วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน 2569

Login
Login

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม

เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2567 ยังคงอยู่ในอาการเหนื่อยจัด! จากปัจจัยความกังวลด้านการเมืองในประเทศ และปัญหา 'กำลังซื้อถดถอย' เกิดขึ้นกับประชากรฐานรากกว่า 30 ล้านคน กดดันการฟื้นตัวของ 'ธุรกิจโรงแรม' ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างหนัก ฝ่าคลื่นยักษ์ระลอกใหม่!

อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ “ต้นทุนสูง” ปรับขึ้นทุกรายการ ทั้งค่าไฟ  ค่าน้ำมัน สินค้าต่างๆ ราคาแพงขึ้น รวมถึงค่าจ้างพนักงาน สวนทางกับรายได้ของประชาชนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม!  

นับตั้งแต่เกิดวิกฤติแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน “โรงแรม” ปรับราคาห้องพักได้ยาก ส่งผลให้การทำธุรกิจโรงแรมในขณะนี้้ ขอแค่มีเงินจ่ายเงินต้นกับดอกเบี้ยได้ก็พอใจแล้ว โดยอัตรากำไรสุทธิ (มาร์จิ้น) ของ “มิราเคิล กรุ๊ป” ในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 10% ก็ถือว่าดีแล้ว แม้ลดลงจากในอดีตซึ่งเคยทำได้ถึง 20-30%

“ในมุมมองผม โรงแรมเป็นเหมือนสินค้าเน่า หากขายห้องพักไม่ได้ในวันนี้ ก็เน่าเลย ไม่สามารถเก็บขายในวันต่อไปได้ คนทำโรงแรมต้องเข้าใจคำนี้ก่อน ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องเร่งหารายได้เข้ามาประคองธุรกิจ ในภาวะต้นทุนสูงทุกอย่างในตอนนี้ เช่น ดอกเบี้ย เป็นต้นทุนหลักที่วิ่งตลอด เราเข้าใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะดีขึ้น จึงไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ย แต่ภาวะปัจจุบันทั้งภาคธุรกิจและประชาชนกำลังเดือดร้อน จึงอยากให้ประเมินการลดดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากัน เพื่อประโยชน์อย่างเท่าเทียม”

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม

อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ถือว่า “ยังเหนื่อย!” เพราะมีปัจจัยน่ากังวลรออยู่เบื้องหน้า โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในประเทศ ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าจากวิกฤติโควิด-19 และกำลังเผชิญปัญหากำลังซื้อถดถอย

ในฐานะผู้ประกอบการก็ต้องประคองเอาตัวรอด “อยู่ให้ได้” ในภาวะต้นทุนสูง สวนทางรายได้ธุรกิจ ด้วยการลดต้นทุนธุรกิจเท่าที่จะทำได้ พร้อมกระตุ้นยอดขายรอบทิศทาง  ให้พนักงานไปพบลูกค้ารายบุคคลมากขึ้น รวมถึงการออกแคมเปญส่งเสริมการขายในวาระสำคัญต่างๆ ที่มิราเคิล กรุ๊ป ทำมาตลอด เพื่อสร้างกระแสเงินสด เหมือนเป็นการดูแลลูกค้าและคืนกำไรให้ด้วย

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม

ล่าสุด แคมเปญการขายเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ “อัศวิน” อายุครบ 80 ปี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารโรงแรมที่มี “แฟนคลับ” จำนวนมากคอยอุดหนุน เป็นดอกผลจากการทำธุรกิจแบบ “ไม่คิดจุกจิก” อยากให้ลูกค้า ก็ให้แบบเต็มที่ ไม่หวังผลตอบแทน! 

โดยในวันดังกล่าวได้มีการจำหน่ายวอยเชอร์สำหรับใช้จ่ายที่โรงแรมในเครือมิราเคิล กรุ๊ป ทั้งการจองห้องพักและรับประทานอาหาร มูลค่าวอยเชอร์สูงกว่าราคาขาย เช่น ขายวอยเชอร์ราคา 10,000 บาท แต่มูลค่าที่ลูกค้านำไปใช้จ่ายได้จริงอยู่ที่ 15,000 บาท โดยสามารถขายวอยเชอร์ได้มากถึง “40 ล้านบาท” ในวันเดียว!  เฉพาะแพ็กเกจจัดงานแต่งงานที่โรงแรมในเครือ สามารถปิดการขายให้กับ 25 คู่แต่งงานได้สำเร็จ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จากแพ็กเกจมูลค่า 600,000 บาท แต่ลูกค้าจ่ายจริง 400,000 บาท

“ตลาดจัดงานแต่งงานตอนนี้เปลี่ยนไปจากยุคก่อนมาก เพราะคนรุ่นใหม่แต่งงานน้อยลง กำลังซื้อลดลง จากเดิมเคยจัดงานไซส์ใหญ่รับแขก 700-800 คน ก็เหลือเพียง 200-300 คนต่องาน โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีลูกค้ามาจัดงานแต่งงานที่โรงแรมในเครือ 100 กว่าคู่ เฉพาะเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นฤกษ์งามยามดีของการจัดงาน ในปีนี้ได้ลูกค้า 20 คู่ก็นับว่าเก่งแล้ว ต่างจากเดือน พ.ย. 2562 ซึ่งเคยได้คู่แต่งงานมากถึง 60-70 คู่ ทำให้เราต้องพยายามเข้าหาลูกค้ามากขึ้น เพื่อรู้ถึงความต้องการของตลาดจัดงานแต่งงานยุคใหม่”

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม

อัศวิน กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ “ท่องเที่ยวไทย” ด้วยว่า แม้ขณะนี้รัฐบาลได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ สะท้อนจากมาตรการอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น มาตรการยกเว้นวีซ่า (Visa-Free) และทุกภาคส่วนก็หันมาให้ความสำคัญด้านการท่องเที่ยวเช่นกัน 

แต่พอกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเดินทางเข้าไทยจำนวนมาก คำถามคือ “เราสามารถดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากแค่ไหน?” 

เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง อาทิ การอุ้มหาย และเหตุการณ์ล่าสุด พบชาวต่างชาติเสียชีวิต 6 รายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านภาพลักษณ์ อาจทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกกลัวในการเดินทางเข้ามา

“ส่วนระยะถัดไป มองว่าการทำนโยบายด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยจะต้องมีศักดิ์ศรี เน้นรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพ เข้ามาพำนักระยะยาว ไม่ใช่เน้นดึงจำนวนคนเข้ามามากๆ  เพราะทำให้ผู้ที่คิดจะทำเรื่องไม่ดี เลือกเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยได้ เพราะอาจมองว่าประเทศไทยง่าย ทำอะไรก็ได้”

‘อัศวิน’ ท่องคาถา ‘อยู่ให้ได้’ ประคอง ‘มิราเคิล กรุ๊ป’ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจถาโถม