ตลาดอาร์ตทอยไทยโตแรง ‘POP MART’ รุกไทยหนักขยายสาขา ส่ง คอนเซ็ปต์ 'By the sea' ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา เปิดตัวครั้งแรกในโลก ส่วนภาพรวมผลประกอบการทั่วโลกโตร้อนแรง คาดปี 2567 ปิดยอด 1,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาร์ตทอยในตลาดประเทศไทยยังเติบโต "ป๊อปมาร์ท" (POP MART) แบรนด์ใหญ่จากประเทศจีน เดินหน้าขยายสาขาในประเทศไทย สู่การขยาย POP MART POP-UP STORE @ CENTRAL PATTAYA ออกแบบในคอนเซ็ปต์ By the sea ครั้งแรกของโลก
สำหรับ ป๊อปมาร์ท ได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท ป๊อป มาร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 42 ล้านบาท โดยข้อมูลผลประกอบการเบื้องต้นของงบการเงินปี 2566 สร้างรายได้รวม 306.19 ล้านบาท และสร้างผลกำไรสุทธิรวม 73.74 ล้านบาท
ทั้งนี้สาขาแรกในประเทศไทยอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดในช่วงเดือน ก.ย. 2566 ได้สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก โดยมีลูกค้าจำนวนมากเข้าคิวมารอซื้อสินค้าตั้งแต่เช้ามืด และในปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทยประมาณ 6 สาขา
ขณะที่ในปี 2568 กับสาขาใหม่ใน "เซ็นทรัลพัทยา" ได้ออกแบบมากับแนวคิด "การยกสวนน้ำ สไลเดอร์ และคลื่น มาไว้ในห้าง" เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนใกล้ชิดกับทะเล
อีกทั้งได้มีออกแบบ POP MART Iconic Character มาในไซส์บิ๊กธีมอะโลฮ่า ทั้ง The Monsters (LABUBU), MOLLY, Hirono, Crybaby, SKULLPANDA และ DIMOO THAILAND LIMITED collection, OPENING LIMITED collection รวมทั้งคอลเลกชันแรร์ และคอลเลกชันยอดนิยมกับ อาทิ LABUBU Coca Cola, The Monsters Collection, CRYBABY Collection, Mega Collection เป็นต้น
สำหรับ POP MART POP-UP STORE @ CENTRAL PATTAYA มีกำหนดเปิดทางการในวันที่ 10 ม.ค.2568 โดยลูกค้าที่สนใจเยี่ยมชมร้านในวันเกิด ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านออนไลน์ก่อน
POP MART ตลาดโลกเติบโต 440-445%
นอกจากตลาดในประเทศไทยที่กำลังเติบโตแล้ว เมื่อประเมินภาพรวม POP MART ในตลาดโลก ได้มีการขยายสาขาไปแล้วกว่า 30 ประเทศ ทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยมีเครือข่ายร้านค้ามากกว่า 500 แห่ง รวมถึงมีการจัดทำ ROBOSHOP จำนวนกว่า 2,300 แห่ง และช่องทางอีคอมเมิร์ซ ส่วนการจ้างงานทั่วโลกรวมประมาณ 5,500 คน
ทั้งนี้จุดแข็งของแบรนด์ มาจากการวางกลยุทธ์ ผสมผสาน IP (IP Strategy) ของดีไซเนอร์ทอยส์ ในการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ รวมถึงร่วมมือป๊อปอาร์ททิสต์ และดีไซเนอร์ ร่วมออกแบบ จึงสร้างวัฒนธรรมของการสะสมกล่องสุ่มแพร่หลายไปในทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
สำหรับตลาดอาเซียน มีการขยายสาขาทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ สิงคโปร์
อีกทั้งมีการการรายงานของสื่อจากประเทศจีน กับผลประกอบการโดยรวมของ POP MART ทั่วโลก ในช่วงไตรมาสสามของปี 2567 เติบโต 120-125% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ในประเทศจีน เพิ่มขึ้น 55-60% และรายได้จากต่างประเทศเติบโต 440-445%
ทางด้านภาพรวมผลประกอบการในปี 2567 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 1,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างการเติบโตประมาณ 60% และประเมินรายได้จากต่างประเทศจะมีการเติบโต 200% โดยในปัจจุบันซีอีโอของ ป๊อปมาร์ทคือ Wang Ning พร้อมครองสัดส่วนการถือหุ้น 44.1% ในบริษัท

