วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'

กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งผลักดัน ASP พลิกบทบาทจาก "เกษตรการผลิต" สู่ "เกษตรบริการ" ยกระดับภาคเกษตรไทยสู่โมเดลใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืน

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider: ASP) เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่โมเดล "การเข้าถึงบริการ" ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่มุ่งใช้ทรัพยากรร่วมกันผ่านกลไกแพลตฟอร์มและการจัดการข้อมูล ลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของเกษตรกรรายย่อย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุน เทคโนโลยี และข้อมูล

ข้อมูล ณ ปัจจุบัน มีผู้ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่านระบบฯ จำนวน 2,204 ราย และมีเครื่องจักรกลการเกษตรขึ้นทะเบียนกว่า 3,500 รายการ ครอบคลุมเครื่องมือเตรียมดิน 2,430 รายการ เครื่องปลูก–หยอด 160 รายการ เครื่องดูแลรักษา 450 รายการ เครื่องเก็บเกี่ยว 530 รายการ ระบบบริหารขนส่ง 350 รายการ และบริการอื่นๆ อีก 70 รายการ

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งการขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัย ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันในตลาดโลกที่ต้องการมาตรฐานและความโปร่งใสมากขึ้น แม้มาตรการรัฐในอดีตจะช่วยบรรเทาผลกระทบระยะสั้นได้บางส่วน แต่รูปแบบการผลิตที่พึ่งพาการลงทุนรายบุคคลและการถือครองเครื่องจักรยังสร้างภาระต้นทุนและหนี้สินต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการดำเนินโครงการรายกิจกรรม

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'

การเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร รวมถึงเชิญชวนให้ เกษตรกร เข้าใช้งานผ่านระบบทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร จะทำให้เกิดการลดต้นทุนธุรกรรมจากข้อจำกัดด้านข้อมูลและความไม่แน่นอนของตลาด ซึ่งในอนาคตจะมีการกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลโดยภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงระหว่างผู้ให้บริการกับเกษตรกร การใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบจ่ายตามการใช้งาน ยังช่วยกระจายต้นทุนคงที่ไปยังผู้ใช้หลายราย ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังมีนัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ คนรุ่นใหม่ กลับสู่ถิ่นฐานในฐานะผู้ประกอบการให้บริการเทคโนโลยีการเกษตร เช่น โดรน ระบบน้ำอัจฉริยะ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลฟาร์ม ช่วยกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพารายได้จากผลผลิตขั้นต้นเพียงช่องทางเดียว และกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของระบบในระยะยาว ต้องอาศัยโครงสร้างสถาบันที่เอื้อต่อการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ โดยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลดิน น้ำ อากาศ ทะเบียนเกษตรกร ผู้ให้บริการ และข้อมูลตลาด เข้าสู่แพลตฟอร์มกลางเดียว จะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ และวางรากฐานสู่เกษตรอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

พร้อมกันนี้ การกำหนดมาตรฐานกลางด้านคุณภาพงาน ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และระบบประเมินผลบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับภาพลักษณ์ภาคเกษตรให้ใกล้เคียงอุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่ และรักษาความยั่งยืนของระบบในระยะยาว

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'

ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตรผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน Service Provider บนระบบ Android 2. ผ่านเว็บไซต์ emachine.doae.go.th และ 3. ผ่านเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ

ภาพรวมการเปิดขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเชิงปฏิบัติการ แต่เป็นกลไกปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเกษตรไทย จากการสะสมสินทรัพย์รายบุคคลสู่การใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรไทยในระยะยาว

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก 'เกษตรการผลิต' สู่ 'เกษตรบริการ'