UBA ไอพีโอธุรกิจบำบัดน้ำเสีย ขายหุ้นเพิ่มศักยภาพรับงานใหญ่

UBA ไอพีโอธุรกิจบำบัดน้ำเสีย  ขายหุ้นเพิ่มศักยภาพรับงานใหญ่

หุ้นนเตรียมรับแรงหนุนนโยบายรัฐมีแผนต้องการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียและอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่ม ! บ่งชี้ผ่านของมูลอีก 10-15 ปีข้างหน้า ต้องมีโรงบำบัดน้ำเสียเป็น “3 เท่าตัว” ” รวมทั้งอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเป็น “2.4 เท่าตัว” จากในปัจจุบัน

       โดยประเทศไทยปัจจุบันมีการบำบัดน้ำเสียเพียง 27% จากปริมาณน้ำเสียทั้งหมดหมายความว่า ในอนาคตอุตสาหกรรมนี้ยังเติบโตได้

           สารพัดปัจจัยบวกดังกล่าวกำลังส่งผลดีต่อหุ้นน้องใหม่ บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนสอัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ UBA  ดำเนินธุรกิจในการให้บริการจัดการน้ำ เดินระบบและบำรุงรักษาแบบครบวงจร (IOM) พร้อมการบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ก่อสร้าง และติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า

        เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน จำนวน 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.70 บาท คาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรก (เทรด) ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Mai) 7 ธ.ค. 2565 ถือเป็นไอพีโอตัวแรกในธุรกิจบำบัดน้ำเสียในตลาดหุ้นไทย !

โดยแบ่งการเสนอขายออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย1.เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ตามสัดส่วนการถือหุ้น UBA (Pre-emptive Right) จำนวนไม่เกิน 15.30ล้านหุ้น2.บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSE จำนวนไม่เกิน 10.20ล้านหุ้นและ3.เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 144.50ล้านหุ้น

          “สมชาติ สังหิตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนสอัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ UBAให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นครั้งนี้ !!จะทำให้ “ต้นทุนการเงินที่ต่ำลง”มีฐานะการเงินที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น สะท้อนผ่านใช้เงินในการลงทุนพัฒนาระบบสารสนเทศ (Information System) ใช้ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ รวมทั้งเพื่อซื้อและปรับปรุงเครื่องจักรที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน และชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน "

       และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตรวมถึง“โอกาส”ในการรับงานมากขึ้นและมีขนาดใหญ่ขึ้น ภายใต้“จุดแข็ง”ของ UBA ทั้งความได้เปรียบของการบริหารการจัดการแบบครบวงจร ทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในธุรกิจนี้มา 21 ปี และการครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 1 ของงานระบบบำบัดน้ำเสียตลอดจนมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำของ กรุงเทพมหานคร (กทม.)

“เรามีจุดเด่นเป็นผู้ให้บริการจัดการน้ำเสียเอกชนรายใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ และเป็นบริษัทเอกชนเพียงรายเดียวที่ได้รับให้ดูแลงานอุโมงค์ระบายน้ำให้กับกรุงเทพฯ”

            นายสมชาติ กล่าวอีกว่า ด้วยมูลค่าตลาดใน 3-5 ปีข้างหน้า ที่กรุงเทพฯ มีแผนขยายการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย และอุโมงค์ระบายน้ำอีกมาก โดยคาดมีตัวเลขมูลค่าตลาดสูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาทและจากสถิติในอดีตแล้ว Success Rate ของเราในแต่ละกลุ่มเฉลี่ย ๆ กันไปประมาณ 30-50 %ดังนั้น บริษัทมีศักยภาพการเติบโตกำไรที่มั่นคงผลจากการรับรู้รายได้มูลค่างาน (Backlog)ของงาน IOM รวมถึงยังมีโอกาสจากงานประมูลหนุนรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด

         นอกจากนี้การบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดนํ้าเสียที่เข้มงวดขึ้น จึงคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างน่าสนใจ

          โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการโครงการให้กับกรุงเทพฯ มาต่อเนื่องแล้ว จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีงานอยู่ระหว่างการดำเนินการ (Backlog) ณ ไตรมาส 2 ปี 2565 มูลค่ารวมกว่า 1,616 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ในระยะยาว

          ปัจจุบันนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ 80% เป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งในแผนธุรกิจทำให้จะลดการพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มนี้ และจะขยายไปยังกลุ่มลูกค้าในภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ตรงนี้ โดยกลุ่มลูกค้าเอกชนก็จะมีหลายกลุ่มมากเริ่มตั้งแต่ผู้ประกอบการในโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจโรงแรมและโรงพยาบาลต่าง ๆ พวกนี้จะเป็นกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนที่มีน้ำเสียและก็ต้องใช้น้ำ ก็จะเป็นกลุ่มที่เราต้องขยายเพิ่มขึ้นไป

         ท้ายสุด “สมชาติ”บอกไว้ว่า เราดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับในธุรกิจนี้ ที่ผ่านมา UBA มีการปันผลอย่างต่อเนื่อง ผมคิดว่านอกจากหุ้นปันผลที่ดีแล้ว UBA จะเป็นหุ้นที่เติบโตได้ดีด้วยสะท้อนผ่านความสามารถในการทำกำไรมาโดยตลอด