วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยระส่ำ! พิษสงครามการค้า สินค้าจีนทะลัก หวั่น SME วิกฤติ

เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยระส่ำ! พิษสงครามการค้า สินค้าจีนทะลัก หวั่น SME วิกฤติ

จับตาผลพวงสงครามการค้า ทำให้สินค้าราคาถูกจากจีน เข้าไทยมากขึ้น กระเทือน SME ซัพพลายเชนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทางด้านไมเดีย - ทีซีแอล ไม่กระทบภาษีการค้า! มองตลาดแอร์แข่งเดือดราคา

สงครามการค้าในโลกรอบใหม่ได้เกิดขึ้น ภายหลังที่ประเทศสหรัฐได้ประกาศนโยบายเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน ที่มีการประเมินว่าจะมีการเก็บภาษีจากประเทศไทย 37% มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลสหรัฐ ได้ปรับท่าทีใหม่ชะลอการเก็บภาษีออกไปอีก 90 วัน ท่ามกลางความไม่แน่นอน จึงส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐหลายกลุ่มในระดับแตกต่างกัน รวมถึงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยที่เป็นฐานส่งออกหลัก โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศไปหลายประเทศทั่วโลก 

 

สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศในปี 2568 มีการประเมินจากแบรนด์ใหญ่กับแอลจี จะมีการขยายตัว 6% หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 3.45 หมื่นล้านบาท ถือว่าแตกต่างจากปีก่อนหน้านี้ ตลาดรวมเครื่องปรับอากาศมีการขยายตัวสูงถึง 14% ด้วยมูลค่าประมาณ 3.26 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสภาพอากาศในปีนี้ที่ร้อนช้ากว่าปีก่อน แต่ตลาดเครื่องปรับอากาศของไทย ถือเป็นตลาดที่ยังมีศักยภาพขยายตัวสูง สะท้อนจากอัตราการครอบครองสินค้าเครื่องปรับอากาศของคนในประเทศ อยู่ที่ 43-44% และตลาดต่างจังหวัดยังอยู่ในระดับน้อย

เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยระส่ำ! พิษสงครามการค้า สินค้าจีนทะลัก หวั่น SME วิกฤติ

หวั่นสินค้าราคาถูกตีทะลักเข้าไทยรุนแรงขึ้น

ฉันท์ชาย พันธุฟัก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออลล์ แวลู่ อินไซท์ ดาต้า จำกัด ที่ทำทางด้านบิ๊กดาต้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า จากการประเมินสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างประเทศสหรัฐและจีน โดยสหรัฐเตรียมเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจีนในระดับสูง และจีน ได้ดำเนินการปรับขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เช่นกัน อาจมีผลให้ประเทศจีนต้องหาตลาดส่งออกใหม่ และให้น้ำหนักรุกตลาดอาเซียนมากขึ้น รวมถึงไทยถูกจับตามองว่าเป็นตลาดสำคัญในการเข้ามารุกขยายสินค้ากลุ่มต่างๆ

สำหรับผลกระทบต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากผู้ผลิตไทยและแบรนด์ต่างชาติที่ตั้งฐานในไทยแข่งยากขึ้น รวมถึงผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ที่มีโรงงานขนาดเล็ก อาจต้องปิดตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้จากการประเมินเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กลุ่มพัดลม, เตารีด, หม้อหุงข้าว และ เครื่องปิ้งขนมปัง กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ทั้งหูฟัง, แท็บเล็ต และ เครื่องกรองน้ำ รวมถึงสินค้าภายในบ้านและของตกแต่งที่ใช้ไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบันสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจากจีน มีราคาต่ำกว่าแบรนด์อื่นๆ ในไทย ประมาณ 10% อีกทั้งประเมินว่าจากกำแพงภาษีครั้งนี้ อาจมีผลทำให้เกิดการย้ายฐานจากจีนเข้ามาไทยมากขึ้น 

แนวทางในการตั้งรับของประเทศไทย ควรดำเนินการทั้งคุมมาตรฐานสินค้าอย่างเข้มงวดเพื่อให้สินค้านำเข้าจากจีนต้องผ่านมาตรฐานเดียวกับผู้ผลิตในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ภาษีนำเข้าอย่างเหมาะสม เพิ่มภาษีสินค้าราคาต่ำที่นำเข้ามาตัดราคาอย่างไม่เป็นธรรม ร่วมส่งเสริมเอสเอ็มอี ไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ทั้งการเข้าถึงเครื่องจักรคุณภาพสูง ทางด้านเงินทุนหมุนเวียน และอีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนจากจีนให้เป็นไปตามเป้าหมายพัฒนาในประเทศ อาทิ ใช้แรงงานไทย การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ และเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานในไทย

“เมื่อประเมินภาพรวมตลาดแอร์ในช่วงไตรมาสแรก ชะลอตัวลง 10-15% แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ได้ร้อนตามที่คาดไว้ ทำให้หลังจากนี้ไปแบรนด์ต่างๆ จะต้องเร่งแผนการตลาด กู้ยอดขาย ทำโปรโมชั่น และลดราคามากขึ้นอย่างแน่นอน” 

ไมเดีย ประเมินตลาดแอร์แข่งราคามากขึ้น แบรนด์เร่งดึงยอดขาย

ขณะที่ วิวัฒน์ชัย ศิริถาวร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มดี คอนซูเมอร์ แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไมเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า จากการประเมินภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องปรับอากาศ อาจมีการแข่งขันที่มากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่เน้นผลิตเพื่อส่งออก จะหันมาทำตลาดมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับแบรนด์ไมเดีย (Midea) ที่มีโรงงานเครื่องปรับอากาศในไทย เน้นทำตลาดในประเทศและส่งออกไปในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงอเมริกาใต้เป็นหลัก ส่วนในประเทศสหรัฐ มีโรงงานของบริษัทแม่เข้าไปลงทุนผลิตเครื่องปรับอากาศแล้วเช่นกัน ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าทางด้านภาษีในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศของประเทศไทยในช่วงหน้าร้อนเดือน มี.ค.-เม.ย.2568 เริ่มขยายตัวที่ดีขึ้น จากสภาพอากาศร้อนมากขึ้น จึงมีความต้องการของเครื่องปรับอากาศสูงขึ้น มีผลต่อตลาดรวมเดือน เม.ย.นี้ กลับมาขยายตัว 20% แตกต่างจากที่ผ่านมาตลาดไม่คึกคัก ผลจากอากาศที่ร้อนช้ากว่าปกติ ดังนั้น หลายแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอาจสร้างยอดขายได้ไม่สูงตามเป้าหมาย และหลังจากนี้ไปเครื่องปรับอากาศของแบรนด์ต่างๆ จึงมุ่งแข่งขันในด้านราคามากขึ้นไปอีกเพื่อกระตุ้นยอดขาย  สำหรับแบรนด์ไมเดีย ได้มีการมุ่งโหมทำกิจกรรมการตลาดอย่างเข้มข้น การทำสื่อออนไลน์และออฟไลน์  รวมถึงการทำสื่อบิลบอร์ดในหลายพื้นที่หลัก ทำให้ไมเดีย สามารถสร้างยอดขายโดยรวมเครื่องปรับอากาศ เติบโต 2 เท่าตัวจากปกติ ถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี 

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยระส่ำ! พิษสงครามการค้า สินค้าจีนทะลัก หวั่น SME วิกฤติ

ทีซีแอล ไม่มีโรงงานในไทย เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา มั่นใจยอดพุ่ง 35%

ทางด้าน แกรี่ จ้าว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ ทีซีแอล (TCL) ประเมินจาก ผลกระทบของเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลง รวมถึงตลาดทุนที่ได้รับผลกระทบ จะทำให้ผู้บริโภคมีความสนใจสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น 

สำหรับบริษัท ทีซีแอล ไม่มีโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศในไทย แต่เป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีนเป็นหลัก ดังนั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบเรื่องกำแพงภาษี ประกอบกับนโยบายของบริษัทจึงมุ่งนำเสนอสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา และการทำโปรโมชัน รวมถึงสินค้าที่เน้นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ทำให้คาดว่าภาพรวมยอดขายเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 5 แสนเครื่อง ในปี 2568 หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปี 2567 

เพาเวอร์มอลล์ ชี้ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่แข่งขันด้านราคาสูงมากในโลก

ส่วนช่องทางจำหน่ายสำคัญของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยในเมือง โดย รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผลกระทบต่อสงครามการค้าในโลกและการปรับขึ้นภาษีสินค้าจากประเทศสหรัฐ มีผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทย ทั้งทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง รวมถึงประเทศไทยที่เศรษฐกิจกระทบเช่นกัน และมีผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ได้รับผลกระทบต่อเนื่องกัน 

สำหรับภาพรวมการแข่งขันทางด้านราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งชันทางด้านราคาสูงอยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญเชิงกลยุทธ์ ทำให้ทุกแบรนด์ต้องมีตั้งฐานการผลิตที่สำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศ รวมถึงเปิดสำนักงานใหญ่ของบริษัทต่างๆ

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีราคาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกมากในโลก เนื่องจากมีหลายแบรนด์ที่เข้ามาจัดตั้งโรงงานในประเทศไทย เป็นฐานการผลิตสินค้าหลายกลุ่ม จึงสามารถตั้งราคาได้ถูกกว่า ทำให้การแข่งขันทางด้านราคามีมาตลอด” 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งปีหลัง ภาพรวมยอดขายของ เพาเวอร์ มอลล์ ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการขยายตัวเติบโตไม่หวือหวา เนื่องจากมีปัจจัยใหม่ที่คาดไม่ถึง ทั้งเรื่องแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ที่มีผลกระทบหนักต่อไทย ล่าสุดข่าวการเตรียมปรับขึ้นภาษีของประเทศสหรัฐ จึงต้องเตรียมแผนรับมือปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ พร้อมมุ่งดูแลต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง 2568