PQS เผยไตรมาส 1 กำไร 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากไตรมาสก่อน ชี้รายได้ลดตามราคาแป้งมันสำปะหลังตลาดโลกและเงินบาทแข็งค่า มั่นใจโรงงานใหม่ 2 แห่งช่วยหนุนฐานะการเงิน
นายรัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 458.9 ล้านบาท ลดลง 372.4 ล้านบาท หรือ 44.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายแป้งมันสำปะหลังลดลง 379.2 ล้านบาท หรือ 45.7% เนื่องจากประเทศจีนชะลอการสั่งซื้อ เพราะมีสต็อกในปริมาณมากตั้งแต่ไตรมาส 4/2567 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1/2568
"แม้ว่ารายได้จะลดลงตามสภาวะตลาด แต่บริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 28.4% และมีกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดในมือกว่า 260 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.36 เท่า" นายรัฐวิรุฬห์กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา PQS ได้เปิดเดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานแป้งมันสำปะหลังในจังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงงานผลิตแป้งมันดัดแปร (Modified Starch) ในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตและขยายขีดความสามารถด้านการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า High Value ที่มีมาร์จิ้นสูงและเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากล
นายรัฐวิรุฬห์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์แป้งมันดัดแปรจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้รวมในปีนี้ และจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักในระยะยาวของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อบรรจุอยู่ในแผนขยายตลาดส่งออกนอกเหนือจากจีน
"แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงเวลาท้าทาย แต่เราได้วางรากฐานสำคัญเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไปแล้วอย่างมั่นคง บริษัทยังคงมีความมั่นใจว่าผลการดำเนินงานของ PQS ในปี 2568 จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากการที่โรงงานใหม่เริ่มเดินเครื่องเต็มกำลัง และการส่งมอบสินค้ามูลค่าสูงที่มีคำสั่งซื้อรองรับไว้แล้วจะทะยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะเห็นความก้าวหน้าการขยายตลาดส่งออกประเทศใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และเสริมศักยภาพการแข่งขันให้โดดเด่นขึ้น" นายรัฐวิรุฬห์กล่าว
นอกจากการดำเนินธุรกิจ PQS ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจก (T-VER) โครงการธนาคารต้นไม้ และการส่งเสริมเกษตรกรในชุมชน โดยปี 2568 ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเต็ม 100 คะแนน นับเป็นความสำเร็จสำคัญในการยกระดับธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และความโปร่งใสของบริษัท นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2565

