คริปโทเคอร์เรนซี : SMEs ควรรู้จัก....(2)

คริปโทเคอร์เรนซี : SMEs ควรรู้จัก....(2)

คริปโทเคอร์เรนซีที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่ บิทคอยน์ เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่เกิดขึ้นเป็นตัวแรกในตลาด ที่ได้รับความนิยมสูงสุด !

คริปโทเคอร์เรนซี เริ่มต้นจากแนวคิด Digital Asset โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain หรือ Distributed Ledger Technology (DLT)ที่มีการกระจายอำนาจ กระจายศูนย์ในการเก็บข้อมูล ทำให้เกิดสื่อกลางการแลกเปลี่ยนโดยไม่มีตัวกลาง (Decentralize) ช่วยให้ผู้ใช้คริปโทเคอร์เรนซีสามารถทำรายการระหว่างกันได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคารกลางหรือธนาคารพาณิชย์ การร่วมกันทำงานระหว่างผู้ใช้งานในเครือข่าย เพื่อช่วยรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่ถูกบันทึกลงในเครือข่ายได้อย่างโปร่งใส ใช้วิทยาการเข้ารหัส Cryptography เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ป้องกันไม่ให้มีการปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูลธุรกรรมที่ได้มีการทำธุรกรรมหรือบันทึกไว้แล้ว

คริปโทเคอร์เรนซีที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่ บิทคอยน์ (Biitcoin:BTC) เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่เกิดขึ้นเป็นตัวแรกในตลาด ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มี market capitalization คิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของคริปโทเคอร์เรนซีทีมีการซื้อขายกันอยู่ในตลาดทั้งหมด ผู้สร้างบิทคอยน์ได้กำหนดจำนวนของบิทคอยน์ในระบบไว้ตั้งแต่แรกที่ 21 ล้านบิทคอยน์ 

ราคาชองบิทคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด การออกแบบบิทคอยน์

กำหนดให้ผู้ร่วมเครือข่ายทุกคนมาร่วมกันรับรองธุรกรรม ทำให้ใช้เวลาในการับรองธุรกรรม ค่อนข้างนานประมาณ 10 นาที ในทางทฤษฎี ถ้ามีจำนวนธุรกรรมหนาแน่นอาจทำให้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ทำให้ไม่สะดวกในการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและการบริการในชีวิตประจำวัน จึงมีการใช้บิทคอยน์ในการลงทุนเพื่อการเก็งกำไร หรือเป็นตัวกลางในการซื้อคริปโทเคอร์เรนซีอื่นมากกว่า ปัจจุบันมี market capitalization มากกว่า 200 พันล้านดอลลาร์ สรอ.

อีเธอร์ (Ether:ETH) เป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มี market capitalization รองจากบิทคอยน์ ประมาณ 15% ของ market capitalization พัฒนาเพื่อใช้บน Ethereum platform มีเป้าหมายเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบเปิดเพื่อให้สาธารณชนทั่วไปทำธุรกรรมระหว่างกันแบบ decentralized ไม่ต้องมีตัวกลาง โดยต่อยอดจากระบบบล็อกเชน มีโปรแกรมสัญญาอัจฉริยะ (Smart contracts) สร้างข้อกำหนด สัญญาทางธุรกิจ หรือทำธุรกรรมที่ซับซ้อนได้โดยอัตโนมัติผู้ระดมทุนนิยมระดมทุนเป็นอีเธอร์เพื่อใช้ ในการสร้างธุรกิจโดยการออกสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เรียกว่า digital token หรือ digital coins เป็นสิ่งตอบแทนให้แก่นักลงทุน รู้จักกันในชื่อ Initial Coin Offering (ICO)ปัจจุบันมี market capitalization มากกว่า 50 พันล้านดอลลาร์ สรอ.

ไลท์คอยน์ (Litecoin:LTC) ถูกพัฒนาบนเทคโนโลยีบล็อกเชนคล้ายบิทคอยน์ โดยให้ความสำคัญในเรื่องความเร็วในการรับรองธุรกรรม ใช้เวลาในการรับรองธุรกรรมเฉลี่ยของแต่ละบล็อกอยู่ที่ 2.5 นาที เร็วกว่าบิทคอยน์ที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าธรรมเนียมในการโอนถูกกว่าปัจจุบันมี market capitalization น้อย ไม่ถึง 10,000 พันล้านดอลลาร์ สรอ.

นอกจากนี้ยังมีคริปโทเคอร์เรนชีที่ออกโดยภาคเอกชนที่ระบุตัวตนผู้ออกชัดเจน โดยมีสินทรัพย์หนุนหลังหรือไม่มีก็ได้ โดยมีศักยภาพเพิ่มประสิทธิภาพของภาคการเงิน ลดค่าใช้จ่ายลดเวลาในการทำธุรกรรม ในระบบการชำระเงิน เช่น J-Coin ที่ออกโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่น

ริปเปิล (Ripple:XRP) ที่ออกโดยบริษัท ริปเปิล ที่มุ่งเน้นให้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงินระหว่างประเทศที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ เน้นการทำงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางเพื่อสร้างความเชื่อถือธุรกิจที่เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี คือผู้ผลิตคริปโทเคอร์เรนซี หรือ Supplier ธุรกิจตัวกลาง หรือ Intermediary ที่เป็นหัวใจสำคัญของ digital currency มีพัฒนาการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการธุรกิจคริปโทเคอร์เรนชีในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้น ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อการเก็งกำไร การใช้เพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการยังน้อย

ตอนต่อไปจะนำเสนอกรณีของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีนโยบายส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจของกลุ่ม tech startups ที่มีศักยภาพ โดยจะมีการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดครับ....