กรมศุลฯเผยยอดนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมพุ่ง46%

กรมศุลฯเผยยอดนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมพุ่ง46%

กรมศุลฯเผยภาพรวมการนำเข้าสินค้าโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าทุน สะท้อนเศรษฐกิจเริ่มฟื้นเอกชนเริ่มลงทุน ขณะที่ ยอดการนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดันยอดเก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 8 เดือนพุ่ง 2.2 พันล้าน ขยายตัว 46% ระบุ แค่เดือนพ.ค.เดือนเดียวขยายตัวถึง 94%

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยว่า ภาพรวมสถิติการนำเข้าสินค้าไทยปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง หลังทั่วโลกมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว จะเห็นได้จากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มมากขึ้น สะท้อนความต้องการลงทุนในประเทศที่ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี สินค้าที่มีจัดเก็บอากรขาเข้าได้มากสุดยังเป็นรถยนต์ แต่ยอดจัดเก็บลดลงประมาณ 16% เนื่องจาก อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ทั่วโลก เผชิญปัญหาขาดแคลนชิป ทำให้ทั่วโลกสามารถผลิตรถยนต์ออกมาได้จำนวนจำกัด จึงส่งผลให้การนำเข้ารถยนต์ของไทยน้อยลงไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มรถหรูบางยี่ห้อไม่มีการนำเข้ามาเลยในปีนี้

ส่วนสินค้าที่มียอดการจัดเก็บอากรขาเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด เป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋า สินค้าแบรนด์เนม โดยในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัวถึง 46% คาดว่า เป็นผลจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวทำให้คนไทยนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาใช้เพิ่มขึ้น

ประกอบกับ ในช่วงที่ผ่านมา มีการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเข้ามา ทำให้ผู้ประกอบการ ร้านค้ามีการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายเพิ่ม นอกจากนี้ กรมศุลฯ ยังมีการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์คร่อมสายพานที่สนามบินทำให้ตรวจสแกนสิ่งของ ป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีได้แม่นยำ

รายงานข่าวจากกรมศุลกากรเผยข้อมูลการนำเข้าสินค้าและการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรช่วง 8 เดือนของปีงบ 65 (เดือนต.ค.64-พ.ค.65) พบมีมูลค่าสินค้านำเข้า 6.54 ล้านล้านบาท เพิ่ม 32%  โดยรถยนต์ยังเป็นสินค้าที่มีการเก็บอากรได้มากสุดที่ 8.581 พันล้านบาท แต่ลดลง 16% รองลงมาเป็นส่วนประกอบยานยนต์ 4.73 พันล้านบาท เพิ่ม 6.9% ยารักษาโรค 3.05 พัน ล้านบาท เพิ่ม 12.9% กระเป๋าและของฟุ่มเฟือย 2.22 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.6% และเครื่องสำอาง 1.68 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1%

ทั้งนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า กลุ่มสินค้ากระเป๋า และของฟุ่มเฟือย ซึ่งมีการจัดเก็บภาษีประมาณ 30% มีการจัดเก็บเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 706 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือนพ.ค.65  มีการเก็บอากรได้มากถึง 310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% หรือเก็บภาษีมากขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 151 ล้านบาท

ขณะที่ สินค้าที่เก็บภาษีได้รองลงมาเป็นรถตู้เก็บเพิ่มขึ้น 496 ล้านบาท ยารักษาโรคเก็บเพิ่มขึ้น 348 ล้านบาท ส่วนประกอบยานยนต์เก็บเพิ่มขึ้น 304 ล้านบาท และอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติรถยนต์เก็บเพิ่มขึ้น264 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมจัดเก็บรายได้ศุลกากรสะสม 9 เดือน (ต.ค.64-มิ.ย..65) ของปีงบประมาณสามารถจัดเก็บได้ 8.09 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 4.56 พันล้านบาท และ สูงกว่าเป้าหมาย 5.67 พันล้านบาท

“เรายืนยันว่า การเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มาจากความเข้มงวดรีดภาษีจากประชาชน หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา โดยหากเป็นของใช้ส่วนตัว ที่เจ้าของนำเข้ามาสำหรับใช้เอง ก็ไม่ได้มีการเรียกเก็บภาษีแต่อย่างใด ยกเว้นหากนำเข้ามาหลายชิ้น ซ้ำๆกัน และมีแนวโน้มจะเข้ามาจำหน่ายต่อก็จะมีการตรวจสอบ”อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว