วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจอีสาน 2 ทศวรรษ (พ.ศ.2540-2560) ข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจไม่เคยตระหนัก (จบ)

บทที่ 2 วิเคราะห์เศรษฐกิจภาคแรงงาน : การจ้างงานและการย้ายถิ่นฐาน

14. แรงงานอีสานมีความเป็น “cosmopolitan villager” หรือ “ชาวบ้านผู้รู้โลกกว้าง” นั่นเพราะว่ามีคนอีสานมากมายย้ายถิ่นไปทำมาหากินนอกบ้านเกิดตัวเอง พวกเขาเสาะแสวงหาโชค ความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ได้งานและทำให้ชีวิตของเขาและครอบครัวดีขึ้น โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่า (values) ความเป็นอีสานที่ผูกพันกับความเชื่อท้องถิ่น ศาสนา และวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการผลิตภาคเกษตร

15. การเป็นผู้รู้รอบนี้ไม่ได้มีนัยเดียวกับการเพิ่มพูนทุนมนุษย์ผ่านการศึกษา ที่ป้อนความรู้และประสบการณ์อย่างเป็นระบบ หากแต่เป็นการ “ดิ้นรน” ของคนอีสานภายใต้นโยบายการพัฒนาที่ใช้การควบคุมและจัดการทรัพยากรต่างๆ (ป่าไม้ แหล่งนา ที่ดิน ฯลฯ) อย่างรวมศูนย์โดยกลุ่มผู้มีอำนาจ ทั้งกลุ่มทุนผู้เชี่ยวชาญและรัฐ สุดท้ายทำให้ภาคอีสานถูกพัฒนาให้ทันสมัยได้ แต่ก็ “บ่คัก” คือ มีคุณภาพชีวิตโดยรวมค่อยยังชั่วมากขึ้นแต่ก็ยังไม่ดีพอ จนสุดท้ายต้องออกหาทำกินนอกบ้านเกิดตนเอง

16. หนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศอยู่ในภาคอีสาน กําลังแรงงานของภาคอีสานก็สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรเช่นกัน โดยมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของกําลังแรงงานทั้งประเทศ การที่ภาคอีสานมีจำนวนประชากรและกําลังแรงงานมากเป็นทั้งข้อเสียเปรียบและได้เปรียบ ภาคอีสานมีภูมิศาสตร์ที่ไม่ค่อยเอื้ออํานวยต่อการเกษตร การมีประชากรที่มากล้น ทำให้เกิดวิกฤติการแย่งชิงทรัพยากร ในทางกลับกัน การที่ภาคอีสานมีประชากรมากย่อมเป็นโอกาสสำคัญของแหล่งพัฒนาทุนมนุษย์ที่สามารถสร้างผลกระทบ (impact) ในวงกว้างได้

17. ภาคเกษตรเป็นแหล่งงานหลักของคนอีสาน แรงงานมากถึง 53% ส่วนใหญ่อยู่ในนครราชสีมา อุบลราชธานี และศรีสะเกษ นั่นหมายความว่าคนอีสานส่วนใหญ่มีแนวโน้มจน เพราะทำงานในภาคเศรษฐกิจที่มีสัดส่วนมูลค่ารายได้มวลรวมต่ำ อย่างไรก็ตาม แรงงานอีสานอาจไม่ได้ทำงานในภาคเศรษฐกิจหนึ่งอย่างตายตัว แต่มีการเลื่อนไหลการทำงานระหว่างอาชีพเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรม

18. การจ้างงานเกินกว่า 53% อยู่ในภาคการเกษตร อาจกล่าวได้ว่า ภาคเกษตรเป็นกิจกรรมที่ดูดซับแรงงานส่วนใหญ่ของอีสาน ขณะเดียวกันก็เป็นภาคที่มีสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจน้อยที่สุด ขณะที่ภาคการค้าปลีก-ค้าส่งและบริการมีการจ้างงานมากที่สุดถึง 33% อีก 14% เป็นการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม

19. ภาคอุตสาหกรรม เป็นการจ้างงานในการผลิต (manufacturing) สัดส่วนมากที่สุด เกินกว่า 50% รองลงมาคือกิจกรรมการก่อสร้าง (construction) กิจกรรมการผลิตนั้นเชื่อมโยงกับภาคเกษตรด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับการแปรรูปสินค้าเกษตรต่างๆ แม้ว่ามูลค่าและสัดส่วนของรายได้ในภาคเกษตรของอีสานไม่สูง

20. ภาคการค้าและบริการ เป็นการจ้างงานในภาคการขายส่งและขายปลีก (wholesales and retails) สูงถึง 41% อันดับรอง ลงมา กิจกรรมการบริหารราชการ (public administration) 14% กิจกรรมที่พักแรมและร้านอาหาร (hotels and restaurants) 13% และกิจกรรมด้านการศึกษา (education) 10% ตรงนี้อาจสะท้อนได้ว่า งานของภาคอีสานยังมีส่วนหนึ่งที่ยึดโยงกับภาครัฐอยู่ การบริหารราชการและการศึกษาส่วนใหญ่ในภูมิภาคสังกัดหน่วยงานรัฐ (อบต. อบจ. สปฐ. โรงเรียนวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ) ส่วนกิจกรรมที่พักแรมและร้านอาหารประกอบการโดยเอกชน ไม่ได้มีสัดส่วนการจ้างงานมากจนโดดเด่น

21. เกษตรกรไทยมีลักษณะเป็น “ชาวนาชนชั้นกลาง” (middle-income peasants) หมายความว่าพวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเป็นอยู่อย่างยากจนข้นแค้นแบบสมบูรณ์ (absolute poverty) เหมือนแต่ก่อน เกษตรกรในปัจจุบันมีรายได้และสามารถเข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกและบริการสาธารณะได้มากขึ้น ถึงกระนั้นชาวนาชนชั้นกลางไม่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มาตรฐานการครองชีพของพวกเขา (รวมถึงความหรูหราของไลฟ์สไตล์) ไม่สามาถเทียบได้กับชนชั้นกลางในเมือง

22. ชาวนาชนชั้นกลางจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ดำรงชีพที่หลากหลาย (diversified livelihood) ในยามที่ไม่ใช่ฤดูกาลเพาะปลูกพวกเขาเข้าไปประกอบอาชีพอื่นๆ ในเมืองหรือบริเวณใกล้เคียง หรือบางครัวเรือนจำเป็นต้องพึ่งพิงเงินจากสมาชิกที่ไปทำงานนอกบ้าน

23. ในภาพรวมพบว่า ผลิตภาพแรงงานในภาคเกษตรของไทยต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรม การค้าและบริการอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของสินค้าเกษตรในประเทศเราที่ยังไม่สามารถยกระดับไปสู่เกษตรแบบมูลค่าสูง หรือมีการใช้แรงงานกับเครื่องจักรอย่างเข้มข้นจนทำให้ผลิตได้ทีละมากๆ ด้วยแรงงานเพียงคนเดียว

24. ภาคอีสานมีการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มากสุดของประเทศ โดยมีผู้ย้ายถิ่นระหว่างภาคนับเป็น 36.9% ของผู้ย้ายถิ่นทั้งหมด จังหวัดที่แรงงานอีสานย้ายถิ่นไปทำงานในอัตราที่สูง จังหวัดเหล่านั้นเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจสำคัญและมีเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้แก่ กรุงเทพฯ สระบุรี อยุธยา ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และราชบุรี

บทที่ 3 : เศรษฐกิจภาคการเงินอีสาน

25. เงินฝากแบบออมทรัพย์ ถือเป็นประเภทของเงินรับฝากที่มีมากที่สุด  รองลงมาคือ เงินฝากประจํา เงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ตามลำดับ นครราชสีมา มีเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์มากที่สุด รองลงมา คือ ขอนแก่น อุดรธานี และ อุบลราชธานีตามลําดับ ซึ่งข้อมูลที่สอดคล้องกับการจ้างงานที่ทั้ง 4 จังหวัดมีการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคค้าปลีก-ค้าส่งในอัตราที่สูงกว่า 80%

26. การเลือกฝากแบบออมทรัพย์เป็นหลักชี้ให้เห็นถึงวินัยในการบริหารจัดการเงิน อาจมีวินัยในการออมเงินที่ยังไม่ชัดเจน จึงทําให้เงินฝากประจํามีน้อยกว่าเงินฝากออมทรัพย์ นอกจากนี้อาจชี้ให้เห็นถึงว่าการมีอาชีพที่มีผลตอบแทนไม่แน่นอน กล่าวคือ คนอีสานอาจจะมีอาชีพที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีการทําการเกษตรในฤดูทําการเกษตร ชาวอีสานก็จะอยู่ในภาคการเกษตร เมื่อหมดฤดูกาลทำการเกษตรก็จะเคลื่อนย้ายแรงงานออกไปทํางานนอกภาคการเกษตรมากขึ้น

27. นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี ได้รับสินเชื่อเป็นอันดับต้นๆ รวมกันเกือบ 300,000 ล้านบามในปี 2560 ขณะที่จังหวัดที่มีเงินให้สินเชื่อประเภทเงินให้กู้น้อยที่สุด 3 จังหวัด คือ อํานาจเจริญ หนองบัวลําภู และมุกดาหาร ได้รับสินเชื่อรวมกันเพียง 18,600 ล้านบาทในปีเดียวกัน

28. คนอีสานมีปริมาณหนี้ครัวเรือนสูงเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ พิจารณาพบว่าจังหวัดสุรินทร์มีหนี้ครัวเรือนเฉลี่ยสูงที่สุด และหนองคายซึ่งมีหนี้ครัวเรือนเฉลี่ยต่ำสุด นอกจากนี้ ยังพบว่า คนอีสานมีการกู้ยืมเพื่อใช้ในกิจกรรมการอุปโภคบริโภค เป็นปัจจัยหลักของการดํารงชีพ รองลงมา คือ ลงทุนสําหรับทําการเกษตรและส่วนอื่น ๆ

29. การมีรายได้ รายจ่าย และหนี้ครัวเรือนของชาวอีสานยังไม่มีความสมดุล กล่าวคือ มีหนี้มากขึ้นอันเนื่องมาจากเงินฝากน้อย รายได้ไม่มาก แต่รายจ่ายสูง โดยเฉพาะการใช้จ่ายในครัวเรือนและการลงทุนสําหรับทําการเกษตรส่งผลให้ครัวเรือนอีสานมีหนี้มากขึ้น

30. กล่าวโดยสรุป ภาคอีสานดูเหมือนว่ามีหลายสาขาเศรษฐกิจที่โดดเด่นและเติบโตในช่วงปี 2540-2560 แต่อันที่จริงแล้ว ความโดดเด่นของสาขาเศรษฐกิจมีการกระจุกตัวในจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ (การผลิตการค้าปลีก-ค้าส่ง การเงิน กิจกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ฯลฯ) มีเพียงไม่กี่จังหวัดที่อยู่ในรายได้ปานกลางและต่ำที่ปรากฏความเชี่ยวชาญในบางสาขาเศรษฐกิจ ที่สำคัญ หลายจังหวัดไม่ปรากฏความเชี่ยวชาญและโดดเด่นในสาขาเศรษฐกิจใดเลย

อ้างอิง : หนังสือ “ภาพรวมเศรษฐกิจอีสานในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา” การวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสานรายสาขาในรอบ 2 ทศวรรษ พื้นที่สำคัญรองรับแรงงาน, การย้ายถิ่นออกไปทำงาน เขียนโดย จักรกฤช เจียวิริยบุญญา นรชิต จิรสัทธรรม โครงการตําราและหนังสือ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น