วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพ จาก Biobank สู่ Biopharma ปั้นฮับ Health Economy แห่งอาเซียน ปี 2569 ตั้งเป้าโต 25%

ท่ามกลางการก้าวเข้าสู่ยุค สังคมผู้สูงวัย และแนวโน้มคนอายุยืน (Longevity Society) ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบสาธารณสุขทั่วโลก อุตสาหกรรม HEALTH Economy จึงกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ประกาศแผนเดินหน้ายกระดับธุรกิจจาก Biobank สู่ Biopharma ตั้งเป้าสู่ผู้นำฮับทางการแพทย์ระบบภูมิภาคแห่งอาเซียนครบวงจร และขับเคลื่อนแผนผ่านโครงกาาร JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์การเติบโตในปี 2569 โดยบริษัทตั้งเป้าสร้าง Bio-Longevity Ecosystem อย่างครบวงจร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ หรือ Health Economy ในระดับภูมิภาค และรองรับเมกะเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ หรือ Longevity Society ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

ทั้งนี้บริษัทวางรากฐานธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำโดยมีผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มการแพทย์ขั้นสูง ได้แก่ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อหุ้มรกและไขมัน เซลล์ภูมิคุ้มกัน และเซลล์รากผม และพร้อมเดินหน้ารุกธุรกิจต้นน้ำด้วยการผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ และการทำ Clinical Trial สำหรับผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง หรือ ATMPs เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล

โดยบริษัทปรับกลยุทธ์ 3 เสาหลัก สู่เป้าหมายผู้นำสู่ภูมิภาคอาเซียน และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

1.) Standard & Policy การเป็นผู้นำด้านมาตรฐานการแพทย์ขั้นสูง ร่วมพัฒนานโยบายกับภาครัฐ มุ่งขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตยารักษาโรคขั้นสูง (ATMPs)  ตามมาตรฐาน US FDA และใช้ระบบ Sandbox เพื่อยืนยันความปลอดภัยในอาสาสมัคร

2.) Branding & Longevity Trend การสร้างแบรนด์ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัย สอดรับกระแส Aging Society ทั่วโลก และ

3.) Sustainable Health Economy เมื่อกฎระเบียบและความต้องการตลาดพร้อม จะต่อยอดสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทได้นำเกณฑ์มาตรฐานจากโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการวางกลยุทธ์ ผ่านการทำ Gap Analysis การบริหารความเสี่ยง และการออกแบบโมเดลธุรกิจรวม 10 โมเดล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ "From Biobank to Biopharma" โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ไว้ที่ 25%

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

โดยบริษัท เตรียมขยายสู่ตลาดโลกผ่าน Franchise Model โดยมีแผนงานชัดเจน ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ก่อสร้างห้องแล็บแล้วคาดเสร็จภายในปีนี้ และเริ่มทำตลาดปี 2569 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันเตรียมเซ็นสัญญาจัดตั้ง Biobank ร่วมกับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมองโกเลีย และยื่นขอใบอนุญาตในปี 2569 เนื่องจากเป็นประเทศที่มีค่า GDP สูงและมีประชากรประสบปัญหาข้อเข่าเสื่อมจำนวนมาก โดยโมเดลนี้จะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการปรึกษา ค่ารอยัลตี้ และค่าสิทธิบัตร ซึ่งเป็นรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงขณะที่แผนระยะยาวเตรียมขยายไปยังประเทศอินโดนีเซีย และ UAE ในปี 2571 มาเลเซีย ปี 2572 ซาอุดิอาระเบีย ปี 2573 และไนจีเรีย ปี 2574

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569

"บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขึ้นทะเบียนยา ATMPs สำหรับโรคข้อเข่าเสื่อมและการฟื้นฟูผิวหน้าในปี 2570 และจะขึ้นทะเบียนยาใหม่เพิ่มปีละ 2 โรค โดยคาดว่าปี 2571 รายได้เติบโตราว 300% กำไรเพิ่มเกือบ 200% ขณะที่ปี 2573 รายได้เติบโตราว 700% กำไรเพิ่ม 465% หรืออยู่ที่ประมาณ 1,358 ล้านบาท"

ขณะเดียวกัน บริษัทในเครือ MEDEZE วางแผนปี 2568 ตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท และอัตรากำไรกลับสู่ระดับ 30% หลังได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI จะช่วยลดอัตราภาษีเหลือราว 2% และทรานส์ฟอร์มจากธนาคารสเต็มเซลล์สู่โรงงานผลิตยารักษาโรคขั้นสูง (ATMPs)

นอกจากนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากชิบูย่าเข้ามาใช้งานกลางปี 2568 และเดินเครื่องเต็มรูปแบบต้นปี 2570 เพื่อช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 300% ในพื้นที่เท่าเดิม และสามารถผลิตต่อเนื่องได้ 24 ชั่วโมง เปรียบเสมือน "เสือติดปีก" ลดต้นทุนคงที่และเพิ่มศักยภาพกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี ในปี 2569 บริษัทยังตั้งเป้าได้รับการรับรอง CAC (คณะกรรมการป้องกันการทุจริตภาครัฐ - Anti-Corruption Commission) เพื่อยกระดับสู่ ESG Ratings และมุ่งสู่ ESG Rating ระดับ 3 ดาว ขณะที่สิทธิประโยชน์จาก BOI ครอบคลุมทั้งการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร หุ่นยนต์ และวัตถุดิบการผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

"บริษัทเชื่อมั่นว่า ด้วยยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งนวัตกรรม มาตรฐาน และการขยายตลาดต่างประเทศ จะทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็น New Engine ขับเคลื่อน Medical Economy ของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน"

MEDEZE พลิกเกมสุขภาพจาก Biobank สู่ Biopharma ปั้น Health Economy ตั้งเป้าโต 25% ภายในปี 2569