ธุรกิจร้านอาหารแสนล้านบาท ยังเป็นสมรภูมิธุรกิจที่หอมหวานสำหรับผู้ประกอบการ เพราะหากมีสูตรลับ เมนูอร่อยเสิร์ฟลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ย่อมเป็นกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จ
“หลุยส์วาณิชย์” หนึ่งในร้านอาหารชื่อดังจากย่านบรรทัดทอง ที่ล่าสุดได้ขยับขยายสู่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดสาขา 2 ให้บริการลูกค้า
ภัณฑิรา ลีฬกาญจนากุล กรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่ จำกัด ฉายภาพจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารแบรนด์แรกภายใต้ชื่อ “หัวใจ” ซึ่งเป็นสตรีทฟู้ดเกาหลีปักหมุดใจกลางสยามสแควร์ เติมพอร์ตและสร้างอาณาจักรย่อมๆด้วยแบรนด์ “เดอะการะเกด” และ “ร้านทิรา” รวมถึง “ร้านหลุยส์วาณิชย์”
การรุกธุรกิจร้านอาหารเกิดขึ้นตั้งแต่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยเห็นโอกาสและช่องว่างตลาด จากอาหารไทย เมนูเรียบง่าย ที่ไม่ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยไปเจออาหารชาติไหน ประเภทใด นอกใจไปลิ้มรสชาติเกาหลี ญี่ปุ่น ตะวันตก จีน สุดท้ายก็ต้องกลับมาหาอาหารไทย
ในวัย 25 ปี “ภัณฑิรา” ตัดสินใจสวมบทนักธุรกิจเต็มตัว ทว่า การเข้าสู่สังเวียนร้านอาหารยังเลือกห้วงเวลาสุดท้าทายคือ วิกฤติโควิด-19 ระบาด นำเสนอความอร่อยขายผ่านออนไลน์
เมื่อคิดการใหญ่ และเส้นทางธุรกิจไม่ง่าย “ภัณฑิรา” ยังหาจังหวะลับฝีไม้ลายมือการเป็นผู้ประกอบการหรือ entrepreneur ด้วยการไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ หลังเก็บเกี่ยวเคล็ดวิชาการเป็นผู้ประกอบการเต็มขั้น กลับไทยจึงลุยหาทำเลในการเปิดร้านอาหาร โดยเล็งเห็นศักยภาพย่าน “บรรทัดทอง” นำไปสู่การเปิดร้านหลุยส์วาณิชย์ ซึ่งเพียง 1 ปีสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ มีผู้คนจำนวนมากเข้าคิวลิ้มลองเมนูเด็ด
ทั้งนี้ ก่อนเปิดร้าน ได้ตระเวนทานอาหารร้านอร่อยจำนวนมาก เพื่อนำมาปรับเป็นแนวทางของร้าน การพัฒนารสชาติในแบบฉบับของร้านหลุยส์วาณิชย์ที่สร้างความโดดเด่นแตกต่างเสิร์ฟลูกค้า ล้วนมาจากการประสบการณ์ชิมของตนเองทั้งสิ้น
“ตอนทำธุรกิจร้านอาหาร โควิดเริ่มซา โดยมองว่าทุกวิกฤติมีโอกาส และหลังจากเรียนจบด้าน Entrepreneur กลับจากอังกฤษเพียง 2-3 วัน ไปหาที่เปิดร้านเลย ซึ่งเห็นศักยภาพบรรทัดทองมานานแล้ว โลเกชันน่าสนใจ ขณะนั้นร้านอาหารยังไม่มาก เห็นการเปลี่ยนแปลง จากแหล่งขายอะไหล่ยานยนต์ สู่ย่านร้านอาหาร”
จากบรรทัดทอง สยาม ล่าสุด “ภัณฑิรา” ขอพาแบรนด์ “หลุยส์วาณิชย์” ขึ้นศูนย์การค้าสยามพารากอน ขนาดร้านมีจำนวน 14 โต๊ะ พร้อมนำเสนอเมนูเด็ดและสร้างสรรค์ขึ้นมาเฉพาะสาขานี้ เช่น เนื้อทอดซอสน้ำมัน ซิกเนเจอร์ของร้าน ตับนุ่มทอดกระเทียม ไข่หมึกยักษ์ทอดน้ำปลา ผัดมาม่าหอยเชลล์ หมูสับปลาเค็ม ฯ
ทั้งนี้ ลูกค้าที่มาทานอาหารร้านหลุยส์วาณิชย์สาขาสยามพารากอน เฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 บาทต่อคน เทียบกับสาขาบรรทัดทองเฉลี่ย 200-300 บาทต่อคน หรือทานคนเดียวจะมากกว่า 100 บาท
“ใช้เวลาตัดสินใจสักระยะในการพาหลุยส์วาณิชย์เข้าศูนย์การค้าสยามพารากอน เพราะต้องการสร้างแบรนด์ให้เติบโตขึ้น พรีเมียมมากขึ้น โดยจุดเด่นของสาขานี้จะมีการสร้างสรรค์เมนูเอ็กซ์คลูสีพ แต่ยังคงคอนเซปต์เมนูอาหารไทยง่ายๆ การตกแต่งร้านย้อนยุค ให้ลูกค้ามีบทสนทนาที่ทานอาหารแล้วหวนคิดถึงวัยเด็ก และสามารถถ่ายรูปนำเสนอผ่านโซเชียลมีเดียได้ด้วย”
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหารยุคปัจจุบัน “ภัณฑิรา” ยอมรับว่าสมรภูมิเดือดหรือเป็น Red Ocean เพราะมีผู้เล่นเกิดใหม่ต่อเนื่องและจำนวนมาก ทว่า การปรับตัวตลอดเวลา คือสิ่งสำคัญ พร้อมกันนี้ยังมองทางรอด 2 ส่วน คือการมัดใจ “ลูกค้าใหม่"ให้เข้ามาในร้านลิ้มลองเมนูอร่อย และหากลยุทธ์ดึงดูด “ลูกค้าเก่า” ให้มาทานซ้ำ ด้านการทำตลาดต้องสร้างแบรนด์ ไม่ให้หายไป แบรนด์จึงทำกิจกรรมหรือแอ๊คทีพทุกช่องทางสื่ออนไลน์
อาณาจักรร้านอาหารย่อมๆของ “ภัณฑิรา” กำลังเติบโต ทว่า แบรนด์เรือธง “หลุยส์วาณิชย์” เป็นภารกิจที่บริษัทจะผลักดันให้เติบโต แม้ระยะแรกยังไม่มองการเร่งเปิดสาขา เพราะขอวางรากฐานให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะสูตรอาหาร การคุมคุณภาพ วัตถุดิบ ต้องทำให้สมบูรณ์แบบหรือ Perfect ก่อน
“การสร้างแบรนด์หลุนยส์วาณิชย์ เพราะต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจง่าย และหลุยส์มีความหมายไทยต่อยอดการเติบโตคู่คนไทย อีกด้านอนาคตยังขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ด้วย ทว่าเวลานี้การทำธุรกิจร้านอาหารสิ่งสำคัญคือการสร้างรากฐานให้แน่น แข็งแกร่งก่อนก้าวกระโดด”





