เครือสหพัฒน์ เดินหน้าดึงทุนใหญ่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฯ เฉพาะบิ๊กคอร์ปญี่ปุ่นมาร์เก็ตแคปกว่า 12 ล้านล้านบาท ใหญ่เทียบเท่าเศรษฐกิจไทย ยังคงเชื่อมั่นในการสร้างฐานทัพธุรกิจในประเทศไทย
“เครือสหพัฒน์” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจของไทย ภายใต้อาณาจักร 3 แสนล้านบาท มีบริษัทในเครืออีกนับร้อยที่ขับเคลื่อนการเติบโต
หากย้อนดูงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 29 เครือสหพัฒน์ โดยบริษัทลูกต่างๆ เช่น สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง(เอสพีไอ) ช้อ โกลบอล อี-คอมเมิร์ซ ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี ดองกิ(ประเทศไทย) สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น ฯ ได้ผนึกพันธมิตร และทำการบันทึกข้อตกลงหรือ MOU มากถึง 15 ฉบับต่อเนื่องจากปีก่อนที่ MOU ถึง 18 ฉบับ เพื่อร่วมลงทุน ซึ่งสะท้อนภารกิจในการสร้างเครือข่ายธุรกิจเสริมความแข็งแกร่ง และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตควบคู่กันไป
วิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือเอสพีไอ เปิดเผย กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 50 ปี ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 ยังคงใช้งบประมาณใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 2,400 ล้านบาท เพื่อลงทุนในกิจการต่างๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสนใจในการผนึกพันธมิตร ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ยังคงโฟกัสนักลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ฯ ที่เจรจาการค้าได้ง่ายเมื่อเทียบกับนักลงทุนในภูมิภาคอื่น
ทั้งนี้ บทบาทของบริษัทในฐานะภาคเอกชนที่ดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติด้วย
สำหรับการดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุน ที่ผ่านมาบริษัท เช่น ผนึกกลุ่มบริษัท Zhen Ding Tech ผู้ออกแบบ ค้นคว้าวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายแผงวงจร (Printed Circuit Board หรือ PCB) รายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายแผงวงจรพิมพ์ในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มูลค่าการลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เฟสแรกลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
ล่าสุด ไทยโอบายาชิ ได้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส ย่านราชดำริ และเครือสหพัฒน์ ผนึกไทยโอบายาชิ ดึงเชนโรงแรม Seibu Prince Hotels Worldwide ในเครือ Seibu Group มาเปิดในไทย ซึ่งโรงแรมลงทุนราว 2,500 ล้านบาท รวมถึงการลงทุนภายใต้ สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น 3,000 ล้านบาท
นอกจากภาคการผลิตและบริการ บริษัทยังเดินหน้ายกระดับด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล โดยร่วมกับเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ผู้นำเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งระดับโลก เพื่อต่อยอดการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ การมี Data Center การใช้ Data Analytics ขับเคลื่อนทุกหน่วยธุรกิจ
“เอสพีไอ ขับเคลื่อนธุรกิจมากว่า 50 ปี เรามุ่งมั่นในการดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา มีพันธมิตรจากญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เข้ามาลงทุน อย่างบิ๊กคอร์ปที่มาลงทุนในไทย ไม่ว่าจะเป็น โตคิว คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ดองกิ ไทยโอบายาชิ ฯ บริษัทเหล่านั้นมีขนาดหลักทรัพย์ตามมูลค่าตลาดหรือมาร์เก็ตแคปรวมกันกว่า 12 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับเศรษฐกิจหรือจีดีพีไทย ที่ผ่านมาเรายังดึงทุนไต้หวัน Zhen Ding Tech มาลงทุนไทยมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราถือหุ้น 10% การลงทุนเหล่านี้สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทย”
ปี 2567 บริษัทได้ใช้งบประมาณ 2,421 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในกิจการทั้งในเครือและนอกเครือผ่านหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจอาหาร เซมิคอนดักเตอร์ อสังหาริมทรัพย์ ฯสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อก้าวสู่การเติบโตด้วยกัน
แม้ปี 2568 บริษัทเดินหน้าลงทุน แต่ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น พิจารณาการลงทุนให้เหมาะสม เนื่องจากปัจจัยลบค่อนข้างมาก อีกด้านต้องหันกลับมาดูแลภายในองค์กร โดยเฉพาะทีมงานให้มีความรู้ความสามารถ มีการฝึกอบพรมบุคลากรมากขึ้น เพื่อตอบรับบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านผลการดำเนินงานช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5.9%(CAGR) หรือ 5 ปี เติบโตเฉลี่ย 6.6% โดยปี 2567 มีรายได้รวม 7,339 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิช่วง 10 ปี เติบโตเฉลี่ย 10.4% และ 5 ปี เติบโตเฉลี่ย 6.4% โดยปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,315 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้ 2,496 ล้านบาท เทียบไตรมาสเดียวกันรายได้อยู่ที่ 1,504 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,336 ล้านบาท เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน 557 ล้านบาท





