บุคลิกแห่งอนาคต (จบ)

บุคลิกแห่งอนาคต (จบ)

คนที่เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และปรับตัวได้ก่อนใครจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นเสมอ

บุคลิกที่องค์กรในอนาคตต้องการมี 4 ประการหลักที่เกริ่นไว้ในฉบับที่แล้ว คือ ใส่ใจในวัฒนธรรมที่หลากหลาย ใฝ่รู้ทางภาษา ไม่ยึดติดสถานที่แต่ทำงานได้จากทุกประเทศทั่วโลก และปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้เสมอ

ต่อกันใน บุคลิกที่ 5 ต้องมีทักษะในการคิดเชิงตรรกะ ที่ทำให้มองภาพรวมของการบริหารการจัดการได้แบบรอบด้านและมองได้จากมุมมองจากเล็กไปหาใหญ่ หรือย้อนกลับจากใหญ่ไปหาเล็กได้ เหมือนการออกแบบบ้านที่จะมองภาพรวมจากบ้านทั้งหลังก่อนจะเชื่อมโยงมายังห้องต่างๆ

หรือจะมองกลับกันจากห้องของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนแล้วเชื่อมโยงกันเป็นบ้านหลังใหญ่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งการจะคิดและออกแบบเช่นนี้ได้ต้องอาศัยความคิดเชิงตรรกะที่เป็นระบบ ซึ่งในโลกธุรกิจจริงจำเป็นต้องอาศัยมุมมองความคิดเช่นนี้เพื่อตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

บุคลิกที่ 6 คือการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งเราจะเห็นได้จากยุคปัจจุบันที่ค่านิยมในการเรียนสถาบันเก่าแก่ชื่อดังเริ่มลดความสำคัญลงแต่หันไปให้ความสนใจในความรู้เฉพาะด้านมากกว่า เพราะโลกดิจิทัลเปลี่ยนแปลงทุกอย่างรวดเร็วมาก คนที่เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และปรับตัวได้ก่อนใครจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นเสมอ

ความรู้ทางด้านวิชาการที่ได้มาจากการเรียนในระบบอุดมศึกษา 4 ปีจึงมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เอามาใช้ทำงานได้เลย แต่ส่วนมากแล้วต้องอาศัยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเราเอง ยิ่งถ้าจบการศึกษามานานแล้ว ยิ่งพบว่าความรู้ที่ได้มานั้นล้าสมัยไปเรื่อยๆ จนแทบจะประยุกต์ใช้อะไรไม่ได้แล้ว

บุคลิกที่ 7 ใส่ใจกับเรื่องความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ เพราะนี่คือสิ่งที่คอมพิวเตอร์ไม่อาจทดแทนเราได้ และเด็กรุ่นใหม่ก็ขาดทักษะในเรื่องนี้ไปอย่างน่าใจหาย อาจเป็นเพราะการปฎิสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลักทำให้หลงลืมเรื่องของ Human Touch ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้าง EQ

เพราะในอนาคตแม้ว่ามนุษย์จะมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้นเนื่องจากใช้เทคโนโลยีรอบตัวทั้งเอไอ, โรโบติกส์ และไอโอที แต่ลึกๆ แล้วเรายังต้องการสัมผัสบางอย่างที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้ นั่นก็คือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งต้องอาศัย EQ เป็นองค์ประกอบสำคัญ

บุคลิกที่ 8 สร้างสรรค์นวัตกรรม เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้ทำให้เราเห็นแล้วว่าปริญญาอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะผู้ก่อตั้งธุรกิจระดับโลกทั้งเฟซบุ๊ค แอ๊ปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ ล้วนไม่มีปริญญาใดๆ ติดตัว แต่ทั้งหมดอาศัยนวัตกรรมที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเป็นใบเบิกทางทั้งสิ้น

บุคลิกที่ 9 ไม่เป็นทาสเทคโนโลยี คือเข้าใจอย่างชัดเจนถึงประโยชน์และบทบาทของเทคโนโลยนีแต่ละอย่าง และรู้กลไกการทำงานของมันว่าเป็นอย่างไร รวมถึงเข้าใจว่าอะไรที่เทคโนโลยีทำได้ และอะไรที่เทคโนโลยีทำไม่ได้

การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากเกินไปอาจทำให้เราเป็นทาสของมันโดยไม่รู้ตัว เพราะเรื่องบางเรื่องต้องอาศัยทักษะความคิดเฉพาะทางซึ่งมนุษย์ทำได้ดีกว่าเช่นเรื่องศิลปะ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับการอ่อนไหวทางอารมณ์ การพึ่งเทคโนโลยีอย่างเดียวอาจไม่ส่งผลดีเท่าไรนัก

บุคลิกที่ 10 ต้องรู้จักรับมือกับปัญหาที่หลากหลาย เพราะโลกปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากกว่าในอดีตหลายเท่า แนวทางรับมือกับปัญหาในอดีตจึงใช้ในปัจจุบันไม่ได้ คนรุ่นใหม่จึงต้องทำไปปรับตัวไปพร้อมแก้ปัญหาไปในเวลาเดียวกัน

ปัญหาคือความซับซ้อนมากแบบนี้ทำให้หลายคนไม่กล้าก้าวเดินเพราะกลัวความล้มเหลว ซึ่งนั่นไม่ใช่ทางแก้ปัญหาใดๆ เพราะหากไม่ได้เริ่มลงมือทำเพราะคิดว่ายังไม่พร้อม ก็เท่ากันไม่ได้แสวงหาโอกาสใดๆ เลย ในขณะที่คนอื่นที่ลองถูกลองผิดไปก่อนย่อมปรับตัวได้ก่อนเสมอ

บุคลิกทั้ง 10 ประการนี้ไม่จำกัดว่าต้องสร้างให้กับบุคลากรในองค์กรของเรา แต่กับลูกหลานที่กำลังเติบโตขึ้นก็ล้วนต้องปรับตัวในแนวทางนี้เช่นกัน