'ไทยเบฟ' ปลุกทุกภาคส่วน สร้างความยั่งยืนพลิกโลก

'ไทยเบฟ' ปลุกทุกภาคส่วน  สร้างความยั่งยืนพลิกโลก

โลกป่วยต้องเยียวยา หาทางลดผลกระทบทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน "ไทยเบฟ" ประกาศผ่านเวทีสัมมนา Sustainability Forum 2023 โดยกรุงเทพธุรกิจ พร้อมนำทัพเอกชนผนึกทุกภาคส่วนตระหนักรักษ์โลก ทั้งปัจเจกบุคคล รัฐ องค์กรธุรกิจ สร้างความยั่งยืน

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เอกชนให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคธุรกิจเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลกระทบต่อโลก มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสินค้าและบริการเพื่อสร้างการเติบโต แต่อีกมิติสิ่งที่ผู้ประกอบการดำเนินการ ล้วนผลิตเพื่อตอบสนองการบริโภคของประชากรโลกทั้งสิ้น ซึ่งนับวันการบริโภคยังขยายตัวหรือ Consumerism ตามจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในอีก 15 ปีข้างหน้า คาดการณ์ทะยานสู่ 9,000 ล้านคน หลังจากเพิ่งแตะ 8,000 ล้านคนเมื่อเร็วๆนี้

“ที่เห็นคือการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้นตามมา และเราอยู่ในโลกของการบริโภคกันจริงจัง บริโภคหนักเหลือเกิน จึงมีเสียงสะท้อนหากภาวะโลกร้อนขึ้น โลกนี้จะอยู่ได้อย่างไร เหมือนร่างกายมนุษย์ที่อุณหภูมิเพิ่ม 2 องศา ย่อมรู้สึกตัวร้อนๆ มีอาการเจ็บป่วย”

ทั้งนี้ หากพิจารณาทำเนียบการทำดัชนีชี้วัดความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Index : DJSI จะพบว่าองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทยติดอันดับถึง 8 บริษัท และเป็นผู้นำของแต่ละอุตสาหกรรมด้วย เช่น อาหาร การสื่อสารฯ จากบริษัทเข้าเกณฑ์ 29 บริษัท เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นมีเพียง 6 บริษัทเท่านั้น จาก 70 บริษัทที่เข้าเกณฑ์ด้านความยั่งยืน

ดังนั้น แนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน เอกชนจึงไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพัง แต่ต้องผสานเครือข่ายในห่วงโซ่การผลิตหรือซัพพลายเชนกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมโลก เพราะอีกด้าน การผลิตและจำหน่ายสินค้า อย่างไทยเบฟ เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ การทำตลาดและประชาสัมพันธ์ ใช้น้ำมันจากบริษัทพลังงานอย่างปตท. เป็นต้น การสานภารกิจด้านความยั่งยืนจึงเป็นเสมือนแพลตฟอร์มให้ทุกฝ่ายมาผสานพลังทำงานร่วมกัน

“ไทยเบฟ เป็นน้องใหม่เพิ่งอยู่บนกระดานดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI หากชวนคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs 17 ข้อของสหประชาชาติหรือยูเอ็น เป็นเหมือนกรอบเป้าหมายองค์กร ที่อยากให้ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติ เพราะะเอกชนทำลำพังไม่ได้ ไม่มีบริษัทไหนเล็กใหญ่กว่ากัน เราร่วมมือทำเพื่อโลกใบนี้ได้”

ทั้งนี้ บริษัทมีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 3 ห่วง 2 คุณค่า ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน และความรู้ และคุณธรรม เพราะการในการผลิตสินค้าและบริการต้องพิจารณาว่าผลิตเท่าไหร่ถึงจะพอประมาณ หรือความมีเหตุผล ต้องประเมินทำขนาดไหน เคลื่อนธุรกิจให้โตสุดโต่งแล้วสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น หรือไม่อย่างไร

ปัจจุบันหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ประยุกต์ใช้แค่กับองค์กรธุรกิจไทย แต่ทั่วโลหันกลับมามอง ศึกษา เรียนรู้ และนำหลักคิด แนวทางดังกล่าวไปปรับใช้ด้วย

นอกจากภาคเอกชนสานภารกิจความยั่งยืน ต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนร่วมมือด้วย เพราะในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ออจากบ้าน ใช้รถ เดินทาง บริโภคข้าวปลาอาหารรูปแบบต่างๆ ล้วนมีส่วนผลิตคาร์บอนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“เมื่อทุกองค์กรช่วยกัน แต่ท้ายที่สุดต้องกลับไปจุดเล็กสุดคือปัจเจกบุคคล ในการสร้างความยั่งยืน ช่วยโลก เพราะคนๆหนึ่งสามารถพลิกกระดานโลกใบนี้ได้”

ที่ผ่านมา การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนของไทยเบฟมีหลายด้าน เช่น จำนวนขวด PET หลังการบริโภคที่ทิ้งลงถังคัดแยกและเครรื่อง RVM ที่นำมาแลกผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก 50,867 ขวด น้ำหนักรวม 763 กิโลกรัม(กก.) ลดปริมาณคาร์บอน 4.1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี(tCO2e) จำนวนอาหารเหลือทิ้งเข้าสู่กระบวนการทำเป็นปุ๋ย 1,770 กก. ลดปริมาณคาร์บอน 4.5 tCO2e เป็นต้น