กลับหน้าแรก
กษัตริย์นักบิน
มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรด้วยพระปรีชาสามารถ อันหลายหลาก โดยเฉพาะด้านอากาศยานและการบิน ซึ่งพระองค์ท่านสนพระราชหฤทัยด้านวิศวกรรมการบินและอากาศยานมาตั้งแต่เมื่อครั้ง ทรงพระเยาว์

ขณะยังดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยทรงพระวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้และ ประสบการณ์อยู่ตลอดเวลาทำให้ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถด้านการบินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติทรงเป็นเจ้าฟ้านักบิน ที่มีความชำนาญ ในการบังคับอากาศยานชนิดต่างๆ ทั้งอากาศยานทหาร และอากาศยานพาณิชย์

พระองค์ทรงเริ่มฝึกการบินที่โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2522 โดยทรงเริ่มฝึกบินเฮลิคอปเตอร์แบบUH-1H และเฮลิคอปเตอร์แบบUH-1Nและหลักสูตรเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ(Gunship)ของกองทัพบก
ต่อมาทรงเข้ารับการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา และทรงฝึกศึกษาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบ F5 E/F และทรงเข้ารับการฝึกบินในหลักสูตรการบินรบชั้นสูง (Advance Fighter Course) กับเครื่อง F5D/Fจนสำเร็จตามหลักสูตรโดยพระองค์ท่าน ทรงมีชั่วโมงบินทุกประเภทรวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 ชั่วโมง

นอกจากนั้น ทรงศึกษาการฝึกบินแบบใหม่เพิ่มเติมสม่ำเสมอ โดยทรงเข้ารับการฝึกบินกับเครื่องบินใบพัดแบบมาร์คเคตตี้ของฝูงขั้นปลาย ณ โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ และทรงฝึกบินกับเครื่องบินไอพ่นแบบ T37 และ T33 และจบหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูงกับ เครื่องบินขับไล่แบบ F5 E/F ของกองบิน 1 ฝูงบิน 102 รวมชั่วโมงบินกว่า 200ชั่วโมง

ทรงเป็น‘เจ้าฟ้านักบินขับไล่ไอพ่น’พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรีที่ทำการบินกับเครื่องบินกองทัพอากาศเกือบทุกรูปแบบ

หลังสำเร็จการศึกษาแล้วได้ทรงนำความรู้มาจัดทำหลักสูตรการฝึกบินและทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินให้นักบินเครื่องบินขับไล่แบบ‘18ข’(F-5E) หน่วยบินเดโชชัย3และนักบินของกองทัพอากาศโดยพระองค์ท่านตั้งพระราชหฤทัยอย่างแน่วแน่ว่า จะทรงถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เกิด ประโยชน์ต่อกองทัพอากาศและประเทศชาติมากที่สุด
ด้วยพระปรีชาของพระองค์ท่าน จึงมีพระราชวินิจฉัยว่า วิทยาการด้านการบินของเครื่องบินพาณิชย์เป็นเรื่องน่าสนใจน่าเรียนรู้ ประกอบกับตามวาระ ของนักบินกองทัพอากาศ เมื่อนักบินขับไล่มีความอาวุโสถึงระดับเป็นผู้บังคับบัญชา จะต้องปรับจากนักบินขับไล่มาเป็นนักบินส่วนกลาง

นอกจากนี้พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยในพื้นที่ต่างๆทั่วพระราชอาณาจักรเป็นพระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องมายาวนาน จึงมีพระราชประสงค์ที่จะรายงานการปรับปรุงฝูงบินพระที่นั่ง ซึ่งกองทัพอากาศถวายงานอยู่

อนึ่ง เครื่องบินพระที่นั่งลักษณะคล้ายกับเครื่องบินพาณิชย์ โบอิ้ง 737-400 ซึ่งการบินไทยมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัทฯ จัดหลักสูตร การบินถวาย

โดยทรงเข้าศึกษาหลักสูตรการบินพลเรือน โดยทรงศึกษาหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ด้วยพระวิริยอุตสาหะที่ทรงมุ่งมั่น ทรงผ่านการสอบภาควิชาการ ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี ซึ่งบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรมการขนส่งทางอากาศ และสถาบันการบินพลเรือนถวายหลักสูตร

พระองค์ท่านทรงฝึกบินในฐานะนักบินโบอิ้ง 737-400 กับบริษัท การบินไทยฯ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 ทรงผ่านการตรวจสอบจาก กรมขนส่งทางอากาศ และทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก หรือ Certified Aircraft Type B-734

ต่อมาทรงเข้ารับหลักสูตรกัปตันของการบินไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมพ.ศ.2548 จนสำเร็จตามมาตรฐานหลักสูตรการฝึกบินของการบินไทย และ ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งนักบินที่ 1 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549

ด้วยทรงรักการบินเป็นชีวิตจิตใจประกอบกับทรงพระวิริยอุตสาหะเป็นที่ตั้ง ทรงสามารถปฏิบัติการบินได้ครบ3,000ชั่วโมงอยู่ในเกณฑ์ที่จะทรง สามารถเป็นครูผู้ฝึกภาคอากาศของเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ได้ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ดังนั้นกรมการขนส่งทางอากาศจึงได้ออก ใบรับรองในตำแหน่งครูฝึกภาคอากาศและตำแหน่งครูฝึกเครื่องช่วยฝึกบิน (Flight Simulator)สำหรับเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-400

ปัจจุบัน แม้พระองค์ท่านจะมีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่พระองค์ท่านยังทรงสละเวลาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชภารกิจ การบินในตำแหน่งนักบินที่ 1 ของบริษัท การบินไทยฯ อย่างสม่ำเสมอ