชมความงาม ละเลียดสายตาไปกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า แล้วเก็บกลับไปแต่ความประทับใจ และพลังบริสุทธิ์จากป่าเก่าแก่แห่งนี้